อุษมาสูดลมหายใจลึก ตั้งสติให้หัวใจกลับมาอยู่กับเรื่องที่ควรคิด
“พี่เลือกทางที่สอง” เธอพูดชัด “เดี๋ยวจะให้ช่างมาทำล็อกใหม่… แล้วเรื่องแม่บ้าน พี่จะหาคนที่ไว้ใจได้มาอยู่ด้วย”
พิชญะเหมือนจะพอใจเล็กน้อย “ดี”
“แล้วตกลงว่าเธอรับปากจะไม่บอกทุกคนใช่ไหมเรื่องนี้”
“ผมห้ามพ่อแม่ไม่ให้รู้ไม่ได้” พิชญะบอกตามตรง ป่านนี้ไอยเรศคงรู้แล้วยิ่งลำพูนเป็นเมืองเล็กนิดเดียว อาชญากรรมก็แทบไม่เคยมีอยู่ๆ มีเรื่องมีราวแบบนี้ ยังไงท่านก็รู้
“แต่ผมจะบอกพ่อแม่เองว่าเอื้อไม่อยากให้ลุงคิมกับน้าอ้อมรู้เรื่องนี้”
อุษมาถอนหายใจอย่างโล่งอกในที่สุด แต่ความโล่งอกนั้นอยู่ได้ไม่ถึงสิบวินาที อีกฝ่ายก็ถามต่อด้วยเสียงเรียบ ๆ
“แล้วคืนนี้เอื้อจะนอนที่ไหน” อุษมาชะงักเมื่อได้ยินคำถาม
“ก็นอนนี่ล่ะ ตำรวจมาเพิ่งกลับไป โจรก็ถูกจับไปแล้วคงไม่มีอะไรหรอกคืนนี้” อุษมาตอบพลางเดินไปที่ประตู
“เธอกลับไปได้แล้วพีร์”
หญิงสาวเปิดประตูออกกว้างเป็นการเชิญแขกกลับบ้าน พิชญะลุกขึ้นแต่แทนที่เขาจะเดินออกไป มือใหญ่ๆ นั่นกลับจับบานประตูปิดลงตามเดิมในขณะที่อุษมาหน้าตาตื่น
“เธอทำบ้าอะไรน่ะ”
“เอื้อจะนอนนี่ ผมก็จะอยู่ด้วย อย่าลืมว่าหน้าต่างถูกงัดและยังไม่ได้ซ่อม” เขาพูดเสียงเรียบพลางชี้มือขึ้นไปชั้นบน
“เอื้อขึ้นไปนอนเถอะ ผมจะอยู่ชั้นล่างนี่ล่ะ”
“แต่ว่า...” เธอทำท่าไม่ยอม แต่ก็หุบปากฉับเมื่อได้ยินประโยคต่อมา
“ถ้าเอื้อไม่ขึ้นไปเอง ผมจะไปส่งที่ห้องนอน” คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวรีบวิ่งขึ้นชั้นบนกลับเข้าห้องนอนทันที ปล่อยให้ ‘แขก’ มองตามหลังและส่ายหน้าไปมาอย่างไม่รู้จะทำเช่นไรกับเธอ
หลังจากที่อุษมาขึ้นบ้านไปแล้ว พิชญะสำรวจชั้นล่างเขาพบว่ามีหน้าต่างถูกงัดตัวล็อกจนเสียไปหนึ่งบาน เขาเปิดห้องเก็บของเจอกล่องเครื่องมือของบ้าน ได้ไขควงมาหนึ่งอันพอจะซ่อมเบื้องต้นให้หน้าต่างล็อกได้ชั่วคราว แต่ถ้ากระชากแรงๆ ก็เลื่อนเปิดออกได้อยู่ดี
‘เอาแค่นี้ไปก่อน เดี๋ยวค่อยหาช่างมาซ่อมให้เอื้อวันหลัง’ เขาพึมพำ
เมื่อกลับมานั่งที่ห้องนั่งเล่น เตรียมจะล้มตัวนอนหน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างขึ้น เขากดรับทันทีเมื่อเห็นรายชื่อที่โทรมา
“ครับพ่อ”
คืนนั้นอุษมาโทรคุยกับเพื่อนสนิทคือเมฆ หรือนภธีป์ ลูกชายของเพื่อนอวิกาอีกคน คือนภดาราและพสุ[1]
“ถ้าแกกลัวผีที่บ้านน้ามดก็มานอนบ้านฉันก่อนก็ได้นี่เอื้อ ห้องฉันว่างหรือจะไปนอนกับยายพิม[2]ก็ได้” นภธีป์ออกความเห็น ตอนนี้ชายหนุ่มทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ “ช่วงรอช่างทำประตูหน้าต่างใหม่ คงไม่กี่วันหรอก”
“ขอบใจนะเมฆ งั้นเดี๋ยวฉันเข้าไปหาน้าฟ้า น้าฟ้าอยู่บ้านปะ” อุษมาถามต่อ
“อยู่ แม่อยู่โน่นตลอดแหล่ะ”
นภธีป์ตอบก่อนจะวางสายไป อุษมาเก็บของออกจากร้านตรงไปยังรถยนต์ของตัวเอง เธอมีธุระเรื่องงานต้องไปคุยกับไอยเรศ แต่ตั้งใจจะแวะหานภดาราก่อนเพราะว่าอยู่ทางเดียวกัน
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
“มาได้เลยลูก ดีเหมือนกันช่วงนี้บ้านน้าก็อยู่กันแค่สองคน น้ากับยายพิม” นภดาราพูด นางรู้อยู่แล้วจากลูกชายที่โทรมาบอกเมื่อสักครู่
“ขอบคุณค่ะน้าฟ้า” อุษมายกมือไหว้อย่างขอบคุณ
“แต่ว่าบ้านลุงช้างเขาไม่มีผีหรอกลูก มันแค่ดูเงียบเพราะห่างบ้านคนก็ได้” นภดาราแก้ความเข้าใจของหลานสาว ซึ่งเจ้าตัวก็พยักหน้ายอมรับ
“อาจจะจริงค่ะ แต่เอื้อก็กลัวอยู่ดี” เรื่องนั้นเธอเข้าใจ เพราะว่าส่วนหนึ่งบ้านของไอยเรศหรือคุ้มเวียงบัว เดิมเป็นคุ้มของเจ้าเมืองลำพูน มีพื้นที่กว้างมากหลายไร่ มีอาคารไม้และตัวบ้านหลายหลังในพื้นที่เดียว
แม้ว่าช่วงก่อนที่ไอยเรศจะแต่งงานกับพีรยา คู่บ่าวสาวเห็นพ้องตรงกันว่า ควรแบ่งส่วนที่เป็นเรือนโบราณและพื้นที่โดยรอบ ยกให้เป็นสาธารณะสมบัติ และคงเหลือไว้เฉพาะส่วนที่เป็นบ้านและโรงทอเดิมที่ตอนนี้ไม่ได้ใช้แล้วบนเนื้อที่สองไร่เอาไว้ แต่เธอก็ยังรู้สึกถึงความวังเวงเหมือนเดิม ซึ่งเป็นเรื่องปกติของบ้านที่มีอายุมาก
“เข้าใจค่ะ เอื้อกลัวไปเอง แต่ก็นั่นล่ะค่ะ” เธอยิ้มแห้งๆ
ออกจากบ้านนภดาราเธอไปที่เทศบาลเพื่อประชุมในฐานะคู่สัญญากับภาครัฐ โดยที่ร้านอุษมาได้รับออเดอร์การผลิตของที่ระลึกในงานยี่เป็งของปีนี้ ซึ่งนายกเทศมนตรีได้กำชับว่าขอให้ปีนี้ของที่จะจัดทำมีความแปลกใหม่ มีความหมายและใช้ได้จริง
“ยินดีค่ะท่าน เดี๋ยวดิฉันส่งแบบมาให้ผ่านเลขานะคะ” เธอเดินออกจากห้องประชุมหลังจากที่รับรายละเอียดงานทั้งหมดแล้ว จากนั้นตรงไปที่โรงทอของไอยเรศเพื่อคุยเรื่องนี้
“เอื้อคิดว่าจะทำอะไรล่ะลูกปีนี้” ไอยเรศถามเมื่อฟังเธอเล่าคร่าวๆ
“เอื้ออยากทำผ้าคลุมไหล่ค่ะพ่อช้าง แต่อยากได้ลายแปลก กว่าที่เคยทำ ส่วนชิ้นอื่นๆ น่าจะเป็นพวกกระเป๋าเงินใบเล็ก”
ไอยเรศพยักหน้าเห็นด้วย แต่เขายังไม่ทันได้พูดอะไรก็มีเสียงเคาะประตูห้อง จากนั้นมันถูกเปิดออกและมีใครก้าวเข้ามา
“ผมมาแล้วครับพ่อ”
พิชญะมาตามที่เลขาพ่อโทรไปแจ้ง ชายหนุ่มทำหน้าแปลกใจเมื่อเห็นอุษมาอยู่ในห้องด้วย
“นั่งสิลูก พ่อว่าจะให้พีร์ประเดิมงานแรกด้วยการดูแลงานให้พี่เขา” ไอยเรศพยักหน้าไปทางที่หญิงสาวนั่งอยู่ และพูดต่อ “ปีนี้เอื้อเขาได้ออเดอร์จากเทศบาล จัดทำของที่ระลึกในงานยี่เป็งลำพูน”
“อ่อ ครับ” พิชญะรับคำขณะรับเอกสารที่ไอยเรศส่งให้
“น้องเอื้อ เรื่องลายผ้าเดี๋ยวหนูไปดูในสต๊อกนะว่าชอบลายไหน ให้พีร์พาไปแล้วถ้ามีปัญหาอะไรบอกพีร์หรือลุงก็ได้ลูก” ไอยเรศหันไปคุยต่อกับหญิงสาว
“แล้วถ้าผ้าในสต็อกไม่พอจะสั่งทอใหม่ได้ไหมคะพ่อช้าง” เธอถามเมื่อเห็นว่าผ้าแต่ละลายมีจำนวนคงเหลือไม่เท่ากัน
“ผมว่าทอใหม่ทั้งหมดเลยจะดีกว่า ย้อมในล็อตเดียวกันมันคุมการผลิตได้ง่ายกว่า” พิชญะเสนอทำให้ไอยเรศพยักหน้าเห็นด้วย
“งั้นพี่ขอดูผ้าก่อนดีกว่า” อุษมายังไม่อยากสรุป
“โอเคครับ เชิญ”
[1] คู่พระนางจากตราบฟ้าคู่ดิน
[2] พิมพิกา นางเอกจากเรื่องสาปรุธิระ