ไมเคิลรีบวิ่งออกมาจากร้านแบรนด์เนมชื่อดังโดยไม่สนใจสายตาของคนที่มองมาอย่างสงสัย ว่าทำไมหนุ่มหล่อถึงต้องวิ่งด้วยความรีบร้อนขนาดนั้น และข้างหลังยังมีสาวสวยอีกคนหนึ่งวิ่งตามไปด้วย
"พี่ไมเคิล พี่ไมเคิลลล รอโอลีฟด้วยยยย" โอลีฟที่วิ่งตามมาและร้องเรียกชายหนุ่มไปด้วย เมื่อวิ่งตามไม่ทันจึงหยุดวิ่ง และเริ่มรู้สึกถึงสายตาของผู้คนที่มองมา เธอเลยยิ้มแห้ง ๆ และรีบเดินออกไปจากตรงนั้นทันที
ฝั่งไมเคิลก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขารีบขับรถสปอร์ตคันหรูกลับไปที่โรงแรมอย่างรวดเร็ว แทบจะเรียกได้ว่าเขากำลังแข่งรถอยู่ก็ได้ เพราะในใจของเขาตอนนี้นั้นห่วงคนที่โทรมาร้องไห้ตลอดเวลา
"แม่งเอ๊ย !!! มึงทำอะไรลงไปวะไอ้ไมค์ รู้ก็รู้ว่ายัยเด็กนั่นขี้กลัว แล้วยังทิ้งให้อยู่คนเดียวอีก แล้วระบบรักษาความปลอดภัยอีก แม่ง ห่วย ปล่อยให้คนขึ้นไปข้างบนได้ยังไงวะ" ไมเคิลขับรถไปก็ทุบพวงมาลัยไป และด่าตัวเองไปด้วย
เอี๊ยดดดดดด~
เสียงจอดรถอย่างลากล้อดังขึ้นที่หน้าโรงแรม GG Hotel และมีชายหนุ่มวิ่งลงมาจากรถและตรงไปที่ลิฟต์ของท่านประธาน โดยมีสายตาของพนักงานทั่วไปมองอย่างสงสัย เพราะมีหลายคนที่ยังไม่เคยเห็นไมเคิล
"นั่นใครอะ ทำไมจอดรถแบบนั้น" พนักงานคนหนึ่งถามขึ้น
"ใช่ ๆ รีบเหมือนจะไปตามควายที่ไหน" พนักงานอีกคนพูดขึ้น
"ปากเหรอนั่น อยากตกงานใช่มั้ย นั่นคุณไมเคิล กิ๊บสัน น้องชายของคุณแดเนียล มาทำงานวันนี้วันแรก" พนักงานอีกคนรีบบอกก่อนที่เจ้านายหนุ่มจะโดนนินทาไปมากกว่านี้
"อ้าว... แยกย้าย ๆ" จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำงานเพราะขืนอยู่นานกว่านี้ อาจจะตกงานก็เป็นได้
ติ๊ง~
เสียงลิฟต์ดังขึ้นบ่งบอกว่าถึงชั้นที่ต้องการแล้ว ไมเคิลรีบวิ่งออกมาจากลิฟต์ตรงมาที่โต๊ะยัยเลขาหน้าเด็กทันที แต่ก็ไม่เจอใคร
"ไปไหนวะ อ้อ..." ไมเคิลถามเองตอบเอง ก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง
แต่เมื่อเข้ามาแล้วก็ไม่เห็นน้ำขิง เขากังวลใจมาก จึงเดินไปเปิดประตูข้างหลังโต๊ะทำงานของตัวเองทันที เพราะเขาได้ยินเสียงสะอื้นดังออกมา
"คุณน้ำขิง" ไมเคิลเรียกยัยเลขาหน้าเด็กที่นั่งกอดตัวเองร้องไห้อยู่ที่ซอกเล็ก ๆ ข้างเตียง ท่าทางเธอน่าสงสารมากจนเขาใจหาย
"คุณไมเคิล" น้ำขิงเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่เข้ามา ก็ลุกขึ้นและวิ่งมากอดเจ้านายหนุ่มไว้ด้วยความดีใจ
"เบา ๆ" ไมเคิลที่ยืนอยู่ต้องรีบอ้าแขนออกเพื่อรับคนตัวเล็กที่พุ่งเข้ามาหาตัวเขา เธอกระโดดกอดจนเขาแทบจะยืนไม่อยู่ เลยต้องกอดตอบไปโดยอัตโนมัติ
"ฮือ ๆ ขิงกลัว" น้ำขิงกอดร่างสูงไว้แน่นและร้องไห้กับอกเขา จนไมเคิลรู้สึกถึงน้ำตาที่เปียกชุ่มที่เสื้อของเขา มีการเอาหน้าถูกับอกของเขาด้วย
'หมดกันเสื้อแบรนด์เนมราคาแสนกว่าบาทของกู ถูกยัยเลขาหน้าเด็กเอาน้ำมูกถูจนเปื้อนหมดแล้ว แต่เอ๊ะ !!! ทำไมยัยนี่ตัวหอมจัง ผมนี่ก็หอม ใช้ยาสระผมอะไรนะ' ไมเคิลที่ยืนนิ่งให้น้ำขิงกอดและเอาใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาและเปื้อนน้ำมูกถูไถกับอกเขา ก็ตัดสินใจก้มลงหอมหัวของน้ำขิง (เพื่อปลอบ)
"ฮือ ๆ ขิงกลัว" น้ำขิงยังไม่รู้ว่าอีกคนกำลังคิดอะไรก็ยังร้องไห้อยู่กับอกแกร่ง
"โอ๋ ๆ ไม่เป็นไร ๆ ผมอยู่ที่นี่แล้ว ไม่มีใครทำอะไรคุณได้หรอก ใจเย็น ๆ นะ แล้วเล่าให้ผมฟังหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น" ไมเคิลลูบหลังน้ำขิงเบา ๆ เหมือนปลอบเด็กน้อยขี้แย
"ฮืออออ ๆ" น้ำขิงยังคงร้องไห้ และยังเอาหน้าถูกับอกเขา
ไมเคิลต้องดันตัวเธอออก ไม่งั้นเขาคงจะเป็นคนที่ไม่หยุดเอง เพราะตอนนี้น้องชายของเขามันเริ่มจะแข็งข้อขึ้นมาแล้ว ถ้าเธอสังเกตก็คงจะรู้สึกได้ว่าตัวเขามีกระบองอยู่ตรงเป้ากางเกง กระบองนี้เอาไปตีโจรไม่ได้นะ เอาไว้ตีอย่างอื่นแทน...
"คุณน้ำขิง ใจเย็น ๆ นี่ผ้าเช็ดหน้าผม เอาไปเช็ดหน้าเช็ดตาก่อน" ไมเคิลล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อเอาผ้าเช็ดหน้าให้ยัยเลขาหน้าเด็ก
"ขอบคุณค่ะ พรืดดดดด~" น้ำขิงรับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาแถมกับสั่งน้ำมูกใส่อย่างลืมตัว
'หมดกัน ผ้าเช็ดหน้าผืนละหมื่นของกู' ไมเคิลเห็นแบบนั้นก็ยืนไว้อาลัยให้กับผ้าเช็ดหน้าราคาแพง ที่ปักมุมผ้าเช็ดหน้าด้วยตัว M ของเขา และก้มลงดูเสื้อเชิ้ตก็ยิ่งต้องทำใจ
"ไหนเล่ามาซิ ผมเดินเข้ามาก็ไม่เห็นมีใครนะ ห้องก็ไม่มีการรื้อค้น คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า" ยืนทำใจอยู่สักพัก ไมเคิลก็ถามขึ้นอีกครั้ง
"ขิงเห็นคนยืนจ้องหน้าขิงอยู่ที่หน้าลิฟต์ค่ะ พอดีขิงเก็บของกำลังจะกลับบ้าน ระหว่างเก็บของ ขิงก็รู้สึกเหมือนมีคนจ้องอยู่ ขิงค่อย ๆ ช้อนสายตามองก็มีคนยืนจ้องอยู่จริง ๆ ค่ะ มันน่ากลัวมากกกก" น้ำขิงเล่าออกมาด้วยความหวาดกลัวและใช้หลังมือเช็ดน้ำตาตัวเองไปด้วย ส่วนผ้าเช็ดหน้าก็เช็ดน้ำมูกที่ไหลออกมาไม่หยุด
"เอ๊ะ !!! แต่ผมไม่เห็นมีใครนะ ไหนตรงไหนพาผมไปดูหน่อย" ไมเคิลพยายามนึกถึงความผิดปกติแต่ก็นึกไม่ออก เขาเห็นทุกอย่างก็เรียบร้อยดีนี่นา แต่จะว่าน้ำขิงแต่งเรื่องก็ไม่น่าจะใช่ เพราะดูแล้วเธอก็หวาดกลัวเอามาก ๆ
"ได้ค่ะ เอ่อ... คุณไมเคิลเตรียมกระบองมาด้วยใช่มั้ยคะ เอาออกมารอเลยก็ดีนะคะ" น้ำขิงพูดไปก็มองไปที่เป้ากางเกงของชายหนุ่มไปด้วย เธอเคยเห็นลุงยามยัดกระบองใส่ในกางเกงแบบนี้แหละ
"กระบองอะไร" ไมเคิลถามขึ้นอย่างสงสัย
"ก็กระบองนั่นไงคะ ขิงเคยเห็นลุงยามยัดกระบองใส่ในกระเป๋ากางเกงแบบนี้เลย แต่จะมีด้ามโผล่ออกมา สงสัยคุณไมเคิลซ่อนดี เลยไม่เห็นด้าม" น้ำขิงพูดออกมาอย่างไร้เดียงสา แต่คนฟังอย่างไมเคิลได้แต่อ้าปากหวอ ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เลยเดินนำหน้าเธอไปที่ลิฟต์ทันที
"พูดมาก รีบตามมา เดี๋ยวเอากระบองฟาดปากเลยนี่" เขาสั่งเสียงเข้มแก้เขิน แต่น้ำขิงเข้าใจว่าเขาทำเสียงดุ ๆ เพื่อออกไปปราบคนร้าย จึงเดินตามไปและจับชายเสื้อของเขาไว้ด้วยความกลัว
"ไม่เห็นมีอะไร ไหนลองเล่าเหตุการณ์มาอีกทีซิ" เมื่อออกมายืนที่หน้าห้องท่านประธานแล้วไม่มีใคร ไมเคิลก็ถามคนที่เกาะเสื้อเขาอยู่ข้างหลังอีกครั้ง
น้ำขิงค่อย ๆ ขยับตัวไปเอากระเป๋าที่วางอยู่ที่โต๊ะ และหันไปทางมุมที่มีลิฟต์ก็ตกใจดวงตาเบิกกว้าง
"นั่น ๆ เขายืนอยู่ตรงนั้น คราวนี้มาสองคนเลย" น้ำขิงชี้นิ้วมือออกไปทางลิฟต์พร้อมกับพูดเสียงดังด้วยความหวาดกลัว เธอกอดแขนของไมเคิลแน่น โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าหน้าอกอวบอิ่มที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เสื้อผ้า กำลังเบียดเสียดสีกับแขนแกร่งของไมเคิลอยู่
ไมเคิลที่ไม่รู้จะจัดการกับอะไรก่อนดี น้องชายของเขา หรือยัยเลขาหน้าเด็กที่ตอนนี้ทำให้เขาสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว แต่ก่อนที่เขาจะทำอะไร ไมเคิลก็มองตามนิ้วมือของยัยเลขาหน้าเด็กไป นั่นทำให้เขายกยิ้มที่มุมปากและก้มมองลงมายังคนที่ทั้งกอดแขนเขา ทั้งหน้าซุกเข้ามาจนแทบจะสิงเขาอยู่แล้ว...
'ยังบ๊องเอ๊ย นั่นมันเงาตัวเองแท้ ๆ ยังจะกลัว'
"น้ำขิง มากับผม ผมจะพาไปดูใกล้ ๆ ว่ามันไม่มีอะไร" ไมเคิลพูดออกมาหลังจากถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยในวันนี้
"ไม่เอาค่ะ ขิงกลัว" น้ำขิงยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาจากต้นแขนของเจ้านายหนุ่ม
ไมเคิลเห็นอย่างนั้นก็เดินไปที่ลิฟต์โดยลากเอายัยเลขาหน้าเด็กตามมาด้วย ก่อนจะดึงเธอออกจากแขนแกร่งและจับตัวเธอให้มายืนอยู่ตรงหน้าเขา โดยที่เขาจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอไว้ เพื่อไม่ให้หนีไปไหนได้
"ลืมตาขึ้นมองซิ ใช่คนนี้หรือเปล่า" ไมเคิลก้มลงไปกระซิบข้างหูของน้ำขิง เชิงบังคับให้เธอลืมตาขึ้นมอง
น้ำขิงที่รู้สึกว่ามีลมร้อน ๆ เป่าอยู่ที่ข้างใบหู ก็ย่นคอและยอมลืมตามองดูภาพตรงหน้า และนั่นทำให้เธอตกใจมากและอ้าปากค้างไปเลย
"นี่มัน !!!" น้ำขิงพูดได้แค่นั้น...
"นี่แสดงว่าทั้งหมดนี่คือคุณกลัวเงาตัวเองนี่นะ" ไมเคิลมองน้ำขิงที่อยู่ในภวังค์และถามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา
"ก็ใครใช้ให้คุณไมเคิลทิ้งขิงให้ทำงานอยู่คนเดียวล่ะ ชั้นนี้ทั้งชั้นก็มีอยู่กันแค่สองคน แทนที่จะอยู่เป็นเพื่อนกัน" น้ำขิงพูดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้
"กรรมแท้ ๆ" ไมเคิลส่ายหัวไปมาเมื่อน้ำขิงโยนความผิดมาให้เขาแบบเต็ม ๆ
"นี่คุณไมเคิลว่าขิงเหรอคะ ขิงอุตส่าห์ไม่ฟ้องบอสว่าคุณหนีออกไปเที่ยวกับผู้หญิงในตอนที่บอสโทรมาหาคุณ รู้แบบนี้ขิงฟ้องบอสไปเลยดีกว่า" น้ำขิงหันกลับมาและเชิดหน้าพูดกับเจ้านายหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว เธออุตส่าห์ช่วยเขาให้รอดจากการถูกคุณแดเนียลด่า ยังจะมาว่าเธออีก
"โอเค ๆ ไม่ว่าแล้ว นี่จะกลับบ้านเลยมั้ย และจะกลับยังไง" ไมเคิลยกมือสองข้างขึ้นในท่ายอมแพ้แล้วถามออกไป
"กลับค่ะ ปกติขิงนั่งวินมอเตอร์ไซค์ที่หน้าโรงแรมไปต่อรถไฟฟ้าค่ะ" น้ำขิงตอบออกไปตามความจริง
"งั้นไปกัน เดี๋ยวผมไปส่งคุณที่สถานีรถไฟฟ้าก็แล้วกัน" ไมเคิลพูดขึ้นและน้ำขิงก็เดินตามไปอย่างว่าง่าย
"เอ่อ... นี่ผ้าเช็ดหน้าของคุณไมเคิลค่ะ" น้ำขิงยื่นผ้าเช็ดหน้าคืนให้เจ้าของ ในตอนที่อยู่บนรถสปอร์ตราคาแพงแต่มีที่นั่งแค่สองที่นั่งเท่านั้น ไมเคิลเหลือบตามองผ้าเช็ดหน้าในมือของน้ำขิงแล้วพูดขึ้น...
"คุณเก็บไว้เถอะ สภาพแบบนั้นยังคิดว่าผมอยากจะได้คืนหรือไง"
"เอ่อ... เดี๋ยวขิงเอาไปซักให้นะคะ รับรองว่าจะกลับมาอย่างสะอาดแน่นอน" น้ำขิงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อย ๆ
จากนั้นไมเคิลก็กลับไปที่เพนต์เฮาส์ของเขาทันทีที่ส่งยัยเลขาหน้าเด็กแล้ว เพราะตอนนี้เขาอยากเอาเสื้อไปซักและอาบน้ำที่สุด
"ยัยเลขาหน้าเด็ก วันแรกก็สร้างเรื่องมากมายเลยนะ"