ลูกศรยังคงนั่งอยู่บนโซฟาหนังสีครีมในล็อบบี้ หัวใจดวงน้อย ๆ เต้นแรงจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ระหว่างที่เธอกำลังลังเลว่าจะลุกกลับเข้าไปในงานดีหรือไม่ เสียงทุ้มที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นก็ดังขึ้นจากข้างกาย
“คุณโอเคไหมครับ?”
ใบหน้าสวยเงยหน้าขึ้นตามเสียงนั้นพลันทำให้ลูกศรเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือเป้าหมายที่ต้องการเข้าหานั่นเอง
‘คุณท็อป ทีปวุฒิ’
ชายหนุ่มในชุดสูทสีกรมท่าดูดีจนเกินบรรยาย ใบหน้าอบอุ่น รอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ตัดกับบุคลิกภาพที่ดูมั่นใจในทุกอิริยาบถทำให้ลูกศรเกือบลืมไปว่าเมื่อครู่เธอเพิ่งถูกพี่ชายของเขาข่มขู่
เอาไงดีเรา...
เป็นไงเป็นกัน...
ลูกศรกะพริบตาถี่ รีบปรับอารมณ์ให้อยู่ในโหมดเศร้า น้ำตาคลอเบ้าพร้อมเสียงสั่นเครืออย่างแนบเนียนราวกับกำลังแสดงละคร
“ฉะฉันรู้สึกอายมากค่ะ ไม่กล้ามองหน้าใครอีกแล้ว”
ท็อปขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม
“คุณลูกศรครับ เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นอุบัติเหตุ ทุกคนในงานต่างเห็นใจคุณ ผมเองก็เช่นกัน”
“คุณคิดอย่างนั้นจริง ๆ เหรอคะ?”
“ครับ ไม่ใช่แค่เห็นใจ ผมยังเป็นห่วงคุณด้วย ถึงได้ออกมาหา”
หัวใจของลูกศรเต้นระส่ำ ริมฝีปากสีกุหลาบคลี่ยิ้มอย่างคนรู้จังหวะ
“คุณใจดีจริง ๆ ค่ะ โชคดีจังที่ยังมีคนเห็นใจฉันบ้าง ไม่เหมือนใครบางคน”
“ใครหรอครับ”
“เอ่อ...”
ใครจะกล้าพูดออกไปล่ะ เพราะคนที่พูดถึงก็คือพี่ชายเขานั่นแหละ!
“อย่าคิดมากเลยครับ เอ่อ...ผมคุยกับคุณตั้งนาน ลืมแนะนำตัวไปเลย” เขายื่นมือออกมา “ผมท็อป ทีปวุฒิ ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณลูกศร”
หญิงสาวมองฝ่ามือของเขาที่สวมแหวนแบรนด์หรูอยู่เพียงครู่ ก่อนจะวางมือลงอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนโชคชะตาเริ่มกลับมาเข้าข้างอีกครั้ง
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ คุณท็อป”
“คุณลูกศรจะว่าอะไรไหม ถ้าผมจะขอไลน์คุณ เผื่อจะได้คุยเรื่องงานกันครับ”
“แค่เรื่องงาน...ใช่ไหมคะ?” เธอทำเป็นแกล้งถามหยั่งเชิงเพราะดูจากแววตาเจ้าชู้ของเขา มันไม่น่าใช่แค่เรื่องงาน
“คุณนี่รู้ทันผมนะครับ นอกจากเรื่องงานแล้วผมเองก็อยากรู้จักคุณลูกศรมากขึ้นครับ” เขาตอบอย่างตรงไปตรงมา
“เข้าใจแล้วค่ะคุณท็อป”
นิ้วเรียวพิมพ์ไอดีไลน์ให้เขาอย่างไม่รีบร้อน เธอรู้ดีว่าทุกวินาทีในตอนนี้คือโอกาสทองที่ต้องคว้าไว้ และทำทุกอย่างเพื่อให้เขาอยากสานสัมพันธ์กับเธอ
หลังจากพูดคุยกันเสร็จแล้ว ทีปวุฒิก็ลุกขึ้นขอตัวกลับเข้าไปในงาน โดยลูกศรโบกมือลาเขาเพราะตัดสินใจว่าจะไม่กลับเข้าไปในงานอีก
ดวงตาของเธอเป็นประกาย ก่อนจะเผลอยิ้มอย่างผู้ชนะ ใครจะไปคิดว่าแผนการที่วางไว้จะเริ่มเข้าที่เข้าทาง
แต่เมื่อเธอหันไปอีกด้าน กลับเห็นร่างสูงของทัพพ์เทพยืนพิงผนังหินอ่อนอยู่ห่าง ๆ สายตาคมเข้มของเขาจ้องมองมาทางเธอด้วยความไม่พอใจ
แต่นางร้ายอย่างลูกศรก็โนสนโนแคร์ เชิดคางขึ้นเล็กน้อยแล้วยิ้มเยาะ พร้อมส่งสายตาท้าทายกลับไปอย่างผู้ชนะ เพราะน้องชายเขาเป็นฝ่ายเดินมาขอไลน์เธอเอง