ตอนที่ 5 - มีพัสดุมาส่ง

1978 คำ
นานทีปีหนที่ตะวันจะได้หยุดพักผ่อนกายใจอยู่กับบ้านในวันหยุด ไม่ต้องออกเดินทางตะลอนออกเดตกับสาวคนไหน แม้ตัวเขาจะจะสนุกกับการอยู่กับพวกเธอมากเพียงใด แต่บางครั้งก็เหนื่อยไม่น้อย วันนี้จึงขอปล่อยใจให้ว่างเปล่า ไม่ต้องมีสาวใดมาทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวย “ชีสเค้กในตู้ของฉันหายไปไหน ฝีมือแกอีกแล้วใช่มั้ยไอ้ราหู!!” เสียงฟ้าใสดังลั่นบ้านราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ บ้านของเขาไม่ต่างอะไรกับสนามรบย่อมๆ วันไหนที่เขาอยู่บ้านทีไรเป็นอันได้ยินเสียงบ่นกระปอดกระแปดดังเป็นระยะๆ เหมือนเปิดวิทยุคลื่น AM ทิ้งไว้ยังไงยังงั้น “เออๆๆ เดี๋ยวซื้อมาคืนให้หน่า เธอนี่บ่นเป็นแม่เลย” “ไม่ต้องมาดงมาเดี๋ยวเลย แกออกไปซื้อมาคืนให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะตะวัน ไม่งั้นฉันจะเอาถุงยางอนามัยในห้องแกมาเผาทิ้งให้หมด!” หญิงสาวข่มขู่ด้วยน้ำเสียงโมโหถึงขีดสุด และแน่นอนว่าเขาเองก็ไม่อยากลองดี จึงจำใจขุดตัวเองออกมาจากโซฟาไปหยิบกระเป๋าสตางค์แล้วเดินออกจากบ้านไปยังร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอย ก่อนเพื่อนร่วมบ้านจะอาละวาดจนทุกอย่างในบ้านพังราบเป็นหน้ากลอง ใครบอกว่าเธอเรียบร้อยกัน เขาค้านหัวชนฝาเลย ผู้หญิงเวลาโกรธน่ากลัวมากแค่ไหน ฟ้าใสคือคนที่ทำให้เขารู้เรื่องนี้ดีกว่าใคร “หาว่าฉันเป็นหมา เธอนั่นแหละดุซะยิ่งกว่าหมาอีก” เขาบ่นพึมพำขณะกำลังเร่งฝีเท้าไปให้ถึงร้านค้า ขืนชักช้าอืดอาด กลับไปคงได้โดนฝ่ามืออรหันต์ประทับลงบนส่วนไหนของร่างกายสักที่ สองมือจึงรีบคว้าชีสเค้กบนชั้นลงตะกร้า แล้วเดินไปจ่ายเงินด้วยความรีบร้อน เมื่อซื้อของเสร็จก็รีบเดินอาดๆ กลับมาบ้าน วันนี้อากาศค่อนข้างร้อนทำให้เขาเร่งฝีเท้าอยากจะเข้าไปเปิดแอร์นอนผึ่งพุงดูหนังแล้ว ถึงจะต้องทนปวดหูเวลาโดนฟ้าใสบ่นไปบ้างก็ตามที แต่พอใกล้ถึงกลับเห็นพนักงานขนส่งยืนด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าบ้าน “พี่? มาส่งของเหรอครับ” เจ้าของกายสูงสมส่วนเอ่ยทัก สงสัยจะเป็นพัสดุที่เขาสั่งมา ดีเลย...รอตั้งหลายวัน ในที่สุดก็มาถึงเสียที “ใช่ครับ กดกริ่งไปหลายทีก็ไม่มีคนออกมา” “อ๋อ กริ่งมันเสียน่ะพี่” “อ้าววว พี่ก็ยืนกดอยู่ซะนานเลย เห็นมีรถจอด เลยคิดว่าต้องมีคนอยู่ ยังไงช่วยเซ็นรับด้วยนะครับ” “ครับผม” เขาเซ็นรับพัสดุแบบลวกๆ โดยไม่มองชื่อ จากนั้นก็ถือมันเดินเข้าไปในบ้าน เอาชีสเค้กไปแช่ตู้เย็นรอให้ฟ้าใสมากิน สงสัยเธอจะขึ้นชั้นสองไปอาบน้ำแล้ว ยัยบ้านี่...ถ้าไม่ได้จะกินทันที แล้วจะรีบให้เขาเดินตากแดดไปซื้อเพื่อ!? ตะวันถือกล่องพัสดุเอาวางไว้โต๊ะเล็กหน้าโซฟา ก่อนเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา หยิบรีโมตแอร์ขึ้นมาเปิด ลดอุณหภูมิให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะต่ำได้ ก่อนเอื้อมมือหยิบคัตเตอร์ ค่อยๆ บรรจงกรีดลงไปที่กล่องพัสดุเพื่อดูของที่สั่งมา ตื่นเต้นกับน้ำหอมแบรนด์ดังที่เขาฝากร้านหิ้วมาจากเมืองนอก หรือคืนนี้จะเปลี่ยนใจออกไปเที่ยวดีนะ ในหัวกำลังขบคิดตบตีกันเอง “หือ?” เสียงทุ้มร้องครางเบาๆ ด้วยความแปลกใจ เมื่อเปิดกล่องออกมาแล้วพบว่าของข้างในช่างไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย แน่นอนว่าเขาไม่ได้สั่งของพวกนี้ ทำไมเขาจะต้องใช้ล่ะ ในเมื่อมันคือไข่สั่น ลิ้นสั่น รวมไปถึงจู๋ปลอม เป็นของที่ร่างกายของเขาไม่จำเป็นต้องใช้เลยสักนิด เมื่อครู่ที่รับมาก็มั่นอกมั่นใจว่าเป็นของของตัวเอง แต่พอเปิดมาแล้วไม่ใช่ ด้วยความสงสัยจึงพลิกหน้ากล่องดูว่าชื่อผู้รับเป็นใครกันแน่ พี่ขนส่งอาจจะเอามาส่งผิดบ้านก็ได้ “เชี่ยยยย!!” เสียงทุ้มร้องออกมาอย่างตกใจระคนแปลกใจ เมื่อคนที่สั่งของสามสิ่งนี้มาคือเพื่อนร่วมบ้าน ผู้หญิงเพียงคนเดียวบนโลกที่เขาคิดว่าชาตินี้ทั้งชาติคงจะเก็บซิงไว้ชิงโชค ยิ่งไปกว่านั้น คือไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายจะสนใจเรื่องใต้ร่มผ้าแบบนี้ด้วย เขาทนเก็บความสงสัยนั้นเอาไว้ แล้วยัดของทุกอย่างเข้าไป เดินไปหยิบเทปกาวในลิ้นชักเพื่อปิดผนึกให้เนียนเหมือนยังไม่ได้แกะ จากนั้นก็เอาไปวางไว้ที่โต๊ะกินข้าว ตะวันตั้งใจจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นว่าหญิงสาวสั่งอะไรมา เพราะถ้าเธอรู้ว่าเขาถือวิสาสะเปิดกล่องพัสดุใบนี้ไปแล้ว ...ชีวิตของเขาคงถึงฆาตในทันทีอย่างแน่นอน!! “ตะวัน มีของมาส่งฉันหรือเปล่า มือถือมันมีแจ้งเตือนว่ามีพัสดุมาส่ง” ฟ้าใสวิ่งลงมาจากชั้นบนหลังจากขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเรียบร้อย เธอดันแว่นตากรอบดำของตนเองขึ้นเมื่อมันตกลงมาค้างอยู่บนปลายจมูก ผมเผ้ายุ่งเหยิงถูกมัดรวบไว้ที่ด้านหลังไม่เป็นทรง อ่า ผู้หญิงที่ใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์ป้าคนนี้ เริ่มสนใจเรื่องเซ็กซ์จริงๆ น่ะหรือ? ชายหนุ่มยังคงคาใจในเรื่องนี้... “ตะวัน มีของมาส่งฉันหรือเปล่า มือถือมันมีแจ้งเตือนว่ามีพัสดุมาส่ง” ฟ้าใสวิ่งลงมาจากชั้นบนหลังจากขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเรียบร้อย เธอดันแว่นตากรอบดำของตนเองขึ้นเมื่อมันตกลงมาค้างอยู่บนปลายจมูก ผมเผ้ายุ่งเหยิงถูกมัดรวบไว้ที่ด้านหลังไม่เป็นทรง อ่า ผู้หญิงที่ใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์ป้าคนนี้ เริ่มสนใจเรื่องเซ็กซ์จริงๆ น่ะหรือ? ชายหนุ่มยังคงคาใจในเรื่องนี้... “อยู่บนโต๊ะน่ะ แล้วสั่งอะไรมาล่ะกล่องใหญ่ชะ-” “เสือก” สั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความ ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะได้รับคำตอบดีๆ หรือน้ำเสียงหวานหยดย้อยจากฟ้าใส เธอตั้งแง่รังเกียจเขามาตลอด จนแทบไม่เคยพูดจาแบบปกติต่อกันเลย “ฉันถามเธอดีๆ นะ ทำไมต้องมาด่ากันด้วย” “แกเสือกฉันก็ด่าว่าเสือก แปลกตรงไหน? ฉันไม่พูดจาดีกับคนที่ทำลายความสงบสุขตอนทบทวนบทเรียนของฉันหรอกย่ะ!” เธอขึ้นเสียงดังใส่จนเขาอดคิดไม่ได้ว่า ยัยนี่ไม่เจ็บคอบ้างเหรอ? เมื่อคืนนี้ตะวันก็พาผู้หญิงกลับมาที่บ้านเหมือนอย่างเคย แน่นอนว่าหน้าตาของคนที่ถูกพามาเปลี่ยนไปทุกวัน เขามันก็แค่ผู้ชายไม่ซื่อสัตย์ มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแต่ยังเปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้า เธออดสงสารพี่สาวคนนั้นไม่ได้จริงๆ คงไม่รู้ตัวเลยสินะว่าแฟนสุดที่รักของตัวเองแท้จริงแล้ว คือเสือผู้หญิงที่ขย้ำเหยื่อทุกวันไม่เคยเว้น “เรื่องธรรมชาติปะวะ กระชับความสัมพันธ์อะรู้จักไหมแม่ชี แต่เอาเถอะก็มีแต่คนที่เคยลองเท่านั้นแหละนะ ถึงจะรู้ว่ามันมีความสุขแค่ไหน อย่างเธอน่ะ…จำศีลต่อไปแบบนั้นแหละดีแล้ว สาธุ!!” “ไอ้ปากหมา ระวังจะเป็นหนองในตายสักวัน!” เธอด่าเขาทิ้งท้ายแล้วหอบเอากล่องพัสดุขึ้นไปยังห้องนอนของตนเอง ทำให้คนมีชนักติดหลังมองตามด้วยความครุ่นคิด ถึงจะไม่อยากจินตนาการถึงเท่าไร แต่ดูเหมือนว่าในหัวของเขาตอนนี้ จะมีภาพของฟ้าใสตอนที่กำลังใช้ของเล่นพวกนั้นอยู่เสียแล้วสิ... เป็นภาพในจินตนาการที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงเพราะเขาไม่เคยได้เห็น หากแต่ไม่รู้ทำไมกลับคิดแบบนั้นขึ้นมาได้ ให้ตายสิ เขากำลังคิดอกุศลกับผู้หญิงที่เหมือนมนุษย์ป้าจำศีลแบบนั้นน่ะหรือ? “ไอ้ตะวัน มึงหยุดคิดอะไรบ้าๆ แบบนั้นเดี๋ยวนี้เลยนะ” ชายหนุ่มพึมพำบอกกับตัวเองด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ของบนโลกมีมากมายให้เธอซื้อ ทำไมจะต้องมาเลือกซื้ออะไรแบบนั้นด้วย เดือดร้อนเขาต้องมานั่งคิดถึงเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้จนหมดวัน สลัดเท่าไรก็ไม่หลุดออกจากหัวสักที! . . ตลอดทั้งวันตะวันเอาแต่คิดถึงเรื่องของฟ้าใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในหัวเอาแต่อยากรู้ว่าเธอสั่งซื้อของพวกนั้นมาทำไม และคิดจะใช้ของพวกนั้นทำอะไรกันแน่ กระทั่งถึงเวลากินมื้อเย็น แม้จะนานๆ ครั้งที่ทั้งสองคนนั่งร่วมโต๊ะกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่กินข้าวด้วยกันเลย คนตัวเล็กเดินลงมาในชุดเสื้อสายเดี่ยวกับกางเกงขาสั้นอย่างทุกที เธอปรี่เข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขา ผมยาวสลวยคลอเคลียไปกับแผ่นหลัง ด้วยเธอยังไม่ได้มัดรวบเพราะมันยังไม่แห้งดี “พรุ่งนี้ฉันจะไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด ไม่ได้กินข้าวเย็นที่บ้านนะ เพราะงั้นรอบซื้ออาหารของฉันจะเป็นวันพุธ” ฟ้าใสบอกขณะเคี้ยวข้าวในปากอย่างเอร็ดอร่อย ปกติแล้วทั้งสองจะผลัดกันซื้อกับข้าวมากินด้วยกัน ถือเป็นการประหยัดอีกรูปแบบหนึ่ง ทว่าสิ่งที่ฟ้าใสบอกเขาเหมือนกับกำลังเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวา เขาเอาแต่จดจ้องใบหน้าและเรือนร่างของเพื่อนรักสมัยเด็กที่พอโตมาดันกลายเป็นเพื่อนเคยสนิท ยิ่งได้เห็นผิวกายขาวเนียนโผล่พ้นเสื้อผ้าออกมา ก็ทำเอาหยุดคิดไม่ได้เลยว่า แล้วสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้าจะน่ามองขนาดไหน? บ้าจริง…เขาคิดอกุศลกับเธออีกแล้ว!! ตั้งสติไว้ก่อนตะวัน ผู้หญิงคนนั้นคือฟ้าใสนะ เธอคือยัยจอมโหดที่ขู่จะเผาถุงยางอนามัยของเขาวันละสามล้านรอบ!! ตะวันกินพร่องไปเพียงครึ่งจาน แต่ฟ้าใสกลับกินข้าวหมดจานอย่างรวดเร็ว เธอเก็บจานของตัวเองและนำไปล้างจนสะอาดเรียบร้อย จากนั้นก็สะบัดก้นกลับขึ้นห้องไปทันที ร้อนถึงคนมองตามที่ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ปกติเวลากินเสร็จยัยนี่มักจะเอ้อระเหยดูทีวีอยู่อีกพักใหญ่กว่าจะขึ้นห้อง แต่วันนี้มาแปลกแฮะ? …จะรีบขึ้นไปทำอะไรกันแน่? พลันเมื่อคิดถึงอุปกรณ์พวกนั้นขึ้นมาได้ เขาจึงรีบเก็บจานข้าวทั้งหมดไปล้างเพื่อตามเพื่อนร่วมบ้านขึ้นไป ตะวันเดินวนไปวนมายิ่งกว่าหนูติดจั่นอยู่หน้าห้องของเธอ พยายามเงี่ยหูฟังอยู่หลายรอบแต่ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย จนเดินกลับเข้ามาในห้องของตนเองอย่างสงสัย ความอยากรู้อยากเห็นทำเอาเขาไม่เป็นอันทำอะไร ไม่มีอะไรที่เขาอยากรู้แล้วไม่ได้รู้!! หลังจากคิดหาแผนการอยู่นาน ในที่สุดชายหนุ่มก็ตัดสินใจกระทำการอุกอาจ ปีนระเบียงจากห้องของตนไปยังห้องข้างๆ ราวกับเป็นพวกโรคจิตถ้ำมอง อยากจะรู้นักว่าตอนนี้ยัยมนุษย์ป้าจอมโหดกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ “เอาวะ ให้มันรู้แน่ชัดกันไปเลย!!”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม