“เดี๋ยวสิคะ ทำต่อนะ ก็มีผู้หญิงโทรหาพี่ จะให้ดาอยู่เฉย ๆ เหรอคะ ไม่ตามไปตบมันก็ดีแค่ไหนแล้ว”
ขุนพลลุกพรวดลงจากเตียง มือรูดถุงยางอนามัยที่ยังใช้ไปได้ไม่กี่วินาทีทิ้งลงพื้น แล้วสวมกางเกงด้วยความหงุดหงิด
เขาไม่ชอบผู้หญิงที่ควบคุมไม่ได้ เรียกร้องและล้ำเส้นเขาที่สุด และเขาจะสลัดพวกเธอเหล่านั้นทิ้งทันทีที่แสดงอาการให้เขาเห็น แม้ว่าจะถูกใจลีลาบนเตียงแค่ไหนก็ไม่สน
“อย่ามาล้ำเส้น เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”
ดวงตากลมเบิกโพลงตกใจ ไม่คิดว่าเขาที่ดูหลงใหลเธอมากจะพูดคำนี้ออกมา แม้จะรู้ดีว่าเขามีประวัติแบบไหน และก่อนที่จะคบหาจนถึงขั้นขึ้นเตียงเขาก็ได้บอกข้อตกลงร่วมกันแล้ว
ตอนนั้นเธอรับได้ ขอแค่ได้ขึ้นเตียงกับเขา เธอมั่นใจว่าจะทำให้เขาหลงใหลเธอมากกว่าทุกคน ที่ไหนได้ เขาไม่เคยเห็นค่าเธอเลยสักนิด
“แต่เรามีอะไรกันแล้ว”
“ก็เต็มใจไม่ใช่เหรอ”
คนตัวโตที่กำลังติดกระดุมกางเกงปรายตามองคนบนเตียง มือหยิบเสื้อยืดสีดำขึ้นสวม
“หมายความว่ายังไงคะ พี่จะเลิกกับดาเหรอ ดาไม่เลิกนะ”
“เราไม่ได้เป็นแฟนกัน สถานะแบบนี้ ถ้ารับไม่ได้จริง ๆ ก็ไม่ต้องติดต่อมา”
“พี่ขุน...”
รมิดาร้องเรียกเขาพร้อมก้าวลงจากเตียงตามมายื้อ แต่คนตัวโตกลับสะบัดมือเธอทิ้ง คว้าถุงกระดาษสีสวยแล้วออกจากห้อง ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองกันอีกเลย
“พี่ขุน กรี๊ด...”
เมื่อขุนพลเดินออกจากคอนโดมิเนียมสุดหรูได้ก็จุดบุหรี่สูบ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นอีกครั้งจึงล้วงไปหยิบมารับสาย
“โทรมาทำไมนักหนาโมนา พี่ไม่รับก็คือไม่ว่าง”
ระบายอารมณ์พร้อมเสยผมหงุดหงิด หงุดหงิดที่เธอรบกวนจนสวรรค์ของเขาล่ม อารมณ์ค้างเติ่งยากที่จะดับ และหงุดหงิดที่ผู้หญิงคนนั้นล้ำเส้น
“พี่ขุนอยู่ไหนคะ ทำงานอยู่เหรอ”
“เปล่า วันนี้ร้านปิด เจ้าของร้านติดไข้หวัดใหญ่เลยปิดร้านทำความสะอาด”
แม้จะไม่สบอารมณ์เด็กดื้อ แต่ก็ยังมีแก่ใจตอบเสียยาวเหยียด
“งั้นแล้วตอนนี้อยู่ที่ไหนคะ”
“กำลังจะกลับบ้าน”
เขาเลี่ยงไม่ตอบเพราะเธอน่าจะรู้อยู่แล้วว่าเขาหายออกมากับผู้หญิง ป่านนี้ก็น่าจะต้องอยู่ด้วยกัน
“ไกลไหมคะ มีรถหรือเปล่า หรือนั่งแท็กซี่คะ”
“ไม่ไกล พี่เป็นผู้ชาย ไม่มีอันตรายหรอกน่า”
“ก็โมนาเป็นห่วงนี่คะ”
“รู้แล้ว พี่วางนะ รถเมล์มาแล้ว”
“ค่ะ กลับบ้านดี ๆ นะคะ ถึงแล้วก็ไลน์บอกโมนาด้วย”
“ครับ พี่วางนะ”
ไม่นาน ขุนพลก็กลับถึงบ้าน เขาตรงดิ่งไปอาบน้ำแล้วออกมานั่งมองโหลคุกกี้โหลที่สองที่แม้จะหน้าตาไม่ได้ดูน่ากินเหมือนโหลแรกที่ได้มา แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาเปิดฝาออก
กลิ่นหอมของเนยสดทำขุนพลเลิกคิ้ว เธอมีฝีมือใช้ได้ทีเดียว ที่เหลือก็คงจะเป็นรสชาติ ต้องลองชิมถึงจะสรุปได้ว่าคุณหนูโมนามีดีแค่ไหน
เขาหยิบคุกกี้รูปหัวใจออกมาชิ้นหนึ่ง ใส่ปากแล้วเคี้ยว แต่ทันทีที่ฟันกระทบกับคุกกี้ชิ้นนั้นกลับต้องขมวดคิ้วและต้องออกแรงมากขึ้นอีกจึงจะขบมันแตก
เมื่อลิ้นรับรสชาติของขนมที่ต้องบอกว่าหวานแหลมและเค็มโดดจนแทบแยกไม่ออกว่ารสไหนมากกว่ากัน ขุนพลก็รีบคายคุกกี้ของโมนาลงในกระดาษทิชชูทันที
“เหอะ คนกินตาย คนคายรอดสินะ”
เขาส่ายหน้าพร้อมกับหัวเราะในลำคอ ไม่รู้จะเอ็นดู ขำ หรือโกรธเธอดีที่ดูเหมือนตั้งใจวางแผนจะฆ่าเขาให้ตายด้วยคุกกี้มรณะของเธอ
รีบยกแก้วน้ำขึ้นดื่มหลายอึกเพราะรสเค็มโดดและหวานแหลมยังติดลิ้น ก่อนจะเหลือบมองโทรศัพท์ทั้งที่มือยังยกแก้วน้ำขึ้นกระดกเพราะคนที่ตั้งใจวางแผนฆาตกรรมเขาโทรเข้ามา
“ว่าไงโมนา”
“พี่ขุนทำอะไรอยู่คะ”
“ล้างท้อง”
โมนาเลิกคิ้ว ไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
“ล้างท้อง ทำไมคะ อะไรหกใส่ท้องเหรอ”
“ไม่มีอะไรหกใส่ท้องพี่หรอก แต่คุกกี้ของเธอต่างหากที่กำลังจะฆ่าพี่”
“เอ๊ะ ยังไงคะ ไม่อร่อยเหรอ”
ใบหน้าสวยซีดเผือด ความมั่นใจหดหาย ที่โทรมาก็อยากจะถามเขาว่าคุกกี้ของเธอรสชาติเป็นอย่างไร ถ้าเขายังไม่ยอมกินก็จะคะยั้นคะยอให้กินให้ได้ เขาจะได้รู้ว่าคุณหนูโมนา นอกจากสวยน่ารักแล้ว ยังมีเสน่ห์ปลายจวักมาก เธอมั่นใจว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านนี้ไว้มัดใจผู้ชายแน่นอน
“ไม่ใช่แค่ไม่อร่อย แต่มันกินไม่ได้ แค่เคี้ยวก็ต้องคายทิ้งแล้ว”
“จริงเหรอคะ พี่ขุนแกล้งโมนาเล่นหรือเปล่า” เอ่ยถามอย่างมีความหวัง
“พี่จะล้อเธอเล่นทำไม ถ้าอยากรู้นัก พรุ่งนี้พี่จะเอาไปให้เธอกิน”
น้ำเสียงจริงจังทำให้โมนารู้แล้วว่าเป็นเรื่องจริง เธอทำให้ความประทับใจแรกติดลบไปถึงหนึ่งร้อยคะแนนเสียแล้ว
“โมนาก็ทำตามสูตรเขาทุกอย่าง ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ”
เสียงแผ่วเบาราวกับคนผิดหวังทำเขาใจอ่อน นึกสงสารเธอเสียได้
“ฮึ่ม ตอนทำได้ชิมบ้างหรือเปล่า”
“เอ่อ ไม่ได้ชิมค่ะ โมนามั่นใจมากว่ามันจะอร่อย” เอ่ยตอบเสียงอ่อยราวกับคนไม่มีความมั่นใจหลงเหลืออีกแล้ว
“ทำไมชอบมั่นใจอะไรแบบผิด ๆ”
พูดกระทบไปถึงเรื่องที่เธอกำลังพยายามตามจีบเขาด้วย ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเขาจะไม่มีวันใจอ่อนก็ยังไม่ยอมหยุด
“โมนาแค่มีความพยายามค่ะ ไม่ย่อท้อ”
“ดื้อ อยากเอาชนะมากกว่า”
“นั่นก็เป็นคุณสมบัติของคนที่จะประสบความสำเร็จไม่ใช่หรือคะ”
“มันคนละเรื่องกันแล้วโมนา”
“เรื่องเดียวกันนี่แหละค่ะ โมนาไม่ท้อ จะฝึกจนกว่าจะทำอร่อย”
“จะมาเสียเวลากับพี่ทำไม” น้ำเสียงจริงจังตั้งใจให้เธอคิดได้
“เดี๋ยวโมนาทำให้ใหม่นะคะ คราวนี้รับรองอร่อยแน่ค่ะ” นอกจากไม่คิดตามแล้ว เธอยังเสเปลี่ยนกลับมาเป็นเรื่องคุกกี้อีกครั้ง
“พอแล้ว ไม่ต้องทำอีก เธอคงไม่เหมาะกับอะไรแบบนี้”
“ขอโอกาสโมนาแก้ตัวนะคะพี่ขุน”
“ถ้าพี่ตับพิการ ไตวายขึ้นมาจะทำยังไง”
“ให้โมนารับผิดชอบพี่ขุนนะคะ”
คำพูดนั้นทำขุนพลชะงักไปหลายวินาที ก่อนกระแอมกลบเกลื่อนแล้วทำเสียงดุ
“พี่คงตายก่อนให้เธอได้รับผิดชอบ”
“โมนาไม่ทำให้พี่ขุนตายหรอกค่ะ”
“ดื้อ”
“จะไม่ใจอ่อนให้โมนาหน่อยหรือคะพี่ขุน โมนาสู้ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ตรงไหน” อยู่ ๆ เธอก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา ทำขุนพลไปไม่เป็น
“พี่ไม่ได้ชอบเธอ”
“แล้วพี่ชอบผู้หญิงคนนั้นเหรอคะ”
“ไม่ได้ชอบ”
“ไม่ชอบยังคบได้เลย ลองคบกับโมนาก่อนดีไหม แล้วค่อยบอกว่าไม่ชอบ”
ช่วงนี้เธอรุกหนักอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน นอกจากจะไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอึดอัดอย่างที่เคยคิด ยังทำหัวใจแกร่งเต้นรัวราวกลองศึก
“พี่บอกแล้วว่าพี่เห็นเธอเป็นแค่น้องสาว และพี่ไม่อยากทำร้ายเธอ หยุดพูดเรื่องนี้เถอะ ไม่ว่านานแค่ไหนก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แค่นี้นะ พี่ง่วงแล้ว ขอบคุณมากสำหรับคุกกี้สูตรคนกินตาย คนคายรอด พี่วางนะ”
พูดจบก็กดวางสายไปเสียดื้อ ๆ แต่คำพูดนั้นทำโมนาอ้าปากค้าง ไปต่อไม่เป็น ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยสีหน้าสิ้นหวังสุด ๆ
“คนกินตาย คนคายรอดเหรอ พี่ขุนใจร้าย”