“ผมโทรแจ้งตำรวจแล้ว เดี๋ยวคงมา” หน้าหมู่บ้านมีป้อมตำรวจอยู่ ควรจะมาถึงกันได้แล้วด้วยซ้ำ
และสองนาทีต่อมาเมื่อผู้บุกรุกกำลังงัดหน้าต่างได้ มันกำลังจะปีนเข้ามาก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซต์ของตำรวจตรวจท้องที่ผ่านมา ไฟฉายถูกสาดส่องเข้ามาในตัวบ้านจนเห็นตัวมัน ตีนแมวตกใจรีบวิ่งหนีทำให้ตำรวจตามไปอย่างรวดเร็ว และตามจับได้ในที่สุด
พิชญะบอกให้อุษมาแต่งตัวแล้วลงไปด้านล่าง เขาจะไปคุยกับตำรวจก่อน
เมื่อเธอตามลงไปพบว่าชายหนุ่มคุยกับตำรวจเรียบร้อยแล้ว ผู้ต้องหาถูกคุมตัวไปที่สถานีตำรวจแล้วเช่นกัน เธอถอนใจอย่างโล่งอก แต่คืนนี้เธอยังกลัวอยู่
“ผมว่าเอื้อย้ายไปอยู่บ้านผมดีกว่า” พิชญะกล่าวขึ้นเมื่ออยู่กันตามลำพัง อุษมาส่ายหน้าเธอกลัวคุ้มเวียงบัว บ้านเก่าโบราณน่ากลัวจะตาย
“ไม่ไป พี่กลัวผี”
พิชญะส่ายหน้า อุษมากลัวผีแต่ไม่กลัวโจรหรืออย่างไร
“งั้นผมจะมาอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนเอื้อเอง”
“พีร์ อย่าบอกพ่อแม่พี่เรื่องนี้ได้ไหม” อุษมาเอ่ยหลังจากที่ตำรวจกลับไปหมดแล้ว โดยที่พรุ่งนี้เธอจะต้องไปให้ปากคำที่สภ.ลำพูน ตามที่ร้อยเวรแจ้งไว้ก่อนจะขอตัวกลับไป
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเธอทันที ราวกับรอฟังอยู่แล้ว แววตาของเขายังมีความเคร่งเครียดจากเหตุการณ์เมื่อครู่
“อย่าบอกแม่พี่ได้ไหม” เธอพูดอีกครั้ง “แล้วก็…อย่าบอกพ่อช้างกับน้ามดด้วย”
พีร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ทำไม”
“พี่ไม่อยากถูกเรียกตัวกลับกรุงเทพฯ” อุษมารีบอธิบาย “พ่อจะต้องบอกว่าเห็นไหม…บอกแล้วให้อยู่กับคนดูแล ไม่ให้มาอยู่ลำพูนคนเดียว” เธอพูดถึงนายแพทย์คิมหันต์[1] ที่ปกติก็ไม่ได้อยากให้ลูกสาวมาอยู่ที่นี่แต่แรก
“อ่อ” พิชญะทำเสียงในคอเป็นเชิงเข้าใจ เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อด้วยความเชื่อมั่น
“ลุงหมอคิมทำได้อยู่แล้ว”
อุษมาหันไปค้อนเขา “นั่นล่ะ ตกลงว่าเธอรับปากไหม”
“ผมเข้าใจเอื้อนะ” เขาตอบสั้น ๆ “แล้วผมก็รู้ด้วยว่าถ้าลุงคิมรู้เรื่องนี้ เขาจะต้องไม่ชอบใจแน่ๆ”
อุษมาหรี่ตามองอีกฝ่ายสาธยายการคาดเดาความในใจของพ่อเธอ เพราะงั้นแหละ… เธอถึงต้องขอร้องเขาแบบนี้
อุษมาสูดลมหายใจอีกครั้งก่อนจะพูดให้ชัดเจน “พี่ขอร้องจริง ๆ นะพีร์ ไม่บอกผู้ใหญ่เรื่องนี้ได้ไหม”
พิชญะนิ่งไป แววตาคม ๆ มองเธอเหมือนกำลังชั่งใจว่าควรทำตามคำขอนั้นหรือไม่ แต่สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจยาว
“ได้” เขาพูด “แต่ผมมีทางเลือกให้เอื้อ”
“เลือกอะไร” เธอชักสีหน้า ยังคงขุ่นใจกับเด็กบ้านี่ไม่หายที่เรียกเธอด้วยชื่อเฉยๆ เหมือนรุ่นราวคราวเดียวกัน
พิชญะยกสองนิ้วขึ้นให้เห็นชัด ๆ “ผมมีให้เอื้อสองทาง”
อุษมาจ้องเขาอย่างระแวงทันที “ว่ามา”
ชายหนุ่มมองไปรอบบ้านอีกครั้ง ราวกับตรวจพื้นที่ในหัวตลอดเวลา “ทางแรกเอื้อต้องย้ายไปอยู่บ้านผม หรือไปอยู่ที่อื่นที่ผมมั่นใจว่าปลอดภัย”
แค่ได้ยินคำว่า “อยู่บ้านผม” อุษมาก็มองเขาเหมือนพูดอะไรไม่เข้าท่า
บ้านพิชญะก็คือส่วนหนึ่งของคุ้มเวียงบัวในอดีต แม้ว่าไอยเรศจะแบ่งที่ดินและตัวคุ้มส่วนใหญ่มอบให้เป็นทรัพย์แผ่นดินไปแล้วก็ตาม แต่เธอก็ยังอดคิดไม่ได้ว่ามันน่ากลัวตามแบบบ้านโบราณทั่วไป
เธอยังจำความมืดในทางเดินยาว ๆ จำเสียงพื้นไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าด จำเงาบันไดที่ทอดยาวเหมือนมีคนยืนอยู่ตรงนั้นเสมอ
“ไม่เด็ดขาด” อุษมาตอบแทบทันที “พี่ไม่ไปอยู่บ้านผีสิงของเธอหรอก”
พิชญะเลิกคิ้ว “บ้านผมไม่ใช่บ้านผีสิง”
“สำหรับพี่มันไม่ใช่ก็ใกล้เคียง”
เขาจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ เหมือนกำลังอดทน “โอเคครับ งั้นทางที่สอง”
อุษมาขยับเข้าใกล้อีกนิดโดยไม่รู้ตัว เพราะความจริงเธออยากได้ “ทางที่สอง” มากกว่าอยู่แล้ว
ชายหนุ่มพูดช้า ๆ เน้นทุกคำเหมือนเป็นเงื่อนไขสัญญา “ทางที่สอง เอื้อต้องให้ช่างมาทำล็อกประตูใหม่ทั้งระบบ เปลี่ยนกลอนเปลี่ยนตัวล็อก แล้วติดกล้องเพิ่ม…อย่างน้อยจุดหน้าต่างที่เมื่อกี้โดนงัด”
“อันนี้พี่ต้องทำอยู่แล้ว” เธอพยักหน้าเห็นด้วย
“ยังไม่จบ” พิชญะแทรกเสียงเข้มขึ้นทันที “เอื้อต้องมีแม่บ้านมาอยู่ด้วย”
อุษมาชะงัก “พี่อยู่คนเดียวได้มาสองปีแล้วนะพีร์”
“ก็เพราะอยู่คนเดียวถึงโดนงัดบ้านไงครับ” เขาสวนกลับแบบไม่เว้นช่องว่างให้เธอเถียง
อุษมาจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกเหมือนกำลังคุยกับกำแพง หรือเด็กที่ดื้อรั้นคนหนึ่ง โจรมันจะปล้นบ้าน บ้านจะอยู่กันกี่คนมันก็มาอยู่ดีไหม เธอคิดในใจ
และนั่นคือเหตุผลที่มันน่ารำคาญ… และน่าอ่อนใจในเวลาเดียวกัน
“พี่ไม่ชอบให้มีคนอื่นอยู่ด้วย” เธอพูดเบาลง “พี่ชอบอยู่คนเดียว”
พิชญะเดินเข้ามาใกล้อีกสองก้าว ระยะห่างที่แคบลงทำให้อุษมารู้สึกถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ติดเสื้อเขาอยู่
“ผมรู้ว่า เอื้อชอบอยู่คนเดียว เพราะเอื้อคิดว่าตัวเองอยู่ได้” เขาพูดเสียงต่ำ “แต่คืนนี้มันพิสูจน์แล้วว่าตอนนี้เอื้อใช้ชีวิตประมาทเกินไป”
คำพูดนั้นไม่ได้ดูถูก แต่มันคือความจริงที่เธอพยายามไม่ยอมรับ “พีร์…” เธอเรียกเขาเบา ๆ เหมือนขอให้เขาหยุดพูดแบบนั้น เพราะมันทำให้เธอเสียสมาธิ
“คนเราโดยพื้นฐานต้องอยู่ให้ได้ด้วยตัวเองนะ” เธอพูดความจริงเช่นกัน
“สำหรับทั่วไปอาจจะใช่ แต่เอื้อไม่ได้จำเป็นต้องทำแบบนั้น เลือกมาครับ” เขาตอบกลับสั้น ๆ “จะเลือกทางไหน”
[1] คิมห้นต์ พระเอกจากรอยร้าวรัก