ตอนที่ 5 อาณาจักรวิลเลียม

1907 คำ
คฤหาสน์วิลเลียม ประเทศไทย เสียงฝีเท้าหนักแน่นและสม่ำเสมอบนพื้นหินอ่อนนำเข้า สะท้อนก้องไปทั่วโถงสูงตระหง่าน อลันเดินเข้ามาด้วยท่าทีเรียบเฉยราวกับเจ้าป่าที่กลับคืนสู่รัง เขาถอดนาฬิกาข้อมือราคาแพงส่งให้คนรับใช้อย่างไม่ยี่หระ “รายงานมา” คำสั่งสั้นๆ หลุดจากปากขณะสายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ “คนของเราตามประกบเหยื่อตลอดครับนายน้อย” ลีอองรายงานพลางส่งแท็บเล็ตให้ “ ทุกการเคลื่อนไหว ทุกสถานที่ที่เธอไป ถูกบันทึกไว้หมดแล้ว...รวมถึงที่นี่ด้วยครับ” ปลายนิ้วหนาเลื่อนผ่านรูปถ่ายแอบถ่ายหลายใบ จนกระทั่งหยุดอยู่ที่ภาพจัสมินยืนร้องไห้อยู่หน้าห้อง ICU อลันจ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตานั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างเย็นชา “อาการของแม่เธอ?” “โคม่าครับ...และกำลังจะถูกตัดสิทธิ์การรักษาถ้าไม่วางเงินมัดจำภายใน 72 ชั่วโมง” มุมปากของอลันยกขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่นแม้แต่นิดเดียว “ดี...ยิ่งจนมุม ยิ่งควบคุมง่าย ดูไว้ให้ดี อย่าให้เธอมีทางเลือกอื่น และที่สำคัญ...อย่าให้เธอรู้ตัวว่าใครเป็นคนตัดทางเดินของเธอ” พูดจบมือหนาก็เทบรั่นดีลงแก้วช้า ๆ ยกขึ้นมาแล้วกระดกลงลำคอเอือกใหญ่ รสชาติถูกคอเขาเช่นเดิม กำลังจะมีความสุขกับสิ่งที่วาดฝันไว้ “นายน้อยครับ สายของเรารายงานว่าเธอเดินทางมาถึงไทยแล้วนะครับ ” “เมื่อไหร่!!” แววตาาของอลันลุกวาวขึ้นดีใจ แต่ก็ต้องผิดหวังกับคำตอบถัดมาเป็นอย่างมาก “ 2 วันที่แล้วครับนายน้อย” เพล้ง!! อลันเหวี่ยงแก้วบรั่นดีลงบนพื้นหินอ่อนจนแตกกระจาย แววตาคมกริบจ้องมองรายงานการเดินทางของจัสมิน ที่ระบุว่าเธอเดินทางมาถึงประเทศไทยแล้วเมื่อสองวันก่อน..แต่เธอกลับหายไปจากสายตาของเขา! "ไปหาเธอให้มันให้เจอ! ใครที่มันกล้าที่จะพาเธอหนีไปจากฉัน!" ไม่นานนัก รูปถ่ายชุดใหม่ก็ถูกวางลงบนโต๊ะ ภาพจัสมินในชุดกระโปรงเดินเล่นริมทะเลอย่างมีความสุขเคียงข้างกับเด็กผู้ชายร่างกำยำ ผิวเข้ม หน้าตาคมคายที่กำลังแบกเธอขึ้นหลังสลับกับเสียงหัวเราะ "หมอนี่ใคร?" อลันคำรามเสียงเข้ม "ภูผา ครับนายน้อย..เป็นน้องชายของมินตรา เพื่อนสนิทเธอ" ลีอองรายงานเสียงเบา "ไปลากคอมันมา! ฉันจะดูสิว่าถ้าไอ้หนุ่มนี่หายไป...จัสมินจะยังยิ้มออกอยู่ไหม" เมื่อได้รับคำสั่งลีอองจึง ออกไปสั่งการในทันทีแล้ว ส่วนอลันที่ทั้งโกรธและโมโหจึงจะออกไปดื่มที่ผับแก้เซ็งตามฉบับและฉายาของนายน้อยอลันคอทองแดง แต่ก็ต้องหยุดชะงัก “พึ่งจะกลับมาถึงก็สร้างเรื่องใหญ่โตอีกแล้วสินะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากระเบียงชั้นบนทำเอาอลันชะงักฝีเท้าในทันทีก่อนจะหันไปหน้าขึ้นไปสบตากับ เอริค วิลเลียม ผู้เป็นพ่อและเจ้าพ่อมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ที่ควบคุมทั้งยุโรปและในเขตเอเชีย แต่ควบคุมลูกชายตัวเองไม่ได้ เอริคคือชายผู้เป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจ แววตาของคนเป็นพ่อเต็มไปด้วยความกดดันและไม่พอใจอย่างชัดเจน “พ่อรู้เรื่องแล้ว?” อลันถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แกคิดว่าฉันตาบอดหรือไง!” เอริคก้าวลงบันไดมาอย่างช้าๆ แต่ละก้าวทำเอาลีอองและคนสนิทต่างก็ต้องก้มหน้าลงต่ำ “เล่นกับงาน เล่นกับคน...แกคิดว่าตัวเองเหนือกว่าทุกคนจนมองไม่เห็นหัวคนอื่นแล้วใช่ไหมอลัน?” “ผมไม่ได้เล่น...ผมแค่กำลัง จัดการสิ่งที่ควรจะเป็นของผม” “ปัญหาของแกก็คือ..แกแค่อยากจะเอาชนะ มากกว่าที่จะคิดให้รอบคอบ!” เอริคเดินมาหยุดตรงหน้าลูกชาย สายตาที่เขามองมายังลูกชายตรงหน้านั้นมันมีแววของความเสียใจ “วันหนึ่ง...ความมั่นใจที่แกมี มันจะย้อนกลับมาฉีกร่างของแกเองอลัน” “งั้นก็รอดูครับพ่อ...ว่าผมจะชนะ หรือผมจะพัง” อลันโต้กลับไปโดยเน้นคำว่า พัง ให้พ่อได้ยินชัด ๆ โดยไม่หลบสายตาเพราะว่าไหน ๆ แล้วสายตาของพ่อก็มองว่าเขาชอบทำให้มันพังอยู่แล้ว “พอได้แล้วทั้งคู่!” ไอริน เดินเข้ามาแทรกด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า เธอจ้องมองลูกชายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักที่ปนเปไปด้วยความอ่อนใจ “อลัน...แม่ก็ไม่รู้จะพูดกับลูกยังไงแล้วนะ จะทำอะไรก็ไม่เคยบอก แล้วสุดท้ายลูกก็ทิ้งปัญหาไว้ให้คนอื่นตามแก้ตลอด” “ผมจัดการเองได้ครับแม่” “ใช่ ลูกจัดการได้...” ไอรินพยักหน้าช้าๆ “แต่วันไหนล่ะ...ทีลูกจะจัดการหัวใจตัวเองได้บ้าง?” คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศเงียบสงัดลงทันที อลันนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหน้าไปอีกทางเพื่อเลี่ยงการสนทนา “ยังนิ่งเป็นหินเหมือนเดิมเลยนะน้องชาย” อลิน พี่สาวคนสวยเดินเข้ามายืนตรงหน้าน้องชายพร้อมรอยยิ้มประชดประชันที่แฝงความห่วงใย “อย่างน้อยก็ยังมีชีวิตกลับมา ไม่โดนแก๊งไหนลากไปทิ้งทะเลก็ถือว่าบุญแล้ว” อลันยิ้มมุมปาก “ใครจะกล้าทำแบบนั้นกับผม” “คนที่ไม่กลัวตายไงล่ะ...” อลินหรี่ตาลงพลางเอียงคอถาม “รอบนี้ไปก่อเรื่องอะไรมาอีก? อย่าบอกนะว่าเรื่อง...ผู้หญิง?” อลันไม่ตอบ แต่รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นเพียงเล็กน้อยก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนพอ “สักวันนายจะพังเพราะเรื่องนี้ อลัน” อลินถอนหายใจยาว “หรือไม่...นายก็อาจจะพังเพราะ ‘ผู้หญิงคนนั้น’ ที่นายคิดว่านายควบคุมทุกอย่างได้” “พัง พัง แล้วก็พัง นี้ในสายตาของทุกคนผมแย่ขนาดนั้นเลยหรอ ผมบอกไว้ตรงนี้เลยนะว่าไม่มีใครทำผม พัง ได้” อลันยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเขามั่นใจเหลือเกินว่าเขาคือผู้คุมเกม...ทว่าในขณะที่เขากำลังเสวยสุขอยู่ในคฤหาสน์หรู ผู้หญิงคนหนึ่งที่เขามองว่าเป็นแค่เพียงหมากนั้น ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อมาเป็นนกน้อยในกรงที่เขากำลังสร้างไว้ “ อลันหยุดก่อน พี่บอกให้แกหยุดก่อน” “ไม่ต้องเรียกน้องไว้หรอกอลินแม่รู้ว่าอลันเขาคงไม่ฟังลูกหรอก” ไอรินเองก็เหนื่อยใจกับอลันจนไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ภาวนาว่าจะมีผู้หญิงสักคนที่มาปราบพยัคฆ์อย่างอลันได้ แต่ไม่มีใครรู้ได้เลยว่าอีกไม่นานจะมีนารีคู่อาฆาตที่จะมาเป็นระเบิดเวลาให้กับอลันโดยไม่รู้ตัว ระเบิดลูกนี้มันอาจจะมาพร้อมกับการทำลายอาณาจักรวิลเลียมของพวกเขาให้ย่อยยับโดยไม่รู้ตัว เมื่อพ่อแม่และพี่สาวบอกและเตือนอลันแล้วเขายังไม่ฟังแต่เพราะความโกรธของเขานั้นเลือกที่จะออกไปดื่มที่ให้อารมณ์ดีขึ้นผับแทน จนเวลาเกือบจะเที่ยงคืน เที่ยงคืนในคฤหาสน์วิลเลียมหลังจากที่ทุกคนกำลังพักผ่อน ปัง! เสียงประตูไม้บานยักษ์ถูกกระแทกออกอย่างแรงจนผนังสะเทือน ร่างสูงของอลันเดินโซเซเข้ามา เสื้อเชิ้ตแบรนด์หรูถูกปลดกระดุมออกจนเห็นแผงอก กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกคละคลุ้งออกมาจากตัวเขาจนลีอองที่ยืนรออยู่ต้องขมวดคิ้ว “ไม่ต้องมองแบบนั้นลีออง...ฉันยังไม่ตาย” อลันแค่นเสียงหงุดหงิดพลางโยนกุญแจรถราคาหลายสิบล้านลงบนโต๊ะหินอ่อน “แล้วถ้าหากวันไหนนายตายขึ้นมาจริงๆ ล่ะ ใครจะเสียใจ?” เสียงเย็นเยียบดังมาจากหัวบันได อลิน พี่สาวที่นั่งคอยอลันอยู่หน้าระเบียงจนเห็นน้องชายขับรถเข้ามา ยืนกอดอกมองน้องชายฝาแฝดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชปนห่วงใย เธอเดินลงมาด้วยจังหวะที่มั่นคง ส้นสูงกระทบพื้นดัง ตึก! ตึก! เหมือนเสียงกลองรบ “ห่วงฉันเหรอ?” อลันยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย “ฉันรำคาญมากกว่า...พ่อเพิ่งโทรมา ท่านไม่ชอบที่นายทำตัวเป็นขยะสังคม เที่ยวเตร่สำมะเลเทเมาไปวันๆ แบบนี้” “พ่อไม่เคยชอบอะไรในตัวฉันอยู่แล้วนี่!” อลันตะคอกกลับ “แล้วพี่ล่ะอลิน...ทำตัวเป็นหุ่นเชิดของพ่อต่อไปเถอะ เผื่อท่านจะเมตตาให้พี่ขึ้นมาคุมวิลเลียมแทนผม” “นายกำลังทำตัวเหมือนคนไม่มีอนาคต อลัน!” อลินสวนกลับทันควันน้องชายคู่แฝดของเธออย่างเสียไม่ได้ “แล้วถ้าวันไหนนายพลาด...มันไม่ใช่แค่นายที่พัง แต่นามสกุลวิลเลียมจะถูกนายลากลงโคลนไปด้วย!” ความเงียบเข้าปกคลุมทันที สองแฝดที่ใบหน้าคล้ายๆ ต่างกันแค่เธอเป็นพี่สาวสวยสง่าเก่งครบครื่องแต่เขาเป็นน้องชายที่วันๆชอบหาแต่เรื่อง ช่างต่างกันเหมือนกับราวไม่ใช่แฝดกันทั้งคู่จ้องตากันด้วยความรู้สึกที่พร้อมจะเผาผลาญอีกฝ่าย “พี่อย่ามายุ่งกับชีวิตของผมจะดีกว่า...” อลันขบกรามแน่น “ฉันจะยุ่ง! เพราะนายมันอ่อนแอเกินกว่าจะดูแลตัวเอง อลัน!” อลินพูดเสียงรอดไรฟันอย่างเก็บอารมณ์ แกร็ก! วินาทีนั้น อลันชักปืนพกที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมาเล็งไปที่หัวของตัวเองทันที ลีอองขยับตัวจะเข้าห้ามแต่อลันตวาดลั่น “อย่าเข้ามา! ถ้าใครก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะระเบิดสมองตัวเองตรงนี้!” อลินชะงักแผ่นหลังของเธอเย็นวาบและเธอรู้ดีว่าอลันไม่ได้ขู่ น้องชายของเธอมีความบ้าคลั่งที่คาดเดาไม่ได้อยู่ในสายเลือด “ออกไปซะพี่อลิน..ก่อนที่ผมจะหมดความอดทน” อลันเอ่ยเสียงสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำด้วยความกดดันที่โดนมาทั้งวัน อลินกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเนื้อ เธอรู้ว่าเธอแพ้ความบ้าของเขาจึงยอมให้น้องชายอีกจนได้หลังจากที่อลันเห็นว่าพี่สาวยอมก็วางปีนลงแล้วไปคว้าเอากุญแจรถแล้วขับออกไปอีกครั้ง “ถ้านายอยากทำลายตัวเองนัก...ก็เชิญ!” “กลับมาก็มีแต่คนน่าเบื่อ ” “อลัน !” อลินวิ่งตามออกไปดูเพราะสายใยของแฝดมีความห่วงใยกันเสมอ แม้เธอจะปากร้ายก็ตาม 15 นาทีต่อมา บนถนนสายหลักเสียงเครื่องยนต์ V12 คำรามดังสนั่นไปทั่วราตรี อลันเหยียบคันเร่งมิดไมล์ ลมแรงปะทะใบหน้าขณะที่เขาสาดรถสปอร์ตเปิดประทุนเข้าโค้งด้วยความเร็วที่คนปกติไม่กล้าทำ ในหัวมีแต่คำพูดดูถูกของผู้เป็นพ่อและคำด่าทอของอลินพี่สาวฝาแฝดและเขาเองก็แค่ต้องการทางออก เขาต้องการลบความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้อำนาจของเงินทอง เอี๊ยดด!! โครม!!! ร่างของเด็กสาววัย 17 กระเด็นลอยไปไกลเกือบ 100 เมตร “สมายย!!”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม