ตอนที่ 6 หมดอารมณ์แล้ว

1318 คำ
“โอ๊ย ร้อนชะมัด” โมนาใบหน้างอง้ำวางกระเป๋าสะพายแบรนด์เนมลงกระแทกโต๊ะเรียนอย่างแรงจนเพื่อนในกลุ่มสะดุ้งโหยง หันมองเธอด้วยความตกใจ “เป็นอะไรโมนา ทำไมหน้าหงิก” ขวัญข้าว น้องสาวของผู้ชายที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้เอ่ยถาม “รถติด แทบไม่ขยับเลย ถ้านั่งอยู่บนรถนานกว่านี้ต้องเข้าคลาสไม่ทันแน่ เลยให้ลุงยอดจอดส่งที่ตึกวิศวะ เดินมาตั้งไกล ร้อนด้วย หน้าเยิ้มหมดแล้วเนี่ย” คนตัวบางพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เธอบอกให้คนขับรถกลับไปตั้งแต่ที่จอดส่งเธอถึงหน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์แล้ว และในตอนที่เธอเดินมายังตึกเรียนก็เห็นรถติดยาวเหยียดด้วยอุบัติเหตุตรงประตูทางออก จึงฉวยโอกาสกลบเกลื่อน “หน้ายังไม่เยิ้ม ฉ่ำโกลว์กำลังสวย” น้ำอิง จับคางเรียวหันซ้ายขวาก่อนยืนยันว่าคุณหนูโมนายังสวยเป๊ะทุกองศาเหมือนเดิม “จริงเหรอ” คนสวยแกล้งถาม “อืม จริง สวยเหมือนเดิม” เอมิโยะ พูดกลั้วหัวเราะ ด้วยรู้ดีว่าโมนารักสวยรักงามที่สุดในกลุ่ม “ค่อยสบายใจหน่อย” “ทำเอาพวกฉันตกใจ อยู่ ๆ ก็ฟาดกระเป๋าจนโต๊ะเลคเชอร์แทบพัง” ขวัญข้าวส่ายหน้าระอา “แหม นิดหน่อยทำบ่น คนเราก็ต้องมีแบดเดย์กันบ้างสิ” “ก็คงจะแบดจริง ๆ หน้าหงิกแบบนี้เลย” ขวัญข้าวทำหน้ายู่เลียนแบบ ทำเพื่อนในกลุ่มหัวเราะครืน “พอเลย สงสัยฉันต้องออกกำลังกายด้วยการเดินบ้างแล้ว จะได้ชิน ต่อไปนี้ให้ลุงยอดจอดส่งที่ตึกวิศวะแล้วเดินมาทุกวันดีกว่า” “ก็ดี ถ้าแกไม่โดนเสือผู้หญิงสอยไปกินเสียก่อนนะ” น้ำอิงผู้ไม่เคยไว้ใจผู้ชายหน้าไหนเอ่ยค้าน “เออ พูดถึงผู้ชายคณะวิศวะ เมื่อกี้ฉันเห็นพี่ขุนเดินจับมือเข้าไปในตึกกับผู้หญิงด้วย แฟนเหรอ” เลิกคิ้วถามขวัญข้าว พยายามซ่อนพิรุธในสายตาให้มากที่สุด และเธอก็ทำได้ดีเพราะไม่มีใครในกลุ่มระแคะระคายเลยสักนิด “ฮะ พี่ขุนเนี่ยนะจะมีแฟน เป็นไปไม่ได้หรอก ถ้ามีจริง ๆ ยังไงฉันก็ต้องรู้” ขวัญข้าวส่ายหน้าหวือปฏิเสธ “แต่ฉันเห็นจริง ๆ นะ ตาไม่ได้ฝาดด้วย” “แบบคบกันเป็นตัวเป็นตนไม่มีหรอก ก็คงเหมือนเดิมมั้ง แป๊บ ๆ ก็เบื่อ อย่าไปใส่ใจเลย หลายปีที่เป็นเพื่อนกับฉันมานี่ยังไม่ชินอีกเหรอ ไม่เคยซ้ำหน้าจนฉันไม่อยากจะจำแล้ว” ขวัญข้าวโบกไม้โบกมือราวรำคาญความเจ้าชู้ของพี่ชาย “ก็พี่แกหล่อนี่ เรียนก็เก่ง ท่าทางนิ่ง ๆ ดูหยิ่ง ๆ เจ้าชู้เงียบ ๆ น่าเป็นเหยื่อออก” โมนาหลุดพูดความในใจออกมา จะยกมือปิดปากก็กลัวมีพิรุธ จึงเสหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเล่นราวกับสิ่งที่พูดออกไปเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนกับบอกสภาพอากาศ “ถ้ายังไม่อยากช้ำใจตายก็อย่าเพิ่งมาเป็นเหยื่อพี่ชายฉันตอนนี้เลย รอให้โตกว่านี้ ให้เลิกเจ้าชู้เสียก่อน ถึงฉันจะอยากได้พวกแกสักคนเป็นพี่สะใภ้จะได้อยู่เม้ากันทุกวันนะ แต่ฉันไม่แนะนำเลย ดีนะที่พี่ขุนไม่เคยมาเจ้าชู้เรี่ยราดใส่เพื่อนฉัน ไม่งั้นเจอดีแน่” ขวัญข้าวชูหมัดขึ้นมา แม้จะรู้ว่าพี่ชายเป็นคนดีมาก แต่เรื่องผู้หญิงเขาก็น่ากลัวติดอันดับ จึงอยากให้เพื่อนอยู่ห่างเอาไว้ และเธอก็โชคดีที่พี่ชายเอ็นดูเพื่อนของเธอราวกับน้องสาวแท้ ๆ ทุกคน ไม่เคยมีท่าทีเจ้าชู้ใส่ใครเลยแม้แต่คนเดียว “หวงเพื่อน หวงเข้าไป ดีนะที่เอมิมีแฟนไปแล้ว ไม่งั้นค้างเติ่งอยู่บนคานเหมือนฉันกับอิงแน่ ๆ” โมนาบ่นแบบไม่จริงจังนัก “โสดนั่นแหละดีแล้ว แกก็รู้ว่าผู้ชายสมัยนี้มันไว้ใจได้ที่ไหน ไม่เสี่ยงดีกว่า” น้ำอิงทำท่าทีขนลุกขนพอง “แต่ฉันก็อยากมีแฟนนะ เจอคนถูกใจยังไงก็ต้องวิ่งเข้าใส่อยู่แล้ว” โมนาผู้กล้าได้กล้าเสียยิ่งกว่าใครยักคิ้วให้เพื่อน “พูดแบบนี้แปลว่ามีแล้ว ใคร เรียนที่ไหน หรือทำงานแล้ว บอกมาเดี๋ยวนี้นะ” ขวัญข้าวซัก “บ้า ก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น ก็มองไปเรื่อย ๆ ยังไม่เจอซะหน่อย” โมนาโบกมือปฏิเสธ โชคดีที่อาจารย์เดินเข้าห้องมาช่วยชีวิต บทสนทนานี้จึงถูกปิดจบไปโดยปริยาย เย็นวันนั้น โมนาที่แยกตัวออกจากเพื่อนเพื่อไปซื้อของใช้ส่วนตัวที่ร้านสะดวกซื้อก็เจอกับขุนพลซึ่งเดินจับมือมากับสาวสวยคนเดิมโดยบังเอิญ ในจังหวะที่เดินสวน หนุ่มสาวก็สบตากันเพียงครู่แล้วเดินผ่านไป รมิดา เหลือบมองผู้หญิงที่เธอทั้งริษยาและเกลียดชังจับใจแล้วลอบเบะปาก หันมองอีกนิดแล้วส่งกุญแจรถยนต์คันหรูให้ขุนพล ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันขับรถออกไปเสวยสุขที่คอนโดมิเนียมของหญิงสาว โมนาหยุดมองท้ายรถยนต์ราคาแพงที่พ่อของเธอซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดของรมิดาเพื่อเอาใจเมียน้อยที่ตอนนี้เผยอหน้าขึ้นมาเป็นเมียหลวงแทนที่แม่ของเธอแล้วก็นึกเจ็บใจ ไม่อยากเชื่อเลยว่าผู้หญิงมากมายเต็มมหาวิทยาลัย แต่ขุนพลดันเลือกมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่เธอเกลียดเข้ากระดูกดำ เกลียด...ทั้งพี่ ทั้งน้อง ******************** โมนารอสายจนสัญญาณตัดไปเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่ได้นับ หงุดหงิดจนโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงเพื่อระบายอารมณ์ หลังจากที่เธอเดินสวนกับขุนพลตอนเย็น ก็ไม่มีสมาธิจะทำอะไร หงุดหงิดไปหมดจนแม้แต่ตุ๊กตาตัวโปรดยังเข้าหน้าไม่ติด “หายไปกับยัยนั่นตั้งแต่เลิกเรียน งานการไม่ทำมันแล้วใช่ไหมพี่ขุน อย่าให้โมนาเจอนะ โมนาจะ...จะ...ฮึ่ย” เธอเองก็ไม่รู้จะคาดโทษเขาว่าอย่างไร เพราะความจริงก็ไม่ได้เป็นอะไรกับเขาแม้แต่น้อย แล้วจะเอาสิทธิไหนไปลงโทษ จึงทำได้เพียงทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงด้วยความหงุดหงิด “ไม่รับใช่ไหม ดูซิว่าพี่จะเมินโมนาไปได้นานแค่ไหน” พูดจบก็ต่อสายหาเขาอีกครั้ง ในขณะเดียวกัน เสียงที่เงียบลงไปแล้วของโทรศัพท์มือถือที่ถูกวางทิ้งไว้บนเตียงทำให้ขุนพลซึ่งกำลังซุกไซ้ซอกคอของรมิดาเพิ่มแรงจูบเม้ม สาวสวยหลับตาพริ้ม ร้องครางเสียงกระเส่า ท่อนล่างฉ่ำเยิ้มเพื่อเขาเป็นครั้งที่เท่าไรก็จำไม่ได้ ก่อนเสียงน่ารำคาญจะดังขึ้นอีกครั้ง ขุนพลขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าโมนาโทรมารบกวนเขาอีกแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้โทรมาติดกันหลายสายแต่ถูกเขาเมินก็ยังไม่เข็ด พลันรมิดาก็คว้าโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มมาดูว่าผู้หญิงหน้าไหนโทรมารบกวนช่วงเวลาแสนสุข “โมนา ใคร โมนาไหน” “ไม่ต้องไปสนใจ” มือคว้าโทรศัพท์คืนแล้วกดปิดเสียง ก่อนจะเดินหน้าสอดแทรกกระแทกกระทั้นเต็มกำลังจนเตียงโยก แต่โทรศัพท์ที่เงียบไปแล้วกลับสั่นไม่หยุด “พี่ขุน อีโมนามันเป็นใคร พี่มีคนอื่นใช่ไหม” ขุนพลกัดกรามกรอดแล้วลุกพรวดขึ้นนั่ง ท่อนเนื้อที่หลุดออกจากความสาวอย่างรวดเร็วทำคนตัวบางผวาตามอย่างแสนเสียดาย “พี่ขุน เอาออกไปทำไมคะ” “หมดอารมณ์แล้ว”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม