“หนู... หนูไม่ได้ซิงซะหน่อย!”
ปริมเอ่ยออกมาเสียงหลง พลางสะบัดหน้าหนีจากมือหนาที่เชยคางเธออยู่ ทั้งที่ดวงตากลมโตรื้นน้ำตาเพราะความตื่นตระหนก แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดสั่งให้เธอแถต่อไปจนถึงที่สุด
“หนูแค่ตื่นเต้น ก็นี่ห้องลุง... ลุงนั่นแหละที่ทำหน้ายักษ์ใส่หนูจนหนูเกร็งไปหมด ใครจะไปทำตัวเป็นธรรมชาติได้ล่ะ”
เธอพ่นคำพูดรัวเร็วออกมากลบเกลื่อนความลับที่ใกล้จะแตก พลางขยับกายบนตักกว้างอย่างไม่รู้ชะตากรรม มือเล็กเอื้อมไปคว้าปกเสื้อเชิ้ตของเขาไว้มั่น แล้วออกแรงดึงให้เขาโน้มลงมาหาเธออีกครั้ง แววตาที่เคยห้าวเริ่มเปลี่ยนเป็นท้าทายแบบเด็กๆ
“ลองใหม่อีกทีสิคะ คราวนี้หนูจะไม่เกร็งแล้ว... ลุงคอยดูละกัน”
คลาวด์มองใบหน้าจิ้มลิ้มที่พยายามปั้นหน้าดุใส่เขา ทั้งที่ริมฝีปากบางยังสั่นระริกไม่หยุด เขาแค่นยิ้มเย็นที่ดูน่าขนลุกยิ่งกว่าเดิม มือหนาที่เคยรวบเอวเธอไว้หลวมๆ ตอนนี้กลับเลื่อนลงมาบีบคลึงสะโพกมนผ่านผ้าซาตินบางกริบอย่างจงใจ
“ได้... ในเมื่ออยากลองอีกที ฉันก็จะยอมเป็นหนูทดลองให้”
น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าลงจนปริมเริ่มรู้สึกเย็นวาบไปตามไขสันหลัง คลาวด์โน้มหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากเกือบจะแตะกัน แววตาของหมาป่าที่กำลังจะตะปบเหยื่อฉายชัดจนปริมเผลอกลั้นหายใจ
“แต่จำไว้นะยัยหนู... ถ้าคราวนี้เธอยังทำตัวเป็นตุ๊กตายางไร้รสชาติแบบเมื่อกี้อีกล่ะก็ ฉันจะลงโทษคนขี้จุ๊ให้ร้องไห้จนลืมทางกลับบ้านเลยล่ะ”
“เอ่อ… หนู…”
“มานี่ฉันจะสอน จูบที่ถูกต้องต้องแบบนี้”
พูดจบเขาก็ไม่รอให้ปริมได้ตั้งตัว คลาวด์กดริมฝีปากร้อนผ่าวลงมาบดขยี้เรียวปากบางทันที มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนเหมือนในหนังที่เธอเคยดู แต่มันคือการสั่งสอนที่ดุดันและทรงอำนาจจนปริมสมองขาวโพลนไปหมด
สัมผัสจาบจ้วงจากฝ่ามือหนา ที่ลูบไล้ไปตามเรียวขาเนียนละเอียดทำให้ปริมขนลุกซู่ไปทั้งตัว ผ้าซาตินผืนบางไม่ได้ช่วยปกป้องเธอจากกระแสความร้อนที่แผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย ในขณะที่ริมฝีปากหยักกดแนบลงมาหักล้างคำโกหกของเธอด้วยจูบที่ดุดัน
ลิ้นร้อนของคลาวด์ ตวัดรุกรานเข้ามาสำรวจในโพรงปากอย่างเชี่ยวชาญและเร่าร้อน ปริมพยายามอ้าปากรับตามที่เคยเห็นในหนัง พยายามจะสู้กลับด้วยการขยับลิ้นเล็กๆ ของเธอไปดุนตอบเขา แต่มันกลับดูเงอะงะเก้ๆ กังๆ ราวกับลูกแมวที่พยายามจะกัดสู้กับราชสีห์
‘ทำแบบนี้ใช่ไหม... ต้องขยับแบบนี้หรือเปล่า’ เธอพยายามเค้นเอาภาพจากหนังโป๊ที่เคยแอบดูผ่านตามาใช้เป็นคู่มือ แต่ทว่าสัมผัสของคลาวด์มันรุนแรงและของจริงกว่านั้นมาก รสชาติของไวน์ที่ติดอยู่ปลายลิ้นเขา ผสมปนเปกับกลิ่นกายชายที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างที่เธอไม่เคยรู้จัก
ปริมเริ่มหายใจไม่ออก สมองขาวโพลนไปหมดจนนึกภาพในหัวไม่ออกอีกต่อไป มือเล็กที่โอบรอบคอเขาอยู่เผลอจิกเกร็งลงบนไหล่หนาโดยไม่รู้ตัว ร่างกายที่เคยสาบานว่าต้องทำได้เพื่อเงิน กลับตอบสนองด้วยความสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
“อื้อ...”
เสียงประท้วงเบาๆ หลุดออกมาจากลำคอ เมื่อเธอเริ่มตามจังหวะที่โหมกระหน่ำของเขาไม่ทัน คลาวด์ถอนริมฝีปากออกเพียงนิด เพื่อให้เด็กสาวได้หอบเอาอากาศเข้าปอด สายตาคมกริบจ้องมองใบหน้าหวาน ที่ตอนนี้แดงก่ำและฉ่ำวาวไปด้วยรสสัมผัสที่เขาเพิ่งมอบให้
“หึ... ไหนบอกว่าเก่ง”
คลาวด์พึมพำชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อ แววตาของเขาฉายแววรู้ทันอย่างที่สุด
“สู้ลิ้นฉันยังไม่เป็นเลยยัยหนู... หนังที่เธอไปจำมาน่ะ มันสอนไม่ถึงครึ่งที่ฉันจะสอนเธอคืนนี้หรอกนะ”
พูดจบเขาก็ซุกไซ้ใบหน้าลงไปที่ซอกคอขาวกรุ่น กลิ่นกายสาวแรกรุ่นที่สะอาดสะอ้าน ยิ่งกระตุ้นความดิบเถื่อนในใจมาเฟียหนุ่มให้ลุกโชนขึ้นกว่าเดิม
คลาวด์กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างนึกขบขัน เมื่อเห็นลูกนกในกำมือสั่นระริกจนแทบจะคงสติไว้ไม่อยู่ แววตาคมกริบหลุบต่ำลงมองสำรวจทรวงอกอิ่ม ที่กระเพื่อมไหวรุนแรงภายใต้ผ้าซาตินบางกริบ มันดูอวบอัดและโตเกินวัยเด็กสาวอายุ 18 ปีไปมาก จนเขาเผลอขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ
ใบหน้าจิ้มลิ้มที่ตอนนี้แดงซ่านไปถึงใบหู ดูน่าเอ็นดูอย่างประหลาดในยามที่เธอกลัว ยิ่งริมฝีปากบางเล็กที่เริ่มบวมเจ่อจากการถูกเขาบดขยี้ไปเมื่อครู่ มันกลับยิ่งเชิญชวนให้เขาอยากซ้ำรอยเดิมลงไปอีกหลายๆ ครั้ง
‘ไม่เคยลองเด็กขนาดนี้มาก่อนเลยแฮะ...’ คลาวด์คิดในใจพลางปรายตามองความใสซื่อ ที่พยายามซ่อนอยู่ใต้คำโกหกคำโต ‘แต่จะว่าไป... ลองอะไรใหม่ๆ ที่มันสดและสะอาดแบบนี้ดูบ้าง ก็คงไม่เลวเหมือนกัน’
หมับ!
“อ๊ะ!”
ปริมหลุดอุทานด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ ร่างของเธอก็ลอยละลิ่วขึ้นจากตักกว้าง คลาวด์ขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พร้อมกับช้อนอุ้มร่างบางในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย ราวกับเธอไม่มีน้ำหนัก มือเล็กเผลอคว้าหมับเข้าที่รอบคอหนาตามสัญชาตญาณ แผ่นอกอวบเบียดชิดกับแผงอกแกร่ง จนเธอสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่หนักแน่นของเขา
คลาวด์ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่สบตาที่สั่นระริกของเธอด้วยสายตาที่ลุ่มลึก ก่อนจะก้าวเดินตรงไปยังเตียงนอนใหญ่ใจกลางห้อง ที่ดูราวกับแท่นบูชายัญสำหรับปริมในนาทีนี้
"คะ... คุณลุงเอ่อ..."
ปริมสั่นระริกราวกับลูกนก ภายในใจกลัวจนอยากจะร้องไห้โฮออกมา แต่เธอกับต้องแข็งใจปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจ
"เรียกฉันว่าเฮียสิ... เฮียคลาวด์"
"ฮะ... เฮียคลาวด์..."
ปริมเรียกตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย ก่อนที่เธอจะรีบหันขวับไปมองตามเสียงของโทรศัพท์ที่ดังขึ้น
ครืด... ครืด... ครืด...
แรงสั่นสะเทือนของโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าดังแทรกขึ้นมา ในจังหวะที่หัวใจของปริมเต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก เธอสะดุ้งสุดตัวในอ้อมแขนแกร่งที่กำลังคุกคาม ความอุ่นร้อนจากร่างกายของคลาวด์ที่แนบชิดลงมา กลายเป็นความหนาวเยือกทันทีที่สายตาเหลือบไปเห็นแสงสว่างจากหน้าจอ
“ทะ... โทรศัพท์ของหนูค่ะ โทรศัพท์ของหนูดังค่ะเฮีย”
ปริมเอ่ยเสียงสั่นพร่า เธอพยายามขยับกายประท้วงเบาๆ ทั้งที่นัยน์ตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความภาวนา ‘ขออย่าให้เป็นโรงพยาบาลเลย ได้โปรด...’
“จิ๊... อะไรนักหนาวะ”
คลาวด์สบถพึมพำในลำคอ ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ เขาจ้องมองเด็กสาวที่อยู่ในอ้อมแขนด้วยสายตาคมกริบ ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อให้ได้ซะตอนนี้
“วะ... วางหนูก่อนได้ไหมคะ...”
"..........."
คลาวด์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแต่ถอนหายใจยาวอย่างอารมณ์เสีย ก่อนจะยอมคลายวงแขนและยอมวางร่างบางอย่างลงพื้นแบบฝืนๆ
แล้วปริมก็รีบกุลีกุจอวิ่งไปคว้ากระเป๋าเป้ แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมากดรับสายเบอร์แปลกนั้นทันที ด้วยมือที่สั่นจนแทบจะถือโทรศัพท์ไม่อยู่
“สวัสดีค่ะ...”
“สวัสดีค่ะ... นั่นใช่หลานสาวของคุณยายกำไลไหมคะ”
ปลายสายถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความเร่งรีบ
“ใช่ค่ะ...”
ปริมตอบรับ หัวใจกระตุกวูบ
“นี่เป็นเบอร์จากโรงพยาบาลนะคะ พอดีว่าตอนนี้อาการของคุณยายกำไลค่อนข้างแย่ลง ทางโรงพยาบาลจึงอยากให้ญาติเข้ามาที่หน้าห้องไอซียูตอนนี้เลยค่ะ”
“อะไรนะคะ! คุณยายอาการแย่ลงเหรอคะ”
เสียงของปริมหลุดหลงออกมาด้วยความตกใจสุดขีด น้ำตาที่กักเก็บไว้ไหลพรากอาบแก้มเนียนในทันที
“ใช่ค่ะ ตอนนี้คุณหมอกำลังเร่งช่วยอยู่ค่ะ...”
“ค่ะ... ค่ะ! หนูจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
ปริมวางสายด้วยมือที่สั่นระริก ลืมสิ้นความอายหรือความหวาดกลัวต่อชายหนุ่มที่ยืนมองอยู่เบื้องหลัง เธอรีบคว้าข้าวของด้วยความลนลาน ร่างกายอ่อนแรงจนเกือบจะทรุดลงกับพื้น โลกทั้งใบเหมือนกำลังพังทลายลงตรงหน้า เงินล้านที่เธอกำลังจะแลกมา มันจะสายเกินไปสำหรับลมหายใจของยายหรือไม่