ทันทีที่ประตูห้องปิดลงและเสียงฝีเท้าหนักๆ ของพ่อเลี้ยงหมอกครามเดินห่างออกไป อัญภัทรก็พ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ราวกับคนเพิ่งรอดตายจากสมรภูมิรบ
“เกือบไปแล้ว... เกือบไปแล้วจริงๆ อัญญา...”
มือบางยกขึ้นทาบอกที่หัวใจยังเต้นรัวแรงไม่หยุด ความรู้สึกวาบหวามจากการถูกสัมผัสเมื่อครู่ยังคงตกค้างอยู่บนผิวเนื้อ ร่องรอยความเปียกชื้นที่โคนขาและหน้าท้องทำให้เธอหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอาย
“ไม่ได้การ... ต้องรีบล้างออก... แล้วต้องรีบหนี!”
หญิงสาวตะเกียกตะกายลุกจากเตียงด้วยแข้งขาที่ยังสั่นเทา แต่ทว่ายืนได้ชั่วครู่ขาพลันอ่อนจนเกือบล้ม ก่อนจะฮึบให้ตัวเองตั้งสติแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว
เปิดน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำของพ่อเลี้ยงล้างคราบน้ำหล่อลื่นและร่องรอยความหยาบโลนออกไปจากร่างกายอย่างลวกๆ โดยไม่ได้สนใจความประณีตใด ๆ ขอแค่ให้ความรู้สึกเหนอะหนะหายไปก็พอ
จากนั้นเธอก็รีบวิ่งกลับออกมาที่ห้องนอน กวาดสายตาหาเสื้อผ้าของพ่อเลี้ยงใส่ จนสายตาเหลือบไปเห็นเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของพ่อเลี้ยงที่แขวนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า
“ยืมก่อนแล้วกันนะ... สถานการณ์ฉุกเฉิน!”
เธอคว้าเสื้อเชิ้ตตัวนั้นมาสวมอย่างรวดเร็ว ชายเสื้อยาวคลุมลงมาถึงหน้าขาพอให้ปกปิดส่วนสำคัญได้บ้าง ถึงจะดูวับ ๆ แวม ๆ แต่ก็ดีกว่าแก้ผ้าล่อนจ้อนนอนเป็นไหน ๆ
เมื่อแต่งตัวเสร็จ อัญภัทรก็พุ่งตรงไปที่ประตูห้องทันที มือบางจับลูกบิดแล้วหมุนแรงๆ
แกรก... แกรก...
“เอ๊ะ?” เธอขมวดคิ้ว ลองหมุนอีกรอบ... และอีกรอบ... แต่ประตูไม้สักบานหนากลับแน่นสนิท ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย!
“บ้าจริง! ล็อก! เขาล็อกประตูจากข้างนอก!”
อัญภัทรกรีดร้องในใจ อยากจะทุบประตูระบายอารมณ์แต่ก็กลัวเจ็บมือ
“คนเจ้าเล่ห์! ร้ายกาจที่สุด! กะจะขังกันไว้เอาจนได้หรือไง!”
ปัง! เสียงปืนดังสนั่นมาจากด้านนอกแม้ไกลจากบ้านพักแต่ก็ทำให้ได้ยินถนัดนัก ด้วยตอนนี้มันยามค่ำคืน ทำเอาอัญภัทรสะดุ้งโหยง ตัวสั่นงันงก รีบถอยกรูดกลับมาที่เตียงนอน
“ปืน! เขายิงปืน! ฮือ... ป่าเถื่อน... คนป่าเถื่อนชัดๆ!”
ความกลัวเริ่มเกาะกุมจิตใจ ไม่รู้ว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น และไม่รู้ว่าพ่อเลี้ยงหมอกครามจะกลับมาเมื่อไหร่... ในสภาพอารมณ์ไหนด้วย
เธอนั่งอยู่ปลายเตียงสอดส่ายสายตาหาทางหนีออกไป แต่ทว่าไม่มีทางเลย นี่ดวงกุดขั้นสุดหรือไงนะ ยังไม่เบญจเพสเลย แต่ได้เจอเครื่องเพศอันใหญ่จ่อใกล้ ๆ เข้าแล้ว
อัญภัทรคิดในใจอย่างฟุ้งซ่านชั่วครู่ จากนั้นลองเดินไปดูที่หน้าประตูอีกครั้ง แต่ทว่า...
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่คุ้นหูเดินกระแทกส้นเท้ากลับมาตามทางเดินไม้ด้านนอก และเสียงนั้นกำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาหยุดที่ตัวบ้าน เสียงปิดประตูดังจนเธอชะงักกระทั่งฝีเท้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้อง!
แกรก...
เสียงไขกุญแจดังขึ้น บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนในห้อง อัญภัทรตาเบิกโพลง หันซ้ายหันขวาเลิ่กลั่ก จะหนีก็ไม่มีทางหนี จะสู้ก็ไม่มีทางสู้
“ผ้าห่ม! ใช่! ผ้าห่ม!”
หญิงสาวกระโดดขึ้นเตียง มุดตัวเข้าไปใต้ผ้านวมผืนหนาแล้วดึงขึ้นมาคลุมโปงจนมิดหัว นอนขดตัวเป็นก้อนกลม ๆ อยู่กลางเตียง พยายามกลั้นหายใจและภาวนาให้เขาคิดว่าเธอหลับไปแล้ว
แอ๊ด...
ประตูเปิดออก... ตามมาด้วยกลิ่นกายบุรุษเพศที่คุ้นเคย และรังสีความร้อนแรงที่แผ่ซ่านเข้ามาในห้องอย่างไม่ต้องลืมตาดูก็รู้ว่าเป็นใคร
หมอกครามแค่นหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นก้อนกลมๆ ที่นูนขึ้นมากลางเตียงนอน ก้อนผ้าห่มนั้นสั่นน้อย ๆ บ่งบอกว่าสิ่งมีชีวิตข้างใต้กำลังหวาดกลัวแค่ไหน เขาเดินเนิบนาบเข้ามาในห้องแบบไม่ต้องเร่งรีบ
จัดการ ล็อกประตูลงกลอนอย่างแน่นหนาอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีมารผจญตัวไหนเข้ามาขัดจังหวะได้อีก
ร่างสูงใหญ่เดินมาหยุดที่ข้างเตียง มองดูก้อนอัญญาด้วยสายตาเอ็นดูปนขบขัน
“หลับเร็วจังนะ... เมื่อกี้ยังเถียงฉอด ๆ อยู่เลย”
เขาแกล้งพูดเสียงดัง แต่คนใต้ผ้าห่มยังนอนนิ่งเงียบกริบไม่ไหวติง หมอกครามกระตุกยิ้มร้าย ก้มลงใช้มือหนาดึงชายผ้าห่มที่คลุมโปงอยู่ออกช้าๆ
ภาพที่ปรากฏทำเอาพ่อเลี้ยงหนุ่มลมหายใจสะดุด... อัญภัทรนอนตะแคงหลับตาพริ้ม แพขนตายาวงอนสั่นระริก แก้มใสแดงปลั่งลามไปถึงใบหู และที่สำคัญ... บนเรือนร่างขาวผ่องนั้นสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาอยู่เพียงตัวเดียว!
ชายเสื้อที่ยาวคลุมลงมาถึงหน้าขา เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนวับ ๆ แวม ๆ ยิ่งเวลานอนตะแคง ชายเสื้อเลิกขึ้นสูงจนเห็นโคนขาขาวผ่องและสะโพกกลมกลึงรำไร
“ใส่เสื้อผมซะด้วย” หมอกครามพึมพำเสียงแหบพร่า
“รู้ใจจริง ๆ ผมชอบผู้หญิงใส่เสื้อเชิ้ตตัวเดียวที่สุด”
อัญภัทรที่แกล้งหลับอยู่ หัวใจเต้นโครมครามแทบระเบิด แต่ต้องกัดฟันข่มตาหลับต่อไป
‘อย่าลืมตานะอัญญา...หลับ...ท่องไว้ว่าหลับ... ถ้าตื่นตอนนี้โดนกินแน่!’
“หลับลึกขนาดนี้เลยเหรอ...” หมอกครามแกล้งโน้มหน้าลงไปกระซิบข้างหูเธอ“เขาบอกว่า...คนที่หลับลึกจริงๆ เนี่ย ต่อให้ยกแขนขึ้นชี้มันก็จะค้างอยู่อย่างนั้น ไม่ตกลงมาหรอก เดี๋ยวต้องพิสูจน์ว่าหลับจริงหรือแกล้งกันแน่”
อัญภัทรที่กำลังลนลานและเชื่อคนง่ายไม่ได้ไตร่ตรอง เผลอตกหลุมพรางเข้าอย่างจัง! ด้วยความกลัวว่าเขาจะจับได้ว่าแกล้งหลับ ทันทีที่เขายกแขนเรียวของเธอขึ้นชี้เพดาน... เธอก็เกร็งกล้ามเนื้อ ค้างแขนไว้แบบนั้นเป๊ะๆ!
หมอกครามแทบหลุดขำเมื่อเห็นแขนขาว ๆ ชี้โด่เด่ค้างกลางอากาศ ทั้งที่เขาปล่อยมือแล้ว
‘ยัยบ๊องเอ๊ย... ซื่อบื้อหรือใสซื่อวะเนี่ย’
เขาแกล้งทำเสียงเสียดาย “อุ้ย... ค้างจริงด้วย แสดงว่าหลับจริง แย่จัง!อุตส่าห์รีบเคลียร์จัดการคนงานเร็ว ๆ นึกว่าจะได้สานต่อเรื่องเมื่อกี้ซะหน่อย”
เขาค่อยๆ จับแขนเธอวางลงแนบลำตัวตามเดิม อัญภัทรลอบถอนหายใจโล่งอก นึกว่ารอดตัวแล้ว แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะ
“แต่ไหน ๆ ก็หลับแล้วเนอะ” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปกลายเป็นเสียงกระซิบ ที่เจือไปด้วยความหิวกระหาย
“งั้นขอผมชิมก่อนแล้วกันนะ รับรองว่าจะไม่กวนให้ตื่น... แค่จะเลียให้ฉ่ำ”
“*~*” อัญภัทรอยากจะกรีดร้อง แต่ต้องกลั้นไว้สุดชีวิต หากขยับเพียงนิดเดียวเกรงว่าตัวเองจะพลาดโดนจับได้ แล้วบทลงโทษที่หลอกเขาจะหนักน่ะสิ
มือหนาเริ่มปฏิบัติการรุกราน เขาสอดมือเข้าไปใต้ชายเสื้อเชิ้ตตัวโคร่ง ลูบไล้ต้นขาด้านในที่เนียนนุ่มอย่างย่ามใจ ก่อนจะจับเรียวขาของเธอแยกออกจากกันกว้าง
ความเย็นของเครื่องปรับอากาศปะทะเข้ากับจุดซ่อนเร้นที่ไร้ปราการป้องกัน ทำให้อัญภัทรเผลอขมิบเกร็ง หมอกครามแทรกตัวเข้ามาตรงกลางระหว่างขาเรียว ก้มหน้าลงต่ำไปหาดอกไม้งามที่เขารู้ดีว่ามันหวานแค่ไหน เพราะชิมน้ำหวานไปก่อนหน้านี้แล้ว
“อื้อ...” อัญภัทรเผลอหลุดเสียงครางในลำคอ เมื่อลมหายใจร้อนจัดเป่ารดจุดอ่อนไหว ขนอ่อนลุกชันไปทั้งตัว นิ้วมือจิกเกร็งขยุ้มผ้าปูที่นอนแน่น
แผล็บ...
ลิ้นร้อนชื้นตวัดเลียลงบนกลีบดอกไม้สีหวานเบา ๆ ทักทายอย่างหยอกเย้า ความรู้สึกเปียกชื้นและสากระคายของลิ้นที่ลากผ่านจุดกระสัน ทำให้อัญภัทรสะท้านเฮือก
‘ฮึก...เสียวเป็นบ้า’
เธอต้องกัดริมฝีปากตัวเอง จนเจ็บเพื่อกลั้นเสียงครางที่อยากจะระเบิดออกมา
‘อย่า... อย่าทำแบบนี้... มันเสียว... ฮือ...’ คนตัวเล็กร่ำร้องได้เพียงในใจ
“หวาน...” หมอกครามพึมพำชิดกลีบเนื้อ เขาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหวานที่พยายามตีหน้าตายหลับตาพริ้ม ทั้งที่ริมฝีปากขบเม้มแน่นจนห่อเลือด เห็นแล้วมันน่าแกล้งให้ร้องขอชีวิตจริงๆ!
เขาไม่ปรานีอีกต่อไป ลิ้นร้ายกาจเริ่มรุกรานหนักหน่วงขึ้น เขาตวัดเลียรัวเร็วตรงปุ่มกระสัน สลับกับดูดดึงขบเม้มกลีบเนื้อนุ่มนิ่มเสียงดังจวบจาบ ลิ้นหนาแทรกซอนเข้าไปในรอยแยก กวาดต้อนน้ำหวานที่เริ่มไหลซึมออกมาเพราะแรงอารมณ์
“อึก... อื้อ... อื้มมม!” อัญภัทรบิดตัวเร่าไปมาอย่างทรมาน ความเสียวซ่านแล่นพล่านจากท้องน้อยลามไปถึงปลายเท้า สมองเริ่มขาวโพลน การแกล้งหลับกลายเป็นเรื่องคิดผิดที่สุดในชีวิต ณ ตอนนี้เลยก็ว่าได้
~ทรมานแทบตาย~
หมอกครามรู้จุดอ่อนเธอดี เขาใช้นิ้วมือแหวกทางรักให้เปิดกว้าง แล้วส่งปลายลิ้นห่อตัวเป็นแท่งแหลม แหย่เข้าไปข้างใน เลียนแบบจังหวะการสอดใส่ เข้า... ออก... รัวๆ
“ซี๊ดดด...” อัญภัทรทนไม่ไหว เผลอแอ่นสะโพกรับสัมผัสลิ้นนั้นอย่างลืมตัว ขาเรียวเกี่ยวรัดรอบคอเขาโดยสัญชาตญาณ
“หึ... ตื่นแล้วเหรอ...” เขาแกล้งถามเสียงอู้อี้ทั้งที่หน้ายังซุกอยู่ตรงนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา สบตาเธอด้วยแววตาพราวระยับ ริมฝีปากเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำใสๆ ของเธอ
“หรือว่ากำลังฝันดี...ฝันว่าโดนผม เลียจนจะเสร็จคาปาก... หืม?”