“นี่คุณคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะต่อรองขนาดนั้นเลยหรือไง คิดว่าเฟอร์รารี่ของเราจำเป็นต้องง้อบริษัทเล็ก ๆ ของพวกคุณงั้นเหรอ” เหนือเมฆยังคงนิ่งเฉย เขาเพียงตอบกลับคำสั้น ๆ เท่านั้น “ใช่ครับ” นัยน์ตาสีทองทอดมองชายหนุ่มตรงหน้าชั่วครู่ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะอายุสามสิบกว่า ๆ แต่กลับมีความมั่นคงทางอารมณ์อย่างหนักแน่น อะไรบางอย่างทำคาเตอร์รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นพูดจริงทำจริง เสียงลมหายใจหนัก ๆ ถูกถอนออกมา “ผมไม่เข้าใจ จะมีประโยชน์อะไรกับการตามหาคนที่หายสาบสูญไปแล้ว” คำพูดของคาเตอร์ทำให้หวังเฉินที่ได้ฟังถึงกับโกรธจัด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงพยายามข่มอารมณ์ไว้ ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าซีอีโอหนุ่มแห่งค่ายม้าลำพองคนนี้ไม่สนใจอะไรอย่างอื่นนอกจากผลกำไรและผลประโยชน์ “สำหรับคุณอาจจะไม่มี แต่สำหรับผมไม่ใช่” เหนือเมฆตอบคาเตอร์ “แต่คนที่คุณตามหาอาจจะตายไปแล้วก็ได้” การที่คาเตอร์พูดออกมาแบบนี้นั่นแปลว่าชายหนุ่มจะต้อ

