อัครัชลืมตาตื่นอย่างงงๆ เขาจำได้ว่าตั้งใจจะอ่านงานวิจัยแต่เหตุใดจึงหลับไปเสียก่อน ชายหนุ่มลุกจากที่นอนและสังเกตเห็นว่าพื้นที่เหยียบอยู่มันไม่เหมือนเดิม เขามองไปรอบๆ เห็นว่าตนเองนอนอยู่ในกระโจมผ้าสีอิฐแดง
ชายหนุ่มลุกตรงไปยังมุมกระโจมมีอ่างดินเผาบรรจุน้ำอยู่เต็ม เขาวักน้ำนั้นขึ้นล้างหน้าเหมือนเป็นกิจวัตรเคยชินก่อนจะเดินออกจากกระโจม เห็นชายหนุ่มหลายคนแต่งกายคล้ายทหารโบราณเดินไปมาอยู่ด้านนอก อัครัชเงยหน้ามองดวงดาวบนฟ้า
“อีกเดี๋ยวก็จะเช้าแล้ว บอกทหารให้เตรียมตัวเดินทางต่อเถอะ ข้าอยากไปถึงเมืองโพสพก่อนค่ำ”
“จะใจร้อนไปไยอินทร จันทร์แรมไม่หนีเจ้าไปไหนดอก”
เสียงชายหนุ่มอีกคนดังขึ้นจากด้านหลัง อัครัชหันไปมองด้านหลังเขาเห็นชายอีกคนที่หน้าตาเหมือนตัวเองราวกับแกะ
“รุธิระ เจ้ามาได้อย่างใดกัน”
“แล้วไยเจ้าคิดว่าเป็นเจ้าคนเดียวหรือ ที่จะเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ”
อัครัชไม่ได้ตอบสิ่งใด เพราะคิดว่าเปล่าประโยชน์ที่เสียเวลาสนทนาพาทีกัน ชายหนุ่มตั้งใจจะเดินออกไปจากตรงนั้นแต่ต้องเปลี่ยนใจเพราะคำพูดของรุธิระ
“เจ้าควรรู้ว่าจันทร์แรมไม่ได้เกิดมาเพื่อเจ้าดอกนะอินทร หากว่าข้าอยู่แทนที่เจ้า ณ เพลานั้น นางก็ต้องเป็นเมียข้า”
อัครัชหันกลับไปหาอีกฝ่ายช้าๆ และไวเกินกว่าที่อีกฝ่ายจะคาดคิด เขาเข้าประชิดตัวภายในพริบตา ฝ่ามือใหญ่หยาบกระด้างจับที่คอของรุธิระกดลงกับต้นไม้ใหญ่ อีกมือถือมีดจ่อคอหอยเงาของมันวาววับสะท้อนแสงไฟ อัครัชหรืออินทรกระซิบเสียงเหี้ยมเมื่อหมดความอดทน
“ไม่ว่าจะบัลลังก์หรือจันทร์แรม หนทางที่จะได้มามันไม่ใช่การคิดไปเอง เจ้าควรรู้ไว้รุธิระ” เสียงคมเข้มดุดันพอๆ กับคมมีดที่กำลังกดลงบาดผิวเนื้อที่สีเข้มขึ้นเพราะกรำแดด รอยถากนั้นบาดลึกลงเรื่อยๆ จนเลือดซึม ความเจ็บเริ่มกลายเป็นความชา รุธิระตัวเกร็งไม่คิดว่าคนที่ยอมให้ว่ามาตลอดแบบอินทรจะฮึดสู้จนเขาตั้งตัวไม่ทัน
“ขะ ข้าเป็นพี่ชายเจ้านะอินทร”
“ข้าไม่มีพี่ชายตั้งแต่เจ้าทำร้ายคนของข้าแล้ว แม้แต่ชื่อเจ้าข้ายังไม่อยากเอ่ยให้เป็นเสนียดปาก” อินทรลดมีดลงใช้ปลายเท้าถีบเข้าใส่ร่างอีกฝ่ายจนเซล้มลงกับพื้น เสียงเอะอะของทหารดังขึ้นพร้อมกับที่รุธิระรีบลุกขึ้นวิ่งหนีหายไปกับความมืด
‘จันทร์แรม’ ชื่อนี้วนเวียนอยู่ในความคิดของอัครัชมาทั้งวัน เขาไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งที่เห็นในฝันคืออะไร โดยปกติแล้วชายหนุ่มไม่เชื่อเรื่องภพชาติและสิ่งที่มองไม่เห็น แม้ว่าตัวเขาเองจะเป็นพุทธศาสนิกชนแต่ก็วางตนอยู่ในกรอบของหลักวิทยาศาสตร์ ไม่ได้ศรัทธาในพิธีกรรมและสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้
ชายหนุ่มเดินผ่านร้านจันทร์เคียงดาวพลางนึกถึงเจ้าของร้าน เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วนับจากวันที่พิมพิการถเสียเขาก็ไม่ได้เจอเธออีก ช่วงค่ำๆ มองไปยังห้องนอนเธอก็เห็นปิดไฟเงียบทุกวัน ราวกับว่าเจ้าของห้องไม่ได้กลับมานอน
“คุณพิมไปธุระที่กรุงเทพฯ ค่ะคุณหมอ คุณนายก็ไปด้วยกัน” เด็กในบ้านของพิมพิกาตอบเมื่อเขาถามถึงเจ้านาย ชายหนุ่มพยักหน้าไม่ได้ถามอะไรต่อ บอกแค่ว่าให้งดส่งกับข้าวหากว่าคุณนภดาราไม่อยู่แม้ว่าฝ่ายนั้นจะบอกว่าที่บ้านยังมีแม่ครัวอยู่ก็ตาม
“พรุ่งนี้วันหยุดยาวอาจารย์ว่างไหมคะ” โสมมาภาดักรอถามเขาก่อนที่ชายหนุ่มจะเลิกงาน อัครัชเลิกคิ้วเป็นเชิงถามยังไม่ได้ตอบอะไรหญิงสาวก็พูดต่อ
“คือว่าโสมอยากชวนอาจารย์ไปเปิดหูเปิดตาน่ะค่ะ ได้ยินว่าตั้งแต่มาเชียงใหม่อาจารย์ยังไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยใช่ไหมคะ พรุ่งนี้ที่บ้านโสมจะมีเปิดรีสอร์ตใหม่อยากชวนอาจารย์ไปด้วยค่ะ สวยมากเลยนะคะวิวหลักล้านทะเลหมอกสวยมาก”
โสมมาภามาจากครอบครัวที่มีฐานะดี และในวันรุ่งขึ้นที่จะถึงทางครอบครัวเธอจะมีจัดเลี้ยงเปิดตัวรีสอร์ตแห่งใหม่อีกที่หนึ่ง จึงอยากชวนอาจารย์หนุ่มที่เธอหมายตาไว้ไปด้วยกัน ไม่แคร์ว่าใครจะคิดว่าเธอเป็นฝ่ายทอดสะพานให้ก่อน สมัยนี้แล้วใครดีใครได้หญิงสาวคิด
อัครัชแน่ใจว่าตนเองไม่ได้สนิทสนมกับหญิงสาวตรงหน้ามากพอที่จะให้เธอชวนเขาไปไหนมาไหนด้วยนอกเรื่องงานและจะว่าไปในเรื่องงานโสมมาภาก็ไม่ใช่แพทย์ในทีมของเขาอีกเช่นกัน เราเพียงแค่เป็นเพื่อนร่วมงานในสถาบันเดียวกัน และเขาไม่แน่ใจว่ามีอะไรที่เคยทำให้เธอเข้าใจผิดว่าตนเองสนใจเธอมากเกินกว่านั้นหรือไม่
“อ้อ... คงไม่สะดวกครับพรุ่งนี้ผมมีนัดแล้ว”
เขาปฏิเสธแบบไม่ต้องคิดแต่ก็ยังรักษามารยาทอยู่ ทำให้สีหน้าของแพทย์ประจำบ้านแผนกเดียวกันดูผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด เขาจึงรีบพูดต่อทันที
“ยังไงก็ผมขอแสดงความยินดีกับครอบครัวด้วยนะครับ ขอให้กิจการรุ่งเรือง”
พูดจบอัครัชก็ไม่ได้อยู่รอว่าสาวเจ้าจะว่าอะไรต่อ เขาหันหลังให้เดินจากไปในขณะที่โสมมาภายังอ้าปากค้างเพราะไม่คิดว่าจะได้รับการปฏิเสธเช่นนี้
“เห็นมะ บอกแล้วว่าไม่สำเร็จหรอก อาจารย์คิงขึ้นชื่อตั้งแต่อยู่ที่เดิมเรื่องความถือตัว ไม่เคยเห็นว่าหลังเลิกงานแกไปต่อกับสาวไหนสักคน”
นัทธมนเพื่อนแพทย์ประจำบ้านในแผนกเดียวกันกล่าวขึ้นและเดินมาหาโสมมาภาที่ยังไม่ได้ขยับไปไหน
“แต่วันนั้นแกก็เห็นว่าอาจารย์เขาคุยกับยายแม่ค้านั่นสนิทสนม แถมอีกวันตอนค่ำรถยายนั่นเสียแกก็อยู่รอไปด้วยกันอีก”
“ใจเย็นสิโสม แกไม่เคยได้ยินเหรอว่าผู้ชายบางคนเขาชอบอะไรที่ยากๆ อะไรที่ต้องพยายามน่ะ อาจารย์คิงอาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้นะแก” นัทธมนออกความเห็น ทำให้โสมมาภาเบ้ปากเป็นเชิงดูถูก
“ชิ ถ้าอย่างยายแม่ค้านั่นยาก บนโลกนี้ก็ไม่มีง่ายแล้วล่ะ ฉันว่ามันน่ะเสนอตัวให้อาจารย์แล้วแน่ๆ แกไม่เห็นเหรอว่าเขามองมันยังไงมองกันยังกะผัวเมีย”
อาจจะไม่มีสังเกตเห็น แต่โสมมาภาเห็นว่าอัครัชมองพิมพิกาจนออกนอกหน้า แถมยังเสนอตัวไปช่วยพิมพิกาตอนรถเสียอีก เธอน่ะเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นวันนั้นเลยล่ะ
“เออ ก็ไม่แน่นะ อาจารย์เขาก็อยู่บ้านเดียวกับยายพิมอะไรนั่น หรือว่าแกจะถูกยายนั่นสอยไปแล้ว” นัทธมนวิเคราะห์ทำให้เพื่อนหันมามองอย่างไม่พอใจ
“นี่แกจะซ้ำเติมฉันเหรอน้ำ ถ้าไม่รู้จะพูดอะไรให้ดีขึ้นก็เงียบไปก็ได้นะ”
“อ้าว ยายนี่พาลนี่หว่า” นัทธมนมองตามหลังเพื่อนสาวที่เดินปึงปังเข้าไปในแผนก