“กูก็ว่าทำไมวันนี้ฝนตกแดดออก”
“ทำไมวะ”
“ก็เสี่ยพวกเราเข้าวัดไง! นู่น ยิ้มใจบุญสุนทานเหมือนเมื่อวานไม่ได้ด่าที่พวกเราคุมงานไม่ได้แบบฉิบหายวายวอด” จิรากรลูกน้องคนสนิทที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ผู้เป็นเจ้านายมาตั้งแต่คุณท่านกับคุณผู้หญิงเจ้าของกิจการโรงสีเก่ายังไม่เสียระบายยิ้มออกมา แม้ว่าในใจจะนึกหมั่นไส้มากแค่ไหนก็ตาม
และถึงแม้ว่ามันจะเป็นยิ้มการกุศล แต่นั่นก็สามารถทำให้ลูกน้องแบบเขาสบายใจขึ้นมาในรอบช่วงเกือบจะสองเดือนที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก
เพราะนอกจากเจ้านายจะเอาแต่นั่งอมทุกข์กับแก้วเหล้าแล้ว อย่าว่าแต่คิดที่จะปั้นหน้ายิ้มเลย กับพวกเขายังคุยแทบจะนับคำได้
ขอบคุณคนที่เสี่ยตัดสินใจเลือกเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง แม้จะไม่ได้รัก หรือทำไปเพราะเหตุผลประการใดก็ตาม แค่เธอสามารถดึงบุคคลที่เอาแต่จะจมปักอยู่ในห้วงของความทรมานขึ้นมาได้หนึ่งชั่วโมงหรือวันเดียวก็มีค่ามากแล้วจริง ๆ
“แต่คุณเธอจะเข้ากับเสี่ยได้จริง ๆ ใช่ไหมวะ รุ่นลูกรุ่นหลานเลยนะเว้ย ไหนจะคุณปราบที่ดูตั้งแง่จับผิดตั้งแต่วันแรกที่มาถึง”
“ไม่รู้ว่ะ นอกจากเสี่ยก็ไม่มีใครตัดสินใจได้หรอก ไป เลิกนินทาเจ้านาย พวกน้ำดื่มน่าจะมาถึงแล้ว กูกับมึงต้องไปใช้แรงงานต่อ อู้นาน เสี่ยแม่งหักเงินเดือนทำไง”
“มึงก็พูดเกินไป เสี่ยไม่น่าอารมณ์วัยทองขนาดนั้น”
“น้อยไปสิ”
“ว่าแต่นี่มันทำบุญตักบาตรตอนเช้าเฉย ๆ จริงเหรอวะ กูนึกว่าทำบุญโรงทาน! ถ้าจะสั่งของมาทำบุญขนาดนี้”
“ก็ต้องสมศักดิ์ศรีเสี่ยไหม! ไม่ขนมาทั้งห้างก็นับว่าดีเท่าไหร่แล้ว”
ช่วงเช้าของวันหลังจากที่เตรียมอาหารเสร็จ บัวหอมไม่คิดว่าหนุ่มใหญ่ที่เหมือนจะกล่าวปรามตัวเองในหลาย ๆ เรื่องนั้นจะเข้าไปอาบน้ำอาบท่าแล้วแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีสะอาดตาออกมาบอกกันว่าเดี๋ยวจะช่วยยกกับข้าวขึ้นรถแล้วไปส่งที่วัด
ทว่าจนแล้วจนรอดสิบเพชรพรรณรายณ์ก็ยังเดินตามติดหญิงสาวเข้ามาถึงวัด ชนิดที่ว่าชาวบ้านที่มาทำบุญเหมือนกันเริ่มมองเป็นตาเดียวแล้วหันไปซุบซิบเสียงเบา แต่เรื่องแบบนี้ไม่ต้องเดาก็คงจะสามารถทราบได้แล้วว่ากำลังนินทาเธอกับเขาอยู่
แต่ดูเหมือนว่าคนที่ชาวบ้านกำลังให้ความสนใจนั้นจะไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย กระทั่งนำอาหารไปถวายพระเสร็จ รับพร แยกย้าย ก็ดูเขาจะไม่แคร์สายตาของใครจริง ๆ
“เอ็งอยากไปไหนต่อไหม”
“จ๊ะ?”
“เหม่ออะไร ข้าถามว่าอยากไปไหนต่อไหม หรือจะกลับบ้านเลย”
“หนู... อยากเจอแม่จ้ะ”
คนฟังเลิกคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ หันมองเด็กข้างกายที่ไม่แม้แต่จะสบตากันก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ ตอนที่สิบเพชรพรรณรายณ์ฟังประวัติความเป็นมาของบัวหอม นัยน์ตาคมก็ไปสะดุดเข้ากับเรื่องราวของมารดาอีกฝ่ายในเอกสารพอดี ในนั้นระบุว่ามารดาของเธอเสียไปตั้งแต่เจ้าตัวยังเล็ก ๆ เช่นเดียวกันกับหลานเขา ไม่สิ ของบัวหอมเรียกได้ว่าเพิ่งเกิดมาไม่นานแม่ก็จากไปเลยมากกว่า
แล้วอยากเจอมารดาหมายความว่ายังไง บัวหอมไม่ทราบหรือว่าหล่อนเสียไปนานมากแล้ว
“คือยังไง เอ็งไม่ได้รู้เรื่องแม่อยู่แล้วเหรอ”
“ทราบจ้ะ เพิ่งมาทราบด้วยว่าจริง ๆ แล้ว แม่เป็นคนที่นี่ แม่ใหญ่ไม่เคยบอกเรื่องของแม่หนูเลยด้วยซ้ำ จนมาตอนนี้ที่มีข้อแลกเปลี่ยนถึงได้ยอมบอกว่ากระดูกแม่อยู่ที่ไหน หนูไม่เคยจะได้เจอแม่เลยสักครั้ง มีแค่รูปใบเดียวที่เหนี่ยวรั้งให้หนูอยากจะมีชีวิตต่อไป เพราะงั้นมันเลยเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หนูยอมตกลงเรื่องนี้ ขอโทษนะจ๊ะ ที่ต้องพูดแบบนี้”
“บัวหอม...” เจ้าของร่างสูงใหญ่แทบจะพูดไม่ออกเมื่อได้ยินดังนั้น รวมถึงไหล่เล็ก ๆ ที่ไม่รู้ว่าแบกอะไรเอาไว้บ้างเริ่มสั่นทิ่มจนเขาต้องผ่อนลมหายใจออกมาเงียบ ๆ
การที่เธอร้องขอมาทำบุญที่นี่ เหตุคงจะเป็นเพราะมารดาที่จากไป ถ้ารู้เช่นนั้นสิบเพชรพรรณรายณ์คงจะไม่ทำเพียงแค่นำอาหารและเครื่องดื่มจำนวนหนึ่งมาถวายให้วัด
แต่เขาคงจะเลือกทำบุญใหญ่ให้มารดาบัวหอมไปเลย ทว่าหากนี่เป็นความประสงค์ของเจ้าตัวเองเขาก็ไม่อาจจะขัดศรัทธาหรอก
“ที่ผ่านมาหนูไม่เคยได้รับรู้เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับแม่เลยจ้ะ เพราะคนที่นั่นไม่ชอบให้พูดถึง”
“แล้วเอ็งโตมายังไง”
“...หนูโตมากับแม่บ้าน ทำทุกอย่างตามที่แม่ใหญ่ให้ทำ แต่มีเรื่องนี้เรื่องเดียวที่แม่ใหญ่จะโกรธแล้วสั่งให้อดข้าวถ้าหนูถามถึง เพราะคงจะไม่มีภรรยาหลวงคนไหนที่นึกชอบภรรยาเล็กอยู่แล้ว แต่หนูก็ไม่ได้นึกโกรธใครในเรื่องนี้ที่ทำให้ชีวิตต้องมาเป็นแบบนี้หรอก หนูแค่อยากเจอแม่อีกครั้งแล้วบอกแม่ว่าหนูยังสบายดี ชีวิตนี้แค่ได้กินอิ่มนอนอุ่นก็คงพอแล้ว”
“ข้าขออนุญาตนะ”
ดวงตากลมที่พยายามกะพริบถี่ ๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมามองฝ่ามือใหญ่ที่กุมมือเล็กของตัวเองไว้ แล้วเหมือนจะเดินนำไปไหนสักที่
“จะไปไหนเหรอจ๊ะ”
“อยากเจอแม่ไม่ใช่เหรอ แม่เอ็งชื่ออะไร ยังจำได้ไหม”
“ดะ...ได้จ้ะ”
ดูเหมือนว่าบัวหอมที่กำลังพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลมาตลอดทางเดิน ซึ่งเต็มไปด้วยอัฐิของคนที่ลาจากโลกใบนี้ไปแล้วจะเริ่มทนไม่ไหว ยามเห็นดวงหน้าและชื่อที่คับคล้ายคับคาแบบในรูปใบเดียวที่มีอยู่ปรากฏต่อนัยน์ตาสวย
“ใช่หรือเปล่า ใช่แม่เอ็งไหมบัวหอม”
หญิงสาวที่เริ่มร้องไห้ออกมาอย่างหนักทำเพียงแค่พยักใบหน้าให้เขา ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ ๆ กับที่เก็บกระดูกแล้วใช้มือเรียวสัมผัสแผ่วเบา แน่นอนว่าสิบเพชรพรรณรายณ์ต้องเข้าใจความรู้สึกนี้ดีอยู่แล้ว เพราะเขาก็เคยผ่านการการสูญเสียครั้งใหญ่มา ทั้งผู้เป็นบิดาและมารดาในเวลาเดียวเลยด้วยซ้ำ
รวมถึงยังต้องมาเสียคนรักแบบจากกันเป็น ๆ อีก แค่ลุกจากที่นอนแล้วเดินให้ตรงไปทำงานในทุก ๆ วันเขาก็ว่าตนเองเก่งมากแล้ว ไม่คิดว่าจะมีใครที่เกิดมาแล้วต้องเติบโตอย่างโดดเดี่ยวจะเข้มแข็งมากขนาดนี้
“หนู อึก... มาหาแม่แล้วนะคะ มาหาแม่แล้ว” เธอคิดว่าชาตินี้คงจะไม่ได้เจอกับผู้เป็นแม่แล้วเสียอีก เพราะเคยพยายามสอบถามที่มาที่ไปของมารดากับคนในระแวงนั้นแล้ว ทว่าก็ไม่มีใครคิดที่จะปริปากบอกเด็กอย่างเธอเลย ตอนแรกคิดว่ามารดาคงจะเป็นคนที่มาจากจังหวัดไกล ๆ หรือไม่ก็คงจะเป็นคนในเมืองใหญ่
แต่ไม่เลย มันเหมือนจุดไต้ตำตอไม่มีผิด
“ข้าไม่รู้ว่าที่ผ่านมาบัวหอมใช้ชีวิตยังไงบ้าง แต่นับจากนี้ ข้าจะนับบัวหอมเป็นเมียคนหนึ่งแล้วดูแลให้ดีที่สุด”
“เสี่ย...”
“ฉะนั้นอย่าได้มีห่วงว่าบัวหอมจะลำบากอีกเลยแม่ยาย”
TBC.
ชอบเด็กมัน
เสี่ยเป็นคนดีใจถึงพึ่งได้
พวกเธอว่าข้อไหนนน 🤭