หมอกครามชะงักกึก! ร่างกายเกร็งค้างในท่านั้น ส่วนอัญภัทรที่กำลังเคลิ้มและเจ็บปนเสียว สะดุ้งเฮือกจนเผลอขมิบตอดรัดส่วนหัวของเขาแน่น!
“ซี๊ดดด... แม่งเอ๊ย! ใครวะ!” หมอกครามสบถลั่นด้วยความหัวเสียสุดขีด อารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงปรี๊ดพลันสะดุดหัวทิ่ม
“พ่อเลี้ยง! เปิดประตูหน่อยครับ! ไอ้เข้มกับไอ้จ้อยเมาแล้วตีกัน! ไอ้เข้มมันคว้ามีดอีโต้จะฟันหัวไอ้จ้อยแล้วครับ! พวกผมห้ามไม่อยู่!”
เสียงตะโกนร้อนรนของคนงานด้านนอก ทำเอาบรรยากาศวาบหวามในห้องแตกกระเจิงราวกับลูกโป่งฟองสบู่ที่โดนลมแล้วหายวับไปกับตา ทั้งเรื่องคอขาดบาดตายแถมเป็นลูกน้องคนสนิทอย่างไอ้เข้มอีกต่างหาก!
หมอกครามกัดฟันกรอด หลับตาลงข่มอารมณ์ดิบเถื่อนที่คั่งค้าง เขาก้มลงมองอัญภัทรที่นอนหอบหายใจรวยรินอยู่ใต้ร่าง สภาพเธอล่อแหลมและยั่วยวนจนเขาอยากจะเมินเสียงข้างนอกแล้วกระแทกต่อให้จบ ๆ ไปซะ
แต่ความเป็น ‘เจ้านาย’ มันค้ำคอ... ขืนปล่อยให้ลูกน้องฆ่ากันตายในบ้าน เขาคงมองหน้าใครไม่ติด
“โธ่เว้ย!” เขาคำรามอย่างขัดใจ ถอนกายออกจากความนุ่มนิ่มอย่างแสนเสียดาย เกิดเสียงดัง ‘บล๊วบ’ อันลามกตอกย้ำความฉ่ำและร้อนฉ่า แล้วรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมร่างเปลือยของอัญภัทรเอาไว้จนมิดคอ
“รออยู่นี่... ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด!” เขาสั่งเสียงเข้ม ก่อนจะคว้ากางเกงนอนมาสวมอย่างลวก ๆ แล้วกระชากประตูเปิดออกไปเผชิญหน้ากับตัวมารขัดความสุข!
แต่ก่อนไปเขาหยิบปืนพกของตัวเองไปด้วย ทั้งคิดเอาไว้ว่า หากมันกัดกันเพราะเหล้าเขาจะห้ามกินในไร่ หากจะกินก็ออกไปร้านข้างนอก ตีกันข้างนอกเขาไม่เห็นจะได้ไม่รู้สึกผิดอะไร
ปัง!
เสียงปืนกัมปนาทดังสนั่นก้องไปทั่วบริเวณลานหน้าเรือนพักคนงาน ทำเอาเสียงเอะอะโวยวายเมื่อครู่เงียบกริบลงในพริบตา แม้แต่เสียงหมาที่เห่ากรรโชกก็ยังหยุดชะงัก
ร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงหมอกครามเดินอาด ๆ ฝ่าความมืดออกมา ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้ถมึงทึงน่ากลัวยิ่งกว่ายักษ์วัดแจ้ง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนลูกน้องต่างพากันแหวกทางให้
“จะแยกกันดีๆ หรือจะให้กูยิงทิ้งทีละคน!”
เขาตะคอกเสียงกร้าว ปลายกระบอกปืนพกสั้นในมือยังคงมีควันจาง ๆ ลอยอ้อยอิ่ง ชี้กราดไปที่คู่กรณีกลางวง
‘ไอ้เข้ม’ มือขวาคนสนิท ยืนหอบตัวโยน ในมือยังกำมีดอีโต้เล่มใหญ่แน่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธและฤทธิ์เหล้า ส่วนคู่กรณีคือ ‘ไอ้จ้อย’ คนงานรุ่นน้องที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่กับพื้น หน้าตาปูดบวมเพราะโดนหมัดไอ้เข้มเข้าไปหลายดอก
“วางมีดลงไอ้เข้ม! เดี๋ยวนี้!” หมอกครามสั่งเสียงเฉียบขาด
เคร้ง! ไอ้เข้มยอมทิ้งมีดลงพื้นอย่างไม่เต็มใจนัก แต่น้ำตายังคลอเบ้า “พ่อเลี้ยงครับ... แต่มันหยามผม! มันหยามศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย!”
“หยามห่าอะไรของมึง! ตีกันเรื่องอะไร!” หมอกครามถามอย่างหัวเสีย นึกในใจว่า
‘กูสิควรจะโกรธ... กูกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มกับอัญญา พวกมึงเสือกมาตีกันเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งเนี่ยนะ!’
“ก็มัน...” ไอ้เข้มชี้นิ้วสั่นระริกไปที่ไอ้จ้อย “มันเมาแล้วปากหมา! มันบอกว่ามันเคย... เคยเอากับน้องคำหล้ามาแล้วหลายหน! ทั้งที่มันก็รู้ว่าผมจีบน้องเขาอยู่! มันพูดจาดูถูกผู้หญิงที่ผมรัก!”
ไอ้จ้อยที่เมาแอ๋รีบยกมือไหว้ปลกๆ ปากคอสั่น
“มะ... ไม่ใช่นะพี่เข้ม... ผม... ผมแค่คุยโว... ผมแค่อยากอวด...” เสียงไอ้จ้อยอึกอัก จะพูดว่าได้จริง ๆ ก็กลัวว่าคำหล้าจะไม่ให้เอาซ้ำ แต่จะยอมรับว่าโกหกก็ไม่ใช่ เขาเคยเอาจริง ๆ ชายป่าหลังไร่มันลับตาคน คำหล้าเป็นคนบอกเขาเอง
หมอกครามได้ยินชื่อ ‘คำหล้า’ คิ้วเข้มก็กระตุกยิก ๆ ความทรงจำเมื่อตอนหัวค่ำที่ใต้ถุนบ้านพักคนงานเก่าไหลย้อนกลับมาในหัว...
ภาพนังคำหล้าเสื้อผ้าหลุดลุ่ย... กับ ‘ไอ้ทิด’ คนงานอีกคนที่วิ่งหนีหางจุกตูดไป...ทั้งที่เอากันไม่ทันเสร็จ ป่านนี้ไม่รู้แอบเอากันอยู่ที่ไหน ฝนก็ตกแกรก ๆ ตลอดคืน
‘โธ่เอ๊ย... ไอ้ควายเข้ม...’ หมอกครามถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเอือมระอา อยากจะเอาด้ามปืนเคาะหัวลูกน้องคนสนิทให้ตาสว่าง
ไอ้จ้อยมันก็แค่ขี้คุยไปงั้น แต่อาจจะได้หรือไม่ได้ก็ไม่รู้เขายังไม่เคยเห็น ส่วนไอ้เข้มก็หน้ามืดตามัว หลงรักผู้หญิงหัวปักหัวปำโดยที่ไม่รู้เลยว่า หญิงที่ตัวเองบูชาเช้าเย็นน่ะ แอบไป ‘กินตับ’ กับไอ้ทิดที่ท้ายไร่จนพรุนไปหมดแล้ว!
“พอ! หยุดเพ้อเจ้อกันได้แล้ว!” หมอกครามตวาดตัดบท เก็บปืนเหน็บเอวอย่างลวกๆ
“เรื่องผู้หญิงคนเดียว ถึงกับจะฆ่าแกงกัน... พวกมึงนี่มันโง่บัดซบ!”
“แต่พ่อเลี้ยงครับ...” ไอ้เข้มพยายามจะเถียง
“หุบปาก!” หมอกครามชี้หน้า “ไอ้จ้อยมันเมา มันก็พล่ามไปเรื่อย มึงจะไปถือสาคนเมาทำซากอะไร! ส่วนมึงไอ้จ้อย... ปากเสียดีนัก พรุ่งนี้ไปขุดลอกคลองท้ายไร่คนเดียวสามวัน เป็นการลงโทษ!”
เขาหันไปมองกราดลูกน้องทั้งคนไทยภาคกลางที่มาทำงานไกลบ้าน คนลาวที่มาเป็นแรงงานต่างด้าว และ คนอีสานที่อยู่ในจังหวัดแต่พักในไร่มุงรอบ ๆ เพราะคนงานในไร่ของเขามีมากด้วยต้องดูแลพื้นที่เป็นพันไร่ และผลผลิตออกทุกฤดูกาล จึงต้องสั่งสอนพวกมันให้ดี ให้รู้จักกฎระเบียบ
“และฟังไว้ให้ดี... ต่อไปนี้ห้ามตั้งวงกินเหล้าในเขตบ้านพักกูอีก! ใครอยากกิน ไสหัวไปแดกที่ร้านข้างนอก! เมาแล้วตีกันให้ตายห่าไปเลย กูจะไม่ไปตามเช็ดตามล้างให้ ตายก็เผา เข้าใจไหม!”
“ครับพ่อเลี้ยง!” เสียงตอบรับดังกระหึ่มอย่างหวาดกลัว
หมอกครามสะบัดหน้า เดินเข้าไปตบไหล่ไอ้เข้มแรงๆ จนมันเซ “ส่วนมึงไอ้เข้ม เลิกโง่ได้แล้ว ผู้หญิงไม่ได้มีคนเดียวในโลก แล้วก็หัดแหกตาดูความจริงซะบ้าง ไม่ใช่มัวแต่หลงภาพที่มึงสร้างเอง บางทีสิ่งที่มึงเห็นอาจจะไม่จริงก็ได้”
หมอกครามรู้ว่านังคำหล้าก็เป็นผู้หญิงหลอกกินไปทั่ว ผู้ชายคนไหนหลงก็เอาทำผัวทั้งนั้น
พ่อเลี้ยงหน้าโหดพูดทิ้งท้ายเป็นปริศนาไว้แค่นั้น ก่อนจะเดินหันหลังกลับเรือนใหญ่ด้วยอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นไม่หาย ทิ้งให้ไอ้เข้มยืนงงเป็นไก่ตาแตก เกาหัวแกรก ๆ ว่าเจ้านายหมายถึงอะไร
ระหว่างเดินกลับ พ่อเลี้ยงหนุ่มเงยหน้ามองฟ้ามืดๆ พลางสบถพึมพำ
“เฮ้อ! เวรกรรมของคนหล่อที่กำลังจะได้ล่อของเด็ด ไอ้ลูกน้องก็ตีกันเพราะแย่งผู้หญิง ส่วนกูผู้หญิงนอนแก้ผ้ารออยู่บนเตียงแท้ ๆ ดันต้องลุกมาถือปืนไล่ยิงขู่ลูกน้อง”
เขาก้มลงมองเป้ากางเกงตัวเองที่ยังตุงแน่นอย่างน่าสงสาร
“รอก่อนนะลูกพ่อ เดี๋ยวพ่อกลับไปสานต่อให้จบหวังว่าแม่ดอกอัญชันคงยังไม่หลับหนีไปซะก่อนนะ”
ขายาวๆ ก้าวฉับ ๆ กลับไปที่ห้องนอนด้วยความเร็วแสง ภารกิจระงับเหตุจบแล้ว ต่อไปคือภารกิจ ‘ระงับความอยาก’ ที่ค้างคา!