บทที่ 11 ไม่สมฐานะ

1101 คำ
อารัณย์ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เพราะเขาเป็นคนตื่นเช้ามาตั้งแต่เด็ก เขาเห็นพริ้มพราวยังหลับสนิทอยู่เลยไม่อยากปลุก พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเขาก็ลงไปช่วยแม่เตรียมกับข้าวใส่บาตร “ผมช่วยครับแม่” “หนูพราวเป็นยังไงบ้าง อยู่สบายไหม บ่นอะไรหรือเปล่า” อุไรถามลูกชาย อารัณย์อมยิ้ม “ไม่ได้บ่นอะไรครับ เห็นบอกอยู่ว่าสนุกดี ไม่เคยมาเที่ยวมาพักที่แบบนี้” “รัณย์... แม่มีเรื่องอยากจะเตือนลูก” อุไรละมือจากเตาแล้วหันมาคุยกับลูกชายจริงจัง เขาเงยหน้าขึ้นมองคนเป็นแม่อย่างสงสัย “แม่มีอะไรเหรอครับ” “แม่ว่าลูกอย่าคบกับผู้หญิงคนนี้เลย เลิกกันเถอะ” อุไรบอกไปตามตรง อารัณย์หน้าเสียเมื่อได้ยินเช่นนี้ “ทำไมล่ะครับ พราวไม่ดีตรงไหน คุณแม่ไม่พอใจอะไรพราวเหรอครับ พราวทำอะไรให้คุณแม่ไม่สบายใจ บอกผมได้นะครับ ผมจะได้ตักเตือนน้อง” “เปล่า แฟนลูกไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น พริ้มพราวน่ารักน่าเอ็นดู ดูแล้วเป็นคนซื่อๆ ไม่มีพิษมีภัย แต่ว่าเค้าอยู่สูงเกินไป เค้าเป็นลูกตระกูลผู้ดีเก่าแก่ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี มีหรือที่จะมาอยู่กับคนอย่างเราได้ ตอนนี้เค้าอาจจะรักลูกที่ลูกเป็นคนดี รักที่ลูกตามใจเค้า รู้สึกมีความสุขสนุกกับลูกเพราะยังไม่เคยสัมผัสชีวิตแบบนี้ แต่ลูกคิดเหรอว่าเค้าจะสามารถมาอยู่กับเราแบบนี้ได้ตลอดชีวิต สักวันเค้าจะต้องกลับไปอยู่ในที่ที่เค้าควรอยู่ ต้องแต่งงานกับคนที่เหมาะสมคู่ควรกับเค้า แม่กลัวว่าเค้าจะทำให้ลูกเสียใจภายหลัง” อุไรจับมือลูกชายไว้แน่น อารัณย์กลืนก้อนสะอึกลงคอ ขอบตาเขาร้อนผะผ่าว “จริงอยู่ที่เราเลือกเกิดไม่ได้ เราเลือกไม่ได้ว่าเราจะได้มาเกิดในครอบครัวแบบไหน ฐานะเป็นยังไง แต่ผมเชื่อในความสามารถของผมว่าผมจะรวยให้ได้ ผมจะรวยไม่ให้แพ้ครอบครัวของพริ้มพราว ผมจะไม่ทำให้เธอน้อยหน้าใคร” อารัณย์พูดน้ำเสียงหนักแน่น แต่แววตาของคนเป็นแม่ยังฉายชัดถึงความเป็นห่วงเป็นใยอยู่ “ลูกอาจจะต้องเหนื่อย... เหนื่อยมาก... แม่เป็นห่วง” “คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ เชื่อใจผมว่าผมสามารถทำได้ และผมเองก็เชื่อใจพราว ผมเชื่อว่าเธอรักผมและจะไม่มีวันทิ้งผมแน่นอน ผมมั่นใจ!” หลังกลับมาจากอัมพวา ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ พริ้มพราวทำตัวน่ารักกับเขาเสมอ ส่วนเขายังคงมีหน้าที่ติวหนังสือ ช่วยเธอทำการบ้านเหมือนเดิม แม้ว่าตอนนี้ผลการเรียนของเธอจะดีขึ้นตามลำดับ แต่เธอก็ต้องพยายามมากกว่าคนอื่น เพราะพื้นฐานเธอไม่ชอบเรียนด้านนี้อยู่แล้ว เขามักเห็นเธอวาดรูปการ์ตูนลงในหนังสือเรียน วาดแทบทุกหน้าจนตัวการ์ตูนบดบังตัวอักษร เธอถูกเขาดุไปหลายรอบ “เฮ้ย! แกทำอะไรอยู่วะ” วิโรจน์เดินเข้ามาหาอารัณย์ที่โต๊ะไม้ใต้อาคารเรียน พร้อมกับกลุ่มเพื่อนอีกเกือบสิบคน “นั่งทำการบ้านให้พราว” “โอ้โห แกนี่นะ! สุดยอดแฟนดีเด่นแห่งชาติจริงๆ งานตัวเองน่ะเสร็จหรือยัง ถึงได้ไปนั่งทำการบ้านให้แฟน” วิโรจน์ถาม เพื่อนในกลุ่มต่างหัวเราะ อารัณย์ได้แต่ยิ้มขำๆ ไปกับเพื่อน “เสร็จแล้วสิวะ ถ้าไม่เสร็จจะมานั่งว่างทำงานให้พราวเหรอ” “แกไม่เหนื่อยบ้างหรือไงวะ เรียนก็ต้องเรียน งานก็ต้องทำ แถมยังต้องคอยมานั่งติวหนังสือ นั่งทำการบ้านให้แฟนอีก” “ไม่อ่ะ สำหรับพราวฉันไม่มีอะไรต้องเหนื่อย” “สุดยอดจริงๆ ระวังเถอะ อย่าเผลอแล้วกัน แฟนแกนี่สวยระดับดาวมหาวิทยาลัย ระวังไอ้หนุ่มๆ มันจะคาบไปแดก ฉันเห็นคนมาเทียวไล้เทียวขื่อน้องพราวทุกวัน” มีนาเตือนเพื่อน อารัณย์ชะงัก “ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเชื่อใจพราว” เขาพูดสั้นๆ เป็นอันรู้กันในกลุ่มเพื่อน พออารัณย์ทำการบ้านให้พริ้มพราวเสร็จแล้วเขาก็นั่งคุยเฮฮากับเพื่อนตามปกติ จนกระทั่งเขาเห็นคุณหญิงมาลัยวรรณ ซึ่งเป็นแม่ของพริ้มพราวเดินตรงมายังเขา หญิงวัยกลางคนสวมชุดผ้าไหมสีครีม สวมรองเท้าส้นสูง กระเป๋ายี่ห้อดังทำมาจากหนังจระเข้ หล่อนสวมสร้อยเพชรเม็ดใหญ่กับต่างหูเพชรน้ำงาม ทำผมกระบังลม แต่งหน้าเนียนกริบ หล่อนมองสบสายตาอารัณย์นิ่ง “คุณแม่!” อารัณย์ลุกขึ้นยืน เพื่อนในกลุ่มต้องเงียบลงทันทีเมื่อเห็นหล่อน “สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ” ทุกคนต่างยกมือไหว้ เพราะคุณหญิงมาลัยวรรณมีท่าทีที่น่าเกรงขาม “ฉันเคยบอกแกแล้วใช่ไหมว่าให้เลิกกับลูกสาวฉัน ทำไมแกถึงไม่ยอมเลิกสักที มาวอแวกับลูกสาวฉันอยู่ได้!” คุณหญิงมาลัยวรรณชี้หน้าด่าอารัณย์เสียงดัง เขาหน้าเสียลง “คุณแม่...” “แกไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่ เป็นคนจนๆ ก็หัดอยู่แบบเจียมเนื้อเจียมตัวซะบ้าง ไม่ใช่ทำตัวเป็นกิ้งก่ามาเกาะลูกสาวฉัน เห็นลูกสาวฉันรวยน่ะสิถึงมาจีบลูกสาวฉัน” หล่อนมองอารัณย์ด้วยสายตาดูถูก สายตาของหล่อนไล่มองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ยิ่งเห็นรองเท้าผ้าใบเก่าๆ ขาดๆ ยิ่งทำให้หล่อนนึกขยะแขยงจนต้องแสยะปาก “ถึงผมจะจน แต่ผมไม่เคยคิดจะเกาะลูกสาวคุณแม่กินนะครับ ผมเองก็ทำงานพาร์ทไทม์หาเงินเอง ไม่เคยขอยืม ไม่เคยต้องให้พราวเลี้ยงผม” อารัณย์เถียง “แต่แกไม่คู่ควรกับลูกสาวฉัน!” คุณหญิงมาลัยวรรณพูดเสียงดัง ตอนนี้เพื่อนๆ นักศึกษาเริ่มมุงดูเหตุการณ์กันหลายสิบคนแล้ว “ผมขอโอกาส... ผมกำลังจะสร้างตัว ผมจะไม่ทำให้พริ้มพราวต้องน้อยหน้าใคร” อารัณย์สบตาคุณหญิงมาลัยวรรณนิ่ง เหมือนคำพูดเขาเป็นดั่งสายลม คุณหญิงมาลัยวรรณหัวเราะในลำคอ แววตาดูถูกดูแคลนไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย “ต่อให้แกรวย ฉันก็ไม่เอาแกมาเป็นลูกเขย เพราะชาติตระกูลแกมันต่ำ คนที่คู่ควรกับลูกสาวฉันต้องมาจากชาติตระกูลที่ดีเท่านั้น อีกอย่าง... น้ำหน้าอย่างแกเนี่ยนะจะมารวย ยายพราวคงต้องรออีกสามสิบสี่สิบปีล่ะมั้งกว่าจะได้แต่งงาน” คุณหญิงมาลัยวรรณเย้ยหยัน อารัณย์กำมือแน่น
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม