13.00 PM
บริษัท GSK
เสียงเครื่องปรินต์ดังสลับกับเสียงแป้นพิมพ์ในออฟฟิศที่แสนวุ่นวาย ใบหม่อนยืนกำโทรศัพท์ตัวเองอยู่หน้าห้องผู้บริหาร
ใบหน้าสวยซ่อนความกังวลไว้ไม่มิดเหตุเพราะเรื่องที่เพื่อนเธอไหว้วานนั่นเอง สุดท้ายก็ตัดสินใจเคาะประตูหน้าห้องรองประธาน
“คุณท็อปคะ ฉันขอเข้าพบได้ไหมคะ”
“เข้ามาได้...”
มือบางผลักประตูเข้าไป เห็นเขานั่งอ่านเอกสารอยู่หลังโต๊ะทำงาน สีหน้าท่าทางเคร่งเครียดไม่น้อย
“คุณท็อปคะ ฉันมีเรื่องจะเรียนให้ทราบนิดหน่อยค่ะ”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น มองเลขาสาวด้วยแววตาสงสัย
“มีอะไรเหรอคุณใบหม่อน”
“เพื่อนของฉันฝากข้อความมาบอกว่ามือถือพัง...”
“เพื่อน?” เขาเลิกคิ้วสูง “เพื่อนคนไหนล่ะ” ทีปวุฒิมั่นใจว่าคนระดับเขาไม่น่ารู้จักกับเพื่อนของเลขาสาวที่เป็นเพียงพนักงานออฟฟิศธรรมดา เพราะส่วนใหญ่เขาคบค้าสมาคมกับไฮโซด้วยกันเท่านั้น
ทว่ากลับผิดคาดเมื่อเธอเอ่ยชื่อใครบางคน...
“ลูกศรค่ะ เพื่อนฉันเอง”
ทันทีที่ได้ยินชื่อลูกศรนางร้ายหน้าสวยที่กำลังตกเป็นข่าวดังเรื่องอุบัติเหตุในงานกาล่า ท็อปถึงกับวางปากกาลงแล้วลุกจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว
“ว่าไงนะ คุณกับลูกศรเป็นเพื่อนกันงั้นหรอ”
“ใช่ค่ะ ถ้าคุณไม่เชื่อก็ดูนี่ได้เลยค่ะ” เลขาสาวนำรูปถ่ายของเธอกับลูกศรตั้งแต่มัธยมมาให้เขาดู เพื่อที่เขาจะได้มั่นใจว่าเธอไม่ได้พวกแอบอ้างหรือทำเป็นรู้จักลูกศรอยู่ฝ่ายเดียว
“นอกจากมือถือพัง มีข้อความอื่นอีกไหมที่ลูกศรฝากบอกผม”
“ลูกศรบอกว่าขอยกเลิกนัดที่คุณชวนไปดินเนอร์เย็นนี้ เพราะมีคิวแทรกถ่ายละครกะทันหัน แต่เพื่อนฉันฝากบอกด้วยว่าถ้าคุณไม่ติดอะไร ให้ไปรอที่กองถ่ายได้เลยค่ะ พอถ่ายเสร็จจะได้ไปทานอาหารด้วยกันต่อ”
ริมฝีปากหยักของทีปวุฒิโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์
“คุณลูกศรนี่ฉลาดจริง ๆ นอกจากจะไม่ผิดนัดกับผม ยังอุตส่าห์หาทางออกไว้ให้อีก”
ชายหนุ่มหยิบปากกาขึ้นมาหมุนไปมา จากที่กำลังเคร่งเครียดกับงานที่รู้สึกว่าเข้าใจยากกลับกลายเป็นอารมณ์ดีขึ้นมาทันที
“ขอบคุณนะ ที่ช่วยเป็นธุระให้ ทั้งในฐานะเลขา...และเพื่อนของผู้หญิงที่ผมสนใจ”
“เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่คุณท็อปอ่านเอกสารอนุมัติที่ฉันส่งให้หรือยังคะ”
“เอกสารของคุณหรอ อันไหนล่ะ ผมหาไม่เจอ”
“ก็อยู่ตรงนั้นไงคะคุณท็อป” ใบหม่อนชี้ไปยังกองแฟ้มเอกสารที่วางระเกะระกะ ซึ่งเขาก็มองตามแต่ไม่ยอมหยิบมันขึ้นมาดูเพราะในหัวของเขาตอนนี้มีแต่ผู้หญิงที่ชื่อลูกศร ลักษณ์วรินทร์
“ช่างเถอะ เรื่องงานไว้ทีหลังก็แล้วกัน”
ใบหม่อนถึงกับอ้าปากค้างเมื่อได้ยินเขาพูดอย่างนั้น ถ้าทีปวุฒิไม่เซ็นเอกสารให้ก็เท่ากับว่างานของเธอต้องคั่งค้างต่อไปอีกวัน
แต่ทำไงได้ในเมื่อเธอมีเจ้านายที่ทำตัวรักสบายเช่นนี้ เลขาสาวโค้งคำนับแล้วหมุนตัวออกห้องรองประธาน พร้อมบ่นกับตัวเองในใจว่างานการก็ไม่เป็นชิ้นเป็นอันแถมยังต้องตกอยู่ในสถานะแม่สื่ออีก