Chapter : 7
“อ่า...ตื่นแล้ว...” นาราตอบเสียงแผ่ว น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสับสนปกปิดไม่ได้ หญิงสาวหลบสายตามัดหมี่ ไม่กล้าแม้แต่จะมองตรง ๆ ความลับที่เธอรู้ดีว่ามีเพียงเธอและชรัณเท่านั้นที่รู้ กลับกลายเป็นน้ำหนักที่กดทับในอก
มัดหมี่เดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางสบาย ๆ เธอไม่แสดงสีหน้าผิดปกติใด ๆ ราวกับไม่รู้ถึงเรื่องเมื่อคืน นั่นทำให้นารายิ่งกระวนกระวายยิ่งขึ้น
“เมื่อคืนพ่อบอกว่าเห็นมึงเมามาก เลยพามานอนที่นี่ แปลกใจเหมือนกันว่าไปดื่มกันที่ไหนมา...” เสียงใสของมัดหมี่ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบของห้องนั่งเล่น รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวดูไร้เดียงสาและอบอุ่น แต่สำหรับนาราแล้ว มันกลับรู้สึกเหมือนกับมีดปลายแหลมที่กรีดลงกลางใจ
นาราขยับตัวนั่งพิงโซฟา ผ้าห่มที่ห่มอยู่ลื่นลงมากองบนตัก เธอพยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติ พลางส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้เพื่อนสาวตรงหน้า “อืม...กูเองก็...ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเมาหนักขนาดนั้น”
“พ่อกูคงไม่ไปไหนไกล นอกจากผับของเขาหรอก...” มัดหมี่พูดต่อในน้ำเสียงเรียบง่าย สายตาที่มองมาทำให้นารารู้สึกเหมือนกำลังถูกอ่านใจ เธอหยุดหายใจไปชั่วขณะเมื่อมัดหมี่พูดต่อ “ว่าแต่มึงเถอะ ปกติไม่เห็นมึงเมาแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?”
คำถามนั้นเหมือนเข็มทิ่มแทงเข้าในใจ นาราอึกอัก สายตาหลบไปทางอื่นพลางพึมพำ “ก็แค่...”
“ก็แค่?” มัดหมี่ถามซ้ำ ท่าทีเหมือนเป็นห่วง แต่กลับแฝงความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา
นารากลืนน้ำลายอย่างลำบาก “กูไม่อยากโกหกมึง...แต่กูก็นอยด์มากที่มึงปฏิเสธกู...” เธอสารภาพออกมาเสียงเบา แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ปะปนกัน
มัดหมี่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งยิ้มบาง ๆ มาให้ “ไม่เป็นไร...กูเข้าใจนะ” น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลและปลอบโยน “ถึงกูจะไม่ได้รู้สึกกับมึงในแบบแฟน แต่กูก็ยังอยากย้ำกับมึงว่ากูยังเป็นเพื่อนมึงอยู่นะ”
พูดจบ มัดหมี่เดินไปหยิบกล่องบุหรี่ที่วางอยู่ใกล้ ๆ แล้วส่งให้ “นี่ของมึง...พ่อกูบอกให้ฝากไว้ให้ ถ้ามึงอยากอาบน้ำก็ใช้ห้องน้ำพ่อกูได้เลย เขาเตรียมชุดไว้ให้มึงแล้วด้วย ส่วนกูต้องไปเตรียมตัวฝึกงานล่ะ”
พูดจบเธอคว้ากาแฟที่ชงไว้เดินขึ้นชั้นบน ทิ้งให้นารานั่งนิ่งอยู่กับความคิดตัวเอง
ระเบียงห้องของชรัณ
นาราเดินขึ้นไปยังห้องนอนของชรัณโดยไม่ลืมกาแฟแก้วหนึ่งที่มัดหมี่ชงไว้ให้ เธอเปิดประตูระเบียงออก สูดอากาศยามสายที่สดชื่น แต่หัวใจเธอกลับหนักอึ้งด้วยความคิดมากมาย
เธอหยิบบุหรี่มาจุดที่ริมระเบียง ควันสีเทาจาง ๆ ลอยขึ้นไปแตะอากาศเบื้องบน ขณะเธอพ่นควันออกมาช้า ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดถึงเรื่องเมื่อคืน ภาพเรือนร่างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของชรัณ และดวงตาคมที่มองเธอราวกับสัตว์นักล่าผุดขึ้นมาในหัว
“เมื่อคืนเราเองก็เด็ดเหมือนกันนะเนี่ย...” เธอพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนมุมปากขณะจินตนาการถึงสัมผัสที่ยังติดอยู่ในความทรงจำ
หลังจากที่ดับบุหรี่และดื่มกาแฟจนหมดแก้ว นาราก็เดินไปยังห้องน้ำ เธอพบกับชุดที่ชรัณเตรียมไว้ให้พับไว้อย่างเรียบร้อยบนโต๊ะ แต่สิ่งที่ทำให้เธอหยุดนิ่งไปคือวัตถุบางอย่างที่วางอยู่ใต้เสื้อผ้า
เธอค่อย ๆ ยกเสื้อขึ้นและพบกับ ดิลโด้ ที่ยาวพอ ๆ กับท้อนเนื้อของชรัณพร้อมกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่มีข้อความเขียนไว้ด้วยลายมือที่เธอจำได้ขึ้นใจ
“หวังว่าจะถูกใจ...”
หัวใจของนาราเต้นระรัว เธอเม้มปากแน่น ความรู้สึกหลากหลายประดังเข้ามา ทั้งความเขินอาย ความโกรธ และความรู้สึกถูกเยาะเย้ย ราวกับชรัณกำลังทิ้งข้อความเย้ยหยันเธอไว้ให้จดจำ
“ผู้ชายคนนี้มันร้ายจริงๆ ...” เธอพึมพำเบา ๆ ก่อนจะรีบวางสิ่งของเหล่านั้นไว้ที่เดิมและก้าวเข้าห้องน้ำเพื่อสงบสติอารมณ์
ณ ห้องน้ำ
เมื่อก้าวเข้ามาในที่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสบู่อ่อน ๆ และไออุ่นจากสายน้ำ นาราถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น ร่างกายเปลือยเปล่าสะท้อนอยู่ในกระจก ดวงตาของเธอจ้องมองตัวเอง ราวกับจะค้นหาคำตอบจากร่างนั้นว่าทำไมเธอถึงยังรู้สึกเช่นนี้
น้ำอุ่นจากฝักบัวไหลรินลงมาบนเรือนร่าง ขณะที่เธอหลับตาเพื่อปล่อยให้ความคิดสงบลง แต่แทนที่มันจะช่วยให้เธอลืม ภาพเมื่อคืนกลับผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน—สัมผัสจากมือใหญ่ เสียงกระซิบต่ำทุ้ม และสายตาที่จ้องมองเธอราวกับจะกลืนกิน
“เราหยุดคิดไม่ได้เลย...” เธอกระซิบกับตัวเอง เสียงแผ่วเบาดั่งคนสารภาพความผิด ความรู้สึกร้อนรุ่มภายในเหมือนเปลวไฟเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ ลุกลามขึ้นอย่างช้า ๆ
ขณะเธอลูบไล้ฟองสบู่ไปตามเรือนร่าง ภาพเหล่านั้นยิ่งชัดเจนขึ้น เสียงหัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะสะท้อนอยู่ในหู ความรู้สึกแปลกประหลาดที่มวนอยู่ในท้องทำให้เธอพยายามสะบัดหัวไล่ความคิด แต่ยิ่งพยายาม ความปรารถนานั้นกลับยิ่งก่อตัวแน่น
นาราฝืนตัวเองมาตลอด เธอกัดฟันแน่น พยายามกล่อมจิตใจให้หยุด “พอแล้ว...” แต่เสียงนั้นกลับไร้พลัง เธอมองเงาของตัวเองใต้สายฝักบัว หยดน้ำที่เกาะตามผิวกายเหมือนน้ำฝนบนดอกไม้แรกผลิ เธอรู้สึกได้ถึงความร้อนในอกที่พยายามทลายกำแพงควบคุมที่เธอสร้างขึ้น
“เอาไงก็เอาวะ...” เธอพึมพำเบา ๆ ราวกับให้เหตุผลตัวเอง ขณะที่มือเริ่มไล้ลงไปตามร่างกาย ปลายนิ้วของเธอไล่ไปตามส่วนโค้งเว้าด้วยสัมผัสที่ทำให้ตัวเองสั่นสะท้าน...
To be continued...