ฟ้าใสนั่งทำหน้าบูดบึ้งอยู่กับตำราเรียนหลังจากอาจารย์ประกาศยกเลิกคลาสกระทันหันเพราะติดประชุม อุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนอ่านหนังสือเพื่อพิชิตแบบทดสอบท้ายคลาสแท้ๆ
คงมีแต่เธอคนเดียวแหละมั้งที่นึกเสียดาย ส่วนคนอื่นๆ เขาพากันจับกลุ่มเมาท์มอยกันอย่างสนุกสนาน ดีใจด้วยซ้ำที่อาจารย์ยกคลาส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...ไอ้ตะวันตัวดี! ที่ตอนนี้มีสาวๆ ล้อมหน้าล้อมหลังราวกับเป็นเจ้าชายดิสนีย์หลุดออกมาจากนิยาย
“แล้วนายกับแฟนเป็นไงบ้าง? ยังหวานกันดีอยู่หรือเปล่า” สาวสวยร่วมคณะที่เรียนห้องเดียวกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานหยด แต่ฟ้าใสที่นั่งอยู่ข้างๆ มองทะลุปรุโปร่งไปถึงดาวอังคารเลยว่ายัยนี่หมายปองตะวันอยู่เต็มเปา ทั้งสายตาหวานเยิ้ม ทั้งลีลาการบิดตัวไปมา ชัดเจนว่ากำลังโปรยเสน่ห์ใส่สุดฤทธิ์
โอ๊ยยย...เห็นแล้วอยากจะควักลูกตาตัวเองทิ้งจริงๆ!
ฟ้าใสมองภาพตรงหน้าด้วยความเอือมระอา นี่พวกหล่อนตาบอดกันหมดหรืออย่างไร เห็นอะไรดีในตัวอีตาบ้านี่กันนักหนา ข้อเสียเยอะจนจะล้นโลกอยู่แล้ว เธอคิดในใจพลางสงสัยว่าจะมีแค่เธอคนเดียวรึเปล่าที่มองเห็นสันดานของไอ้หมาติดสัดตัวนี้อย่างทะลุปรุโปร่ง
“ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าพวกหล่อนเห็นอะไรดีในตัวมัน” ฟ้าใสพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางนึกถึงนิสัยสุดแสนจะทุเรศของรูมเมตตัวแสบ ทั้งเดินเกาไข่ไปทั่วบ้านตอนตื่นนอน เข้าห้องน้ำไม่เคยปิดประตูจนเธอเกือบเห็นน้องชายเขามาแล้วหลายรอบ แถมยังขี้เกียจสันหลังยาว นานๆ จะเก็บห้องที สกปรกซกมกสุดๆ
แต่น่าแปลกที่ข้อเสียเยอะขนาดนี้ ทำไมสาวๆ ถึงได้หลงใหลกันหัวปักหัวปำ แถมยังพร้อมใจกันถวายตัวถึงเตียงนอนอีกต่างหาก! ฟ้าใสมองตะวันด้วยความฉงน คิดไม่ออกจริงๆ ว่าหมอนี่มีดีอะไรนักหนา นอกจากหน้าตาที่พอไปวัดไปวาได้
“ก็ห่างๆ กัน ไม่ค่อยได้คุยเท่าไร ยัยนั่นเองก็ยุ่งอยู่กับการทำงาน เวลาไม่ค่อยจะตรงกันหรอก” ตะวันตอบเสียงหวาน พร้อมส่งยิ้มกระชากใจให้สาวๆ รอบตัวฟ้าใสที่นั่งทำหน้าเหมือนอมบอระเพ็ดอยู่หน้าห้องได้ยินเข้าถึงกับเบะปากมองบน
ห่างเหรอ? ห่างยังไง? ห่างแค่ไหนก่อน? ก็เห็นคุยกันทุกคืนจะมาบอกว่าช่วงนี้ห่างกันอะไร เหอะๆ ไอ้หมอนั่นคงตั้งใจตอบคำถามแบบรักษาระดับความฮอตของตัวเองเอาไว้สินะ ผู้ชายเจ้าชู้ไม่จริงใจ มันน่าหลงใหลตรงไหนกัน ออกจะน่าถีบด้วยซ้ำไป
เอาจริงๆ กับแฟนคนปัจจุบันของตะวัน ฟ้าใสรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเธออยู่ไม่น้อย เพราะตอนปีหนึ่งเธอโดนเข้าใจผิดไปทั่วมหา'ลัยว่าเป็นแฟนกับอีตาบ้านั่น เหตุจากความซวยที่ดันมาอยู่บ้านเดียวกันนี่แหละ แก้ข่าวไปก็ไม่มีใครเชื่อ จนกระทั่งเธอคนนี้ปรากฏตัวขึ้นมาเป็นนางฟ้ามาโปรด อีตาหมาบ้าดันไปคว้าเธอมาเป็นแฟน แถมยังพามาอยู่ด้วยกันอีกต่างหาก ข่าวลือเรื่องฟ้าใสกับตะวันเลยหายไปในพริบตาเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
ฟ้าใสเคยคิดว่าชีวิตหลังจากนี้จะสงบสุขกว่าเดิม แต่พอแฟนของอีตาบ้านั่นเรียนจบแล้วบินไปทำงานไกลถึงภูเก็ตเท่านั้นแหละ ความซวยก็กลับมาเยือนเธออีกครั้ง แถมยังมาแบบจัดเต็ม
ก่อนหน้านี้แค่รับมือกับผู้หญิงคนเดียวก็แทบแย่แล้ว แต่นี่เล่นมาเป็นกองทัพ! บางคนเห็นฟ้าใสอยู่บ้านเดียวกับตะวันก็ทำหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ
แหม...หึงหวงอะไรเบอร์นั้น ก็แค่รูมเมตที่น่ารำคาญที่สุดในโลกเท่านั้นเอง!
เธออุตส่าห์คิดว่าชีวิตหลังจากนี้จะสงบสุขจนกว่าจะเรียนจบ แต่เมื่อแฟนของเขาเรียนจบแล้วต้องย้ายไปทำงานที่ภูเก็ต ความบัดซบก็กลับคืนสู่ชีวิตของฟ้าใสอีกครั้ง แถมยังเป็นการกลับมาแบบเลเวลอัปหลายเท่าตัว
ก่อนหน้านี้ต้องรับมือกับผู้หญิงแค่คนเดียว แต่ตอนนี้เล่นมากันเป็นกองทัพ เพราะบางคนเมื่อรู้ว่าฟ้าใสอาศัยอยู่บ้านเดียวกันกับตะวันก็มีทำสีหน้าจิกกัดไม่พอใจราวกับกำลังหึงหวง
ให้ตายเหอะ! ก่อนจะหวงจะหึงกันเนี่ย ช่วยดูหน่อยได้ไหมว่าผู้ชายของพวกหล่อนมันดีเลิศประเสริฐศรีขนาดนั้นเชียวหรือ ถ้าจะให้พูดตรงๆ ต่อให้เหลืออีตานั่นเป็นผู้ชายคนสุดท้ายบนโลก เธอก็จะขออยู่เป็นโสดจนขึ้นคานดีกว่า ไม่ขอไปอยู่ใต้ร่างของคนแบบนั้นหรอกยะ!
“ยัยฟ้า เย็นนี้ไปคาราโอเกะกันมั้ย ตะวันเขาชวนไปกันทั้งเซคฯ เลยนะ” ลิซ่าเพื่อนซี้สุดเลิฟเดินเข้ามาถามด้วยท่าทางตื่นเต้น ลิซ่าเองก็สนิทกับตะวันพอสมควร เพราะอุเทนเพื่อนซี้ของตะวันดันเป็นแฟนของหล่อนนี่สิ!
อันที่จริงก็อยากไปอยู่แหละ แต่พอได้ยินคำว่า ‘ตะวัน’ ก็รีบทำหน้าเบ้อย่างกับกินยาขมเข้าไป
“ไปคาราโอเกะกับอีตาบ้านั่นเนี่ยนะ? ขอบายดีกว่า!” ฟ้าใสหันไปมองหน้าตะวันก่อนจะส่ายหน้าแรงๆ เป็นอันรู้กันว่าสาวแว่นคนนี้ไม่ขอร่วมวงด้วยแน่นอน
จริงๆ แล้วตอนปีสองฟ้าใสเคยคิดจะไปขออยู่กับลิซ่า ตอนที่เธออยากจะเผ่นหนีออกจากบ้านของอีตาตะวัน แต่ลิซ่าดันหนีไปอยู่กับอุเทนซะก่อน เลยต้องพับโครงการนี้เก็บเข้ากรุไปอย่างถาวร ทนอยู่กับผู้ชายขั้วตรงข้ามอย่างตะวันต่อไปแบบไม่มีกำหนด
กายสูงของตะวันยืดตัวขึ้นพร้อมกับแสยะยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินฝ่าวงล้อมสาวๆ ที่รุมล้อมเขาอยู่ราวกับผึ้งตอมดอกไม้ แล้วเดินอาดๆ มาทางฟ้าใสและลิซ่า
ตะวันวางมือที่ไม่รู้ไปจับอะไรมาบ้างลงบนโต๊ะของฟ้าใส ทำเอาเธอสะดุ้งโหยง รีบเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ เห็นเพียงปลายเท้าของอีตาบ้านั่นที่ยืนจังก้าอยู่ข้างๆ
"อะไรของแกอีกเนี่ย" ฟ้าใสโพล่งถาม พร้อมกับทำหน้าเตรียมรับมือกับความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น
กายสูงของตะวันยืดตัวขึ้นพร้อมกับแสยะยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินฝ่าวงล้อมสาวๆ ที่รุมล้อมเขาอยู่ราวกับผึ้งตอมดอกไม้ แล้วเดินอาดๆ มาทางฟ้าใสและลิซ่า
ตะวันวางมือที่ไม่รู้ไปจับอะไรมาบ้างลงบนโต๊ะของฟ้าใส ทำเอาเธอสะดุ้งโหยง รีบเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ เห็นเพียงปลายเท้าของอีตาบ้านั่นที่ยืนจังก้าอยู่ข้างๆ
"อะไรของแกอีกเนี่ย" ฟ้าใสโพล่งถาม พร้อมกับทำหน้าเตรียมรับมือกับความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น
“ไปด้วยกันดิ” ฟ้าใสไม่ตอบ แต่ก้มหน้ามองเลคเชอร์ของตัวเองต่อ ไม่ให้ความสนใจหรือให้ค่าอะไรกับเขาเลย และเมื่อเห็นว่าเธอทำเป็นเมิน เขาเลยโน้มตัวลงไปเกยคางลงบนศีรษะเธออย่างกวนๆ
“ไอ้ตะวัน แกจะเอาคางออกจากหัวฉันดีๆ หรือจะให้ฉันเอาปากกาเสียบคางแกออกไปด้วย”
“ยัยเตี้ย ฉันพูดกับเธอดีๆ นะ ทำไมถึงไม่เคยพูดเพราะๆ กับฉันบ้างเลยล่ะ ฉันไม่เคยเห็นเธอจะแหกปากด่าใครสักคน” ชายหนุ่มเริ่มโวยวายด้วยไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีเขาเพียงคนเดียวที่มักจะถูกเธอด่าทอ ทั้งที่กับคนอื่นเธอออกจะทำตัวเรียบร้อยและพูดดีด้วยเสมอ
“เพราะคนอื่นเขาไม่ได้สำส่อนเหมือนแกไง ถอยไป๊! เลิกยุงกับฉันได้แล้ว”
“ตอบมาก่อนว่าเย็นนี้จะไปคาราโอเกะด้วยกัน ไม่อย่างนั้น ฉันไม่ถอย” เขาออกแรงกดคางลงไปบนศีรษะเล็กมากกว่าเดิมจนเจ้าตัวเริ่มเจ็บ
ให้มันได้อย่างนี้สิ นอกจากจะทำตัวเจ้าชู้เรี่ยราดไปทั่วแล้ว ยังเอาแต่ใจเป็นเด็กๆ ไม่เลิกอีก ทำไมชีวิตของเธอจะต้องมาพัวพันกับคนแปลกประหลาดแบบนี้ด้วยนะ
“เออๆๆ ไปก็ได้ พอใจแกยัง?” เมื่อได้ยินคำตอบที่พอใจ เจ้าของใบหน้าทะเล้นยิ้มกว้าง รอยยิ้มซุกซนของเขาเป็นที่ถูกตาต้องใจของบรรดาสาวๆ ที่มองอยู่ แค่คนหล่อขยิบตาให้ พวกเธอก็พร้อมจะพลีกายถวายเรือนร่างให้อย่างเต็มใจแล้ว
ยังไม่ทันจะได้ไปโชว์ลูกคอในห้องคาราโอเกะ ฟ้าใสก็ขอแวบเข้าห้องน้ำในตึกก่อนไป ทว่ายังไม่ทันได้ทำธุระส่วนตัว ก็มีแก๊งสาวๆ เดินเข้ามาเมาท์มอยกันหน้ากระจก
“ฉันไม่ชอบยัยฟ้าใสเลยจริงๆ ไม่รู้จะตามเกาะติดอะไรตะวันนักหนา แฟนเขาก็ไม่ใช่ พยายามจะทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเสียเหลือเกิน”
“นั่นสิ คงอยากจะอวดว่าตัวเองเป็นรูมเมตกับเขา รู้จักและสนิทกับเขามากกว่าผู้หญิงทุกคนมั้ง ยัยนี่ก็แอบร้ายลึกเหมือนกันนะ” บทสนทนาระหว่างสาวๆ กลุ่มนั้น เธอได้ยินเต็มสองรูหู อันที่จริงฟ้าใสได้ยินบ่อยจนแทบจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันไปแล้ว แต่ทั้งที่ควรจะชิน กลายเป็นว่าทุกครั้งที่ได้ยินมัน ก็ทำให้เธออดรู้สึกแย่ไม่ได้
คนพวกนี้มองโลกผ่านรูเข็มรึไงนะ ถึงได้เห็นว่าเธอพยายามทำตัวเป็นเจ้าของเขา ทำไมไม่รู้จักแหกตามองความจริงว่าเธอกับเขาแทบจะฆ่ากันตายสามเวลาหลังอาหาร
เพราะอีตาบ้านี่คนเดียว ที่ทำให้เธอต้องกลายเป็นปรปักษ์กับผู้หญิงในคณะฯ เกือบทุกคนแบบนี้!
เพราะไม่ออกไปเผชิญหน้า เธอเลยต้องนั่งแช่อยู่ในห้องน้ำแบบนั้น แม้แต่สายฉีดชำระยังไม่กล้าใช้ กลัวสาวๆ ด้านนอกจะได้ยินเสียงแล้วรู้ว่าเธอยังไม่ไปไหน ยิ่งคิดยิ่งงง ยิ่งคิดยิ่งสงสัย อีตานั่นมันมีดีนักหนา เพราะนอกจากหน้าตาดีแล้ว ก็แทบจะหาข้อดีอย่างอื่นไม่เจอ แล้วทำไมสาวๆ ถึงได้คลั่งไคล้กันขนาดนี้นะ
“ได้ยินยัยหลินนิเทศฯ ที่ตะวันเคยพากลับบ้านล่าสุดบอกว่าเขาเด็ดอย่าบอกใคร เรื่องบนเตียงแซ่บถึงพริกถึงขิง แถมยังใช้ลิ้นเก่งเวอร์อีกด้วย ได้ยินแล้วขนลุกเลยอะ คิดแล้วก็อยากจะเป็นหนึ่งในคนที่ได้ไปอยู่ใต้ร่างเขาบ้างจัง” คนแอบฟังอยู่ในห้องน้ำเกือบจะสำลักน้ำลายตาย
ตายๆๆๆ ผู้หญิงพวกนี้คุยเรื่องอะไรกัน ไม่มีเรื่องอื่นให้คุยกันแล้วเหรอ ถึงได้มาคุยเรื่องอุบาทว์ๆ แบบนี้โดยไม่รู้สึกอะไรน่ะ จะการเมือง ข่าวซุบซิบ ติ่งศิลปินเกาหลี ติ่งซีรีส์วาย มีตั้งเยอะตั้งแยะจะให้คุย แต่ทำไม
“จริงเหรอ งั้นวันนี้ฉันจะต้องเป็นผู้โชคดีที่ตะวันพากลับบ้านให้ได้ อยากจะถูกตะวันลงลิ้นให้จัง คงจะเสียวกี ฟินสุดๆ”
“เชอะ! ต้องเป็นฉันสิ ถ้าโดนแบบนั้น จะร้องครางให้คอแหบคอแห้งไปเลย”
“ใจเย็นก่อนจ้ะสาว! ฉันต่างหากละยะ พวกเธอสองคนไปต่อแถวโน่นเลย”
ฟ้าใสได้ยินแล้วบทสนทนาพวกนี้แล้วก็แทบจะยกมือขึ้นปิดหูไม่ทัน นี่มันชักจะใจกล้ามากเกินไปแล้ว! ผู้หญิงสมัยนี้ไปไกลกว่าจรวดแล้วเหรอ!?