หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้...
แสงเช้าสีอ่อนลอดผ่านผ้าม่านหนาเข้ามาอย่างเงียบงัน มิรันตี รู้สึกตัวก่อนลืมตาเสียอีก ความอบอุ่นที่แนบชิดอยู่ด้านหลังทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว แขนแข็งแรงข้างหนึ่งพาดอยู่เหนือเอวของเธออย่างหลวมๆ แต่มั่นคงพอจะบอกได้ว่าคนที่นอนอยู่ข้างหลังยังไม่ตื่น
ลมหายใจอุ่นรินรดต้นคอในจังหวะสม่ำเสมอ
หนักแน่น…และปลอดภัยอย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน
เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นไม่ใช่เพดานห้องของตัวเอง ไม่ใช่ห้องนอนแคบๆ ที่คุ้นเคย แต่เป็นห้องพักหรูที่เงียบสงบเกินจริง แสงแดดสะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่ เผยให้เห็นเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ ในยามเช้า เธอขยับตัวเพียงนิดเดียวก็รู้สึกถึงแรงกระชับที่เพิ่มขึ้นจากแขนของเขา ราวกับร่างกายของเขารับรู้การเคลื่อนไหวแม้ในยามหลับใหล
หัวใจของเธอสั่นวูบเมื่อระลึกได้ว่าเมื่อคืน…ไม่ใช่ความฝัน
ภาพความทรงจำค่อยๆ ไหลย้อนกลับมา เสียงของเขา สายตาของเขา คำพูดที่หนักแน่นแต่ไม่บีบบังคับ ทุกสัมผัสที่ทำให้เธอทั้งกลัว ทั้งสับสน และทั้งรู้สึกว่าตัวเองถูกเลือกเป็นครั้งแรกในชีวิต มิรันตีหลับตาลงอีกครั้ง พยายามกลั้นลมหายใจไม่ให้สะท้าน เพราะกลัวว่าเพียงความเคลื่อนไหวเล็กน้อยจะปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมา
เพราะตอนนี้เธอยังไม่กล้าหันไปมองหน้าเขา
ไม่กล้าสบตาเขาในยามเช้า
ไม่กล้ารับมือกับคำถามที่อาจตามมา...
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นการตัดสินใจของเธอเอง และเธอไม่อยากให้มันกลายเป็นภาระหรือความรับผิดชอบของใครทั้งนั้น มิรันตีค่อยๆ ขยับตัวอย่างระมัดระวัง แกะมือของเขาออกจากเอวช้าๆ ราวกับกลัวว่าการขยับแรงเกินไปจะทำให้เขาตื่น เธอหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเขาไว้ให้เรียบร้อยอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบลุกจากเตียง เก็บเสื้อผ้าของตัวเองอย่างเงียบที่สุด
ในจังหวะหนึ่ง เธอเผลอหยุดมองเขา
ผู้ชายที่เมื่อคืนเป็นคนแปลกหน้า
แต่ในตอนนี้กลับเป็นคนเดียวที่ได้สัมผัสร่างกายของเธออย่างลึกซึ้ง
ใบหน้าคมเข้มในยามหลับดูอ่อนลงกว่าตอนตื่น ดวงตาที่เคยจ้องมองเธออย่างลึกซึ้งบัดนี้ปิดสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอ ผมสีเข้มยุ่งเล็กน้อย มิรันตีรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบเบาๆ ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่กล้าตีความ
ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีได้หรือไม่ที่เธอไม่ได้เลือกคนผิด
นั่นเพราะเมื่อคืนนี้เขาไม่ได้รุนแรงกับเธอแม้แต่น้อย ยิ่งได้รู้ว่าเขาคือผู้ชายคนแรกในชีวิตของเธอเขาก็ยิ่งอ่อนโยนกับเธอมากขึ้น อีกทั้งเขาก็ยังรู้จักป้องกัน แม้เขาจะกินจุเหลือเกินราวกับคนที่มีพลังล้นเหลือเล่นเอาเธอหมดเรี่ยวหมดแรงและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองผล็อยหลับไปตอนไหน
ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ...
แต่นับจากวันนี้ไปเธอกับเขาคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว...
เธอหยิบเงินสามพันบาทออกมาจากกระเป๋าสตางค์แล้ววางไว้บนโต๊ะข้างเตียงอย่างตั้งใจ สำหรับเธอ มันไม่ใช่ค่าตัว ไม่ใช่ราคาของใครคนหนึ่ง แต่มันคือส่วนแบ่งค่าห้องที่เธออยากร่วมรับผิดชอบเพราะเขาอาจไม่ได้มีเงินทองมากมายนัก และเป็นสิ่งเดียวที่เธอคิดว่าพอจะทิ้งไว้โดยไม่ทำให้ความสัมพันธ์ชั่วคืนบิดเบี้ยวไปมากกว่านี้
มิรันตีเปิดประตูออกจากห้องพักอย่างเงียบงัน และปิดมันลงเบาๆ ราวกับไม่อยากทิ้งเสียงใดๆ
ราวกับว่าเรื่องที่เกิดเมื่อคืนนี้เป็นเพียงภาพฝันที่เขาอาจไม่อยากจดจำมันอีกแล้ว
แต่กับเธอคงไม่อาจลืมเลือนได้เลยตลอดชีวิต...
หญิงสาวกลับถึงบ้านในเวลาที่ร้านอาหารตามสั่งของป้ากำลังจะเปิด ป้าสมบูรณ์ ยืนอยู่หน้าเตา กำลังจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับลูกค้าช่วงเช้า เสียงกระทะ เสียงช้อนกระทบจานดังเป็นจังหวะคุ้นเคย เมื่อเห็นหลานสาวเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดูอ่อนล้าเกินกว่าปกติ ป้าก็ชะงักไปเล็กน้อย
“กลับมาแล้วเหรอมี่” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยแต่เพราะหลานสาวส่งข้อความมาบอกว่าจะค้างบ้านเพื่อนท่านก็เลยไม่ได้เป็นห่วงมากนัก แม้ปกติแล้วเธอจะไม่ค่อยไปค้างบ้านเพื่อนคนไหนก็ตาม
มิรันตีหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตู สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะฝืนยิ้มบางๆ
“ค่ะป้า…ขอโทษที่เมื่อคืนไม่ได้กลับบ้านนะคะ พอดี...งานเลี้ยงเลิกดึกค่ะเพื่อนเลยชวนค้างด้วยกัน”
ป้าสมบูรณ์มองเธออยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาของคนผ่านโลกมามากจับสังเกตได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง แต่ก็เลือกจะไม่ซักไซ้ให้อีกฝ่ายต้องอึดอัดใจ
“ไม่เป็นไรจ้ะยังไงหนูก็ส่งข้อความมาบอกแล้ว เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สบายตัวเถอะลูก เดี๋ยวป้าทำข้าวต้มไว้ให้กิน”
“ขอบคุณนะคะป้า”
มิรันตีตอบเสียงเบา ก่อนจะรีบเดินเข้าห้องนอนของตัวเอง ปิดประตูลง แล้วทิ้งตัวนั่งบนเตียงที่คุ้นเคย หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างไร้เหตุผล ความทรงจำของอ้อมแขนเมื่อเช้ายังติดอยู่กับร่างกาย ราวกับไม่ยอมจางหายไปง่ายๆ
ฉันกล้าทำแบบนั้นได้ยังไงกันนะ?
คำถามผุดขึ้นมาในหัว แต่คราวนี้มันไม่ได้มาพร้อมกับความเสียใจอย่างที่เธอเคยกลัว มิรันตีรู้ดีว่าตัวเองไม่ได้ถูกบังคับ ไม่ได้ถูกหลอก เธอเป็นคนเลือกเองทั้งหมด และเมื่อเลือกแล้ว เธอก็ไม่อยากหันกลับไปโทษตัวเอง
ชีวิตของมิรันตีไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ
พ่อของเธอเคยเป็นตำรวจแต่ก็เคราะห์ร้ายเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็กเพราะเกิดการต่อสู้กับคนร้ายจนถูกยิง จากนั้นแม่ก็เลือกเดินออกไปจากชีวิตลูกสาวตั้งแต่เธออายุเพียงห้าขวบเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับสามีชาวต่างชาติที่ไม่ต้องการลูกเลี้ยงอย่างเธอ