บัวหอมคิดว่าสิบเพชรพรรณรายณ์นั้นเป็นคนที่มีอุดมการณ์ค่อนข้างจะชัดเจนไม่พอ ทว่าเขายังเป็นคนหนึ่งที่คงจะหลงตัวเองอีกด้วย ตอนได้ฟังประโยคซึ่งยังนั่งทานข้าวเต็มแก้มกลมอยู่ หญิงสาวพยายามเป็นอย่างมากที่จะไม่ให้ตัวเองหลุดขำออกมาตรงนั้น
เธอเองก็ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว แน่นอนว่าต้องรู้หน้าที่ขอบเขตมันอยู่แค่ไหน เราไม่ได้เป็นอะไรกัน เธอแค่ต้องให้ในสิ่งที่เขาอยากจะได้เพื่อแลกกับหนี้สินและอิสระ มันก็แค่นั้นไม่ใช่เหรอ
แต่เพื่อเราทั้งสองฝ่ายแล้วเธอก็ต้องระมัดระวังเรื่องที่เขาบอกเอาไว้จริง ๆ เนื่องจากชายหญิงหากมีความสัมพันธ์ในเชิงนั้นกันเมื่อไหร่ก็ไม่แน่ว่ามันอาจจะน่ากลัวมากกว่าที่คิด ยิ่งเขาที่ผ่านโลกมามากกว่าตักเตือนกันแล้วก็คงจะไม่ใช่เรื่องขำ ๆ
“เฮ็ดหยังแต่เช้า” (ทำอะไรแต่เช้า)
คนที่กล่าวขออนุญาตกับเจ้าของบ้านหลังจากที่ทานมื้อดึกเมื่อคืนเสร็จด้วยความเกรงใจสะดุ้งผวาแม้ว่าตอนนี้มันเป็นเวลากำลังจะรุ่งสางที่ไม่ได้น่ากลัวมากแล้วก็ตาม เพียงแต่ไปใช้ชีวิตอยู่เมืองหลวงจนชิน ความเงียบกับอากาศเย็น ๆ ของฤดูฝนก็ทำเอาวังเวงอยู่ไม่น้อย
“ปราบ... บัวตกใจหมดเลย”
“ขวัญอ่อนคัก” (ขวัญอ่อนมาก)
ชายหนุ่มที่บอกว่าจะไปเฝ้าร้านทองตั้งแต่เมื่อวานกลับเข้าบ้านมาอีกทีในเวลาไก่โห่ของวันใหม่ เพราะเฝ้าจริงสิบนาที ที่เหลือไปตั้งวงกินเหล้ากับเพื่อนในหมู่บ้านเพื่อเอาสังคม
ส่วนใครจะถามว่าจบมาทำงานอะไรก็เรื่องของมัน ไม่ใช่เสี่ยที่เลี้ยงปราบมาเสียหน่อย เรื่องอะไรเขาต้องใส่ใจ ก่อนจะเลียบ ๆ เคียง ๆ มองอาหารในหม้อหลายเมนูที่หญิงสาวคงจะลงมือทำเอง
ใช้ได้ มาวันแรกก็นึกว่าจะนอนตื่นสายโด่งกินบ้านกินเมืองแบบคนเก่า ทว่าดูจากกลิ่นแล้วต่อให้ไม่มีเขาหรือลูกน้อง เสี่ยก็คงจะไม่อดตายแล้ว
“ชิมไหม”
“ได้ติ” (ได้เหรอ)
“ได้ มีส่วนของพวกเราทุกคนแยกเอาไว้อยู่”
“สิเฮ็ดไปไส เป็นหยังจั่งแยก” (จะทำไปไหน ทำไมต้องแยก)
“อ่า บัวอยากทำไปถวายที่วัดน่ะ พอดีมีเงินเก็บเหลืออยู่นิดหน่อย เลยวานคนของเสี่ยหาของพวกนี้มาให้ แต่ไม่รู้ว่ามันเกินงบหรือเปล่า เพราะดูแล้วยังไงก็มีแต่ของดี ๆ ในห้างทั้งนั้นเลย”
“คักเนาะ ยังบ่ได้เสียบอยู่ กะเปย์ปานนี้แล้ว วัดบ้านอยู่ไสซื้อปลาส้มให้เด็กมันเฮ็ดไปถวายพระ” (สุดยอด ยังไม่ได้เสียบเลย ก็เปย์ขนาดนี้แล้ว วัดต่างจังหวัดที่ไหนซื้อแซลมอนทำไปถวายพระ)
“บัวเริ่มไม่เข้าใจแล้วนะปราบ เสียบอะไร”
“ไม่มีไร ไม่ต้องรู้หรอก ตกลงว่าชิมได้จริง?”
“จริง”
“ถ้าน้ำลายฟูมปากล่ะ”
“เดี๋ยวเพื่อนคนนี้จะเรียกรถมาเก็บศพเอง”
“ใครเป็นเพื่อนใคร แล้วก็อย่ามาลามปาม เดี๋ยวดีดเหม่งแม่งสักที” ปราบคลายเรียวแขนออกจากการกอดอก พยักพเยิดใบหน้าเป็นเชิงให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขายังไม่ได้ล้างมือ ช่วยตักประเคนใส่ปากจะเป็นการดีมาก แล้วคนข้างกายก็เหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่สื่อสารได้ จึงรีบหยิบช้อนแล้วตักป้อนให้ถึงที่อย่างไม่อิดออด
“เป็นไง พอได้ไหม”
“เคยทำอาหารมาก่อน?”
“ใช่ ตั้งแต่จำความได้เลย ตอนอยู่กรุงเทพก็เคยทำงานพิเศษที่ร้านอาหารบ่อย ๆ ด้วย” บัวหอมไม่ทราบว่าตัวเองชอบการเข้าครัวทำอาหารหรือไม่ เพราะอย่างที่บอกว่าเริ่มทำมาตั้งแต่เด็ก ๆ เนื่องจากเธอนั้นต้องโตมากับพวกแม่บ้าน ทำทุกอย่างแบบที่พวกหล่อนทำ โคตรจะเป็นลูกนอกคอกแบบที่เพื่อนชอบล้อ กระนั้นก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้ ต่อให้โดนแกล้งแรงแค่ไหน ผู้ใหญ่ก็มักจะพูดว่ามันเป็นแค่ปัญหาของเด็ก หากไม่สู้คนบ้างปานนี้บัวหอมก็ไม่รู้ว่าจะได้โตมาหรือเปล่า
“อือ งั้น ๆ พอแดกได้ไม่ตายอะ”
“อร่อยก็บอกว่าอร่อยสิปราบ”
“ไม่อร่อย! ไปแล้ว ง่วงนอน”
ศีรษะเล็กส่ายตามหลังเพื่อนรุ่นเดียวกัน จากที่ได้กลิ่นในระยะใกล้ของปราบเมื่อสักครู่ก็คงจะเป็นพวกดื่มเก่งเอาการ อีกทั้งใบหน้าแดงระเรื่อขนาดนั้นยังสามารถเดินตรงขึ้นบ้านมาได้ เหลือจะเชื่อกับเขาจริง ๆ
“เสียงดังอะไรกัน”
“เสี่ย... พวกหนูทำให้ตื่นเหรอจ๊ะ ต้องขอโทษด้วยนะจ๊ะ คราวหลังจะเบาเสียงมากกว่านี้” คนนี้ก็เหมือนกัน ขนาดที่ว่ากลับมาดึกดื่นขนาดนั้น คุยกับเธอที่โต๊ะทานข้าวเสร็จ ยังมีกะจิตกะใจเดินเข้าไปเอาเหล้ามาเปิดดื่มต่อ
ความชอบมันส่งผลทางดีเอ็นเอหรือยังไง หากแต่บัวหอมที่เก็บจานอยู่ก็ไม่ได้คิดที่จะรบกวนเขาต่อ หญิงสาวทำเพียงเดินไปหาน้ำเปล่าแล้วนำไปวางไว้ให้เสี่ย ก่อนจะพาตัวเองกลับเข้าห้องนอน แล้วตื่นมาทำอาหารเพื่อนำไปวัดเช่นในตอนนี้
“เปล่า ข้าตื่นของข้าเองแบบนี้ทุกวันอยู่แล้ว”
“ตื่นเช้าจังเลยจ้ะ”
“ปกติของข้า แล้วนี่เอ็งทำอะไรอยู่ ใช่เรื่องที่ขอกับข้าเมื่อวานไหม”
ไม่ใช่แค่ปราบที่มีพฤติกรรมเดินเลียบเคียงมองหม้ออาหารของหญิงสาว แต่เจ้าของบ้านเองก็ด้วย นั่นทำเอาใบหน้าหวานปรากฏรอยยิ้มละมุนออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“ใช่จ้ะ แต่ดูแล้วมันเกินงบมามากเลยนะจ๊ะ หนูพอจะขอดูใบเสร็จได้ไหมจ๊ะ”
“จะดูไปทำไม”
“หนูจะคืนส่วนที่เกินมาให้จ้ะ”
“จะเป็นเมียข้า ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอกบัวหอม”
คนที่พยายามใจดีสู้เสืออยู่ในตอนแรกยกยิ้มเจือออกมาในที่สุด เมื่อวานว่าโดนเขากล่าวปรามไปหลายทีแล้ว อย่างไรวันนี้ถึงคล้ายกับว่ากำลังดุเธออยู่
แล้วเป็นเมียอะไรนะ?
“มะ...เมีย”
“อือ เอ็งงงอะไร แม่ของลูกมันไม่ได้แปลว่าเมียหรอกหรือ อีกอย่าง...”
บัวหอมเริ่มไม่กล้าสบตาคนตรงหน้าแล้ว เพิ่งเห็นเหมือนกันว่าสิบเพชรพรรณรายณ์นั้นแม้ว่าจะใส่เสื้อเดินออกมาคุยกัน ทว่าเขากลับไม่คิดที่จะติดกระดุมเลยหรือ ที่บ้านมีผู้หญิงแล้ว หวังว่าเจ้าตัวคงจะไม่ลืม
แต่หุ่นวับ ๆ แวม ๆ ของคนรุ่นอามันเอาเรื่องขนาดนี้เลยเหรอ คิดได้ดังนั้นบัวหอมก็รีบเบือนหน้าหนี เพราะราวกับว่าเสี่ยกำลังอ่อยเด็กแบบเธออยู่ยังไงก็ไม่รู้!
“อะไรเหรอจ๊ะ แต่ถ้าไม่ให้จ่าย งั้นหนูไม่จ่ายแล้วก็ได้จ้ะ”
“คนจะเป็นผัว ควรที่จะได้ชิมฝีมือเมียตัวเองก่อนใครนะ เผื่อเอ็งไม่รู้”
TBC.
พะนะเสี่ย เมียกี่คำหลังจากนี้ช่วยกันนับนะคะ