เช้าวันนี้ไม่ได้เริ่มต้นที่ห้องของตัวเอง บัวตองค่อย ๆ เปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นมาอย่างยากลำบาก เมื่อขยับตัวถึงได้รู้ว่าเธอเจ็บระบมไปหมด
“ซี้ดดด”
คนตัวเล็กเบ้หน้าร้องออกมาเสียงเบา ก่อนจะคลำมือไปตามเตียงแล้วชะงักกึก เพราะพบว่ายังมีชายหนุ่มที่เปลือยกายนอนอยู่ข้างเธอ
บัวตองตาโตขึ้นมาทันที รีบยกมือขึ้นทาบปิดปาก ก่อนจะประมวลเหตุการณ์เมื่อคืนอย่างช้า ๆ ไม่น่าเชื่อจริง ๆ ว่าเธอจะทำเรื่องน่าอายแบบนั้นลงไป เห็นทีงานนี้เธอต้องลาขาดจากวงการเหล้าแล้วละ
“อื้ออ”
เสียงครางอื้ออึงในลำคอดังขึ้นขณะที่เธอกำลังขยับตัว บัวตองรู้ได้ในทันทีว่าอีกไม่นานเขาต้องตื่นแน่ และมันจะยิ่งน่าอายไปมากกว่านี้ หากเธอเจอเขาตอนตื่น
เธอไม่เคยผ่านประสบการณ์มีอะไรกับคนแปลกหน้า เธอจึงไม่รู้ว่าควรปั้นหน้าหรือทำตัวยังไง ทางที่ดีที่สุดคือเธอควรออกไปจากห้องของเขาโดยด่วน
เท้าเล็ก ๆ ย่างลงพื้นอย่างเบาที่สุด ก่อนจะค่อย ๆ ย่องไปหยิบเอาชุดเดรสสีดำที่ถูกถอดกองทิ้งอยู่ปลายเตียงตั้งแต่เมื่อคืนอย่างไม่ไยดี
สภาพของเธอตอนนี้ดูแทบไม่ได้ ทั้งบราที่สวมใส่ ทั้งกางเกงในไม่รู้หายไปไหนหมด แต่ยังไม่มีเวลาให้เธอได้ค้นหา คนบนเตียงก็ทำท่าเหมือนจะตื่นแล้ว บัวตองจึงต้องหอบเอากระเป๋าแล้ววิ่งพรวดออกมาจากห้อง ไม่สนว่าเขาจะตกใจตื่นหรือไม่ แต่อย่างน้อย ๆ อย่าให้เขาเห็นหน้าเธอก็พอ
โชคดีที่วิ่งมาถึงใต้ตึกแท็กซี่ก็วิ่งมาจอดส่งผู้โดยสารด้านหน้าพอดี เธอจึงได้ขึ้นรถแล้วกลับมายังห้องของตัวเอง
แต่กว่าจะเดินขึ้นบันไดได้แต่ละก้าว ทำเอาหนักปางตายใช่เล่นเลย เหตุมันเกิดจากที่เธอถูกปวินกระทำราวกับเป็นตุ๊กตายาง นี่เขาอดอยากปากแห้งมาจากไหน ถึงใส่เธอไม่ยั้งจนหมดถุงยางไปสองกล่อง
เมื่อมาถึงห้องได้ร่างที่เจ็บระบมก็ทิ้งตัวลงนอนทันที เธอเกือบจะหลับไปอีกรอบแล้ว แต่ก็ต้องสะดุ้งขึ้นมาเพราะเสียงโทรศัพท์ที่เพิ่งชาร์จแบต และได้เห็นว่าเบอร์ที่โทรเข้ามาคือมายด์
“ฮัลโหล”
เสียงงัวเงียกรอกลงอย่างคนไม่มีเรี่ยวแรง
“โอ๊ยยย! พุธโธ ธรรมโม สังโฆ ห่ารากเอ๊ย! ฉันโทรหาเป็นร้อยสายจนโทรศัพท์เกือบจะไหม้ แกปิดเครื่องทำหอกอะไรฮะ ฉันเกือบจะไปแจ้งความคนหายอยู่แล้วรู้ไหม”
ทันทีที่รับสาย เธอก็ต้องรีบดึงโทรศัพท์ออกจากหูอย่างรวดเร็ว เพราะเสียงที่กรอกเข้ามามันดังทะลุแก้วหูจนเจ็บไปหมด
“เออ! ทำพวกฉันใจหายใจคว่ำหมด ฉันบอกถึงห้องเขาให้โทรมา ๆ แกก็ปิดเครื่องหนีหาย ฉันนึกว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันสับคอแกยัดใส่กระสอบไปโยนทิ้งทะเลแล้ว”
เสียงเล็ก ๆ ของมินนี่แทรกเข้ามาอีกคน
“แบตหมดว่ะ โทษที”
เธอตั้งใจว่าไปถึงห้องเขาแล้วจะขอชาร์จแบตก่อน แต่มันมีจังหวะเสียที่ไหน อย่างที่เห็นว่ามาถึงห้องเธอก็ถูกเขาผลักลงเตียงแล้วละเลงบทโหดในทันที
“แล้วนี่แกอยู่ไหน พี่มินทร์จะกินหัวฉันอยู่แล้ว”
ประโยคหลังมินนี่ยกมือขึ้นมาป้องปากกระซิบอย่างระวังตัว เพราะตอนนี้พวกเธออยู่ที่อนามัย และตอนนี้ก็กำลังกล่าวถึงพยาบาลพี่เลี้ยงสุดโหดที่ชอบทำตาขวางใส่เวลาที่พวกเธอเผลอทำอะไรพลาด
“ลาให้เลย บอกว่าป่วย ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ หมาตาย น้ำท่วมหอหรืออะไรก็พูดไปก่อน”
ริมฝีปากซีดเผือดเอ่ยออกไปเสียงเบาหวิว ตาก็จะปิดอยู่รอมร่อ
“ทำไมสภาพแกเป็นงี้ เขาทำอะไรแกหรือเปล่า”
“เออ ทำ! คนบ้าอะไรอึดชะมัด เล่นฉันซะแทบสว่างคาตา ถ้าถุงยางไม่หมดเขาคงไม่หยุดหรอก”
“เชี่ยย”
เสียงอุทานนี้ไม่ได้หมายถึงความฉิบหายแต่อย่างใด
“เขาจะมาผับอีกไหมวะ ฉันอยากกินบ้าง”
“ดอกทองมากค่าา”
บัวตองส่ายหัวระรัวก่อนจะรีบตัดบท เพราะไม่ไหวจริง ๆ
“แค่นี้ก่อนนะแก เหมือนจะไข้ขึ้นด้วยอะ”
“เออ ๆ กินยาแล้วนอนพักนะ ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวตอนเย็นฉันพาไปหาหมอ”
“อืม ๆ”
แล้วสายก็ถูกตัดไป พร้อมกับภาพทุกอย่างที่อยู่ต่อหน้า ไม่รู้เลยว่าหลับไปนานแค่ไหน กว่าจะรู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีฟ้าก็เริ่มจะมืดอีกแล้ว
“โห หลับนานขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย”
บัวตองค่อย ๆ ดันตัวขึ้นมานั่งอย่างทุลักทุเล แม้ความรู้สึกง่วงจะจางไปบ้าง เพราะได้นอนพักเต็มอิ่ม แต่ความเจ็บที่กลางหว่างขานี่สิ ไม่ได้ทุเลาเลย
เธอค่อย ๆ ประคองตัวเองไปยังห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย ตอนนี้นี่เองถึงได้เห็นว่ากลีบดอกบัวที่ถูกพับไว้อย่างดีมันปริออกมาอย่างหมดสภาพ แถมยังเหมือนจะฉีกเป็นแผลด้วย เพราะขนาดของชายคนนั้นมันใหญ่เกินที่เธอจะรับไหว
“ซวยอะไรขนาดนี้เนี่ย”
เธอบ่นพึมพำอย่างหัวเสีย ก่อนจะชำระล้างด้วยน้ำสะอาด ทว่าแค่น้ำธรรมดาก็ยังทำให้เธอแสบจนน้ำตาไหล ดูท่าว่าปล่อยไว้แบบนี้จะไม่ใช่การดีนัก เธอควรทายา หรือทำอะไรสักอย่าง
บัวตองตัดสินใจหยิบอาหารแช่แข็งมาอุ่น ก่อนจะรีบกินแล้วลงไปยังร้านขายยาที่อยู่ใกล้หอ ทว่าเดินออกมาจนแทบหมดสภาพ กลับพบว่าร้านขายยาปิด!
“โอ๊ยย กว่าจะเดินมาได้”
เมื่อเห็นป้ายคำว่าปิดตัวใหญ่ ๆ เธอถึงกับทรุดลงไปนั่ง รู้งี้ขอความช่วยเหลือให้เพื่อนซื้อยามาให้แต่แรกซะก็ดี
ในจังหวะที่เธอกำลังบ่นกับตัวเองไปตามประสา สายตาก็เหลือบไปเห็นคลินิกที่เปิดอยู่ฝั่งตรงข้าม เพิ่งรู้ว่าร้านขายเสื้อผ้าที่ย้ายออกไปถูกแทนที่ด้วยคลินิกแล้ว
“คลินิกหมอปวิน สูตินรีเวช ตรวจภายใน ให้คำปรึกษามีบุตรยาก”
เธอชั่งใจเล็กน้อย ไหน ๆ ก็เดินมาอย่างทุลักทุเลแล้วอย่าให้มันเสียเที่ยว มีป้ายบอกว่าปิดสองทุ่ม ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงเวลา คนที่อยู่ในคลินิกก็เหลือเพียงคนเดียว
“เอาวะ ตรวจดูสักหน่อยก็ดี”
คิดได้แบบนี้ก็รีบเดินข้ามถนนเข้าไปยังคลินิกที่เปิดแสงไฟสว่างจ้าไปทั่วทันที
“เป็นอะไรมาคะ”
“เอ่อ... ยะ อยากตรวจภายในน่ะค่ะ”
เธอละล่ำละลัก ก่อนจะยื่นบัตรประชาชนให้กับพนักงานที่อยู่ตรงหน้า เมื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวและทำบัตรเสร็จ เธอก็ต้องนั่งรอหมอก่อน เพราะยังมีคนไข้ตรวจอยู่ด้านในหนึ่งคน
ติ๊ง
ระหว่างรอตรวจ จู่ ๆ เสียงข้อความก็ดังขึ้น บัวตองรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู พบว่าเป็นเพื่อนรักที่ทักเข้ามาถามอาการ
(เทสต์ ๆ ยังมีชีวิตไหม)
ข้อความที่ส่งเข้ามาคือมายด์ที่แอบรู้สึกผิดไม่หาย เรื่องที่สั่งให้บัวตองไปวันไนต์กับชายแปลกหน้าแบบนี้
บัวตองไม่ได้ตอบเป็นข้อความ เธอเพียงถ่ายภาพหน้าห้องตรวจส่งเข้าไปในกลุ่ม
(หนักเลยเหรอวะ คลินิกไหน เดี๋ยวฉันไปหา)
มินนี่รีบพิมพ์ตอบกลับมาด้วยความร้อนใจ
“คลินิกใกล้หอ ไม่ต้องมาหรอก ฉันจะกลับหอแล้ว”
“คุณบุษบาค่ะ”
เสียงผู้ช่วยหมอร้องเรียกชื่อ เป็นจังหวะที่หญิงสาวคนหนึ่งเดินออกจากห้องตรวจมารับยาพอดี เธอจึงรีบเก็บโทรศัพท์แล้วเดินเข้าห้องตรวจ