หลังจากกินข้าวกะเพราไข่ดาวเสร็จ ไมเคิลกับยัยเลขาหน้าเด็กผมสั้นก็เข้าไปประชุม การประชุมผ่านไปด้วยความราบรื่นเพราะไมเคิลนั้นก็ศึกษางานมาเป็นอย่างดี ส่วนน้ำขิงก็ทำงานที่นี่มา 5 เดือนกว่าแล้วจึงไม่ติดขัดอะไร
"ขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือนะครับ ยังไงก็ฝากด้วยก็แล้วกัน ผมคงมาทำงานที่นี่สักพัก จนกว่าท่านประธานจะหายจากอาการแพ้ท้องแทนภรรยา ถ้ามีอะไรก็ไปพบผมได้เสมอนะครับ ผมยินดีต้อนรับทุกคน" ไมเคิลลุกขึ้นและพูดขอบคุณผู้บริหารและหัวหน้าแผนกต่าง ๆ
"ยินดีครับ พวกเราดีใจมากที่ได้คนรุ่นใหม่ไฟแรงมาร่วมงานแบบนี้ โรงแรมเราจะต้องมียอดจองเยอะมากแน่ ๆ เลยครับ" หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์พูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"งั้นพบกันในการประชุมครั้งหน้านะครับ วันนี้ผมขอตัวก่อน" พูดจบไมเคิลก็เดินออกไปจากห้องประชุมทันที โดยมีเลขาตัวน้อยวิ่งตามไปด้วย เหตุที่ต้องวิ่งเพราะเขาเดินเร็วและขายาวกว่าเธอมากเลยทีเดียว ก็เธอสูงแค่ 160 เซนติเมตร เดินตามคนตัวสูง 185 เซนติเมตร จะไม่ให้วิ่งยังไงไหว
ตุ้บ !!!
จู่ ๆ น้ำขิงก็เหมือนวิ่งชนกำแพง เมื่อไมเคิลหยุดเดินกะทันหันและหันกลับมาหาเธอ จนเธอเบรกไม่ทัน เลยชนเข้าที่กลางอกเขาอย่างจัง
"เป็นอะไรมากมั้ย ทำไมเดินไม่ระวังเลย" ไมเคิลรีบดึงร่างเล็กไว้ ก่อนที่เธอจะล้มลงไปกองกับพื้น ดูสิขนาดจะล้มยังกอดแฟ้มเอกสารไว้แน่น ช่างเป็นเลขาที่ห่วงงานจริง ๆ
"ขอโทษค่ะ" น้ำขิงเอ่ยออกมา แต่ในใจนั้นแช่งชักหักกระดูกเขาอยู่
'หยุดเดินกะทันหันแบบนี้ ยังจะมาว่าเราไม่ระวังอีก แล้วจะกอดไว้อีกนานมั้ยเนี่ย ทำไมไม่ปล่อยสักที' น้ำขิงคิดในใจและมองหน้าเขาไปด้วย
"ผมขอโทษ ผมก็ผิดด้วยแหละ ผมจะหันมาบอกว่าผมจะไปข้างนอกนะ วันนี้อาจจะไม่กลับเข้ามา มีงานอะไรเดี๋ยวผมมาจัดการให้พรุ่งนี้" ไมเคิลรู้สึกถึงสายตานั้น ก็รีบปล่อยหญิงสาวออกจากอ้อมแขน และทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้สั่งงานออกไป
"อ้าว~ จะให้ขิงอยู่ทำงานคนเดียวเหรอคะ" น้ำขิงถามออกมาและมองซ้ายมองขวาอย่างคนขี้กลัว
"ครับ มีอะไรเหรอ" ไมเคิลมองหน้าน้ำขิงอย่างไม่เข้าใจว่ามันมีปัญหาอะไรในการทำงานคนเดียว
"แต่ชั้นนี้มีแค่ขิงคนเดียวนะคะ ขิง..."
"เดี๋ยวนะ..." ไมเคิลยกมือขึ้นห้ามไม่ให้น้ำขิงพูดอะไร ก่อนที่เขาจะรับสายโทรศัพท์ที่ดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูของเขา
"พี่ไมเคิลขา ถึงไหนแล้วคะ โอลีฟมารอนานแล้วนะคะ เดี๋ยวงอนเลย" เสียงหวาน ๆ ดังขึ้นจนไมเคิลลืมยัยเลขาหน้าเด็กไปและให้ความสนใจกับคนในสายทันที
"โอ๋ ๆ อย่างอนเลยครับคนสวย พี่กำลังจะไปครับ สั่งอะไรรองท้องก่อนได้เลย เดี๋ยวพี่จะพาไปชอบปิงเป็นการไถ่โทษนะครับ" ไมเคิลพูดกับคนในสายด้วยเสียงอ่อนหวาน แบบหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่สาว ๆ คนไหนได้ยินก็แทบหัวใจละลาย
"งั้นเร็ว ๆ นะคะ โอลีฟคิดถึงแล้ว" โอลีฟตอบกลับมาอย่างมีจริตไม่แพ้กัน
เมื่อวางสาย ไมเคิลก็จะเดินไปที่ลิฟต์โดยลืมเลขาของตัวเองไปเลย เพราะใจของเขาตอนนี้มันอยู่ที่หญิงสาวในสายไปแล้ว แต่ทว่า...
"เดี๋ยวค่ะ คุณไมเคิล" น้ำขิงรีบเรียกและวิ่งตามเจ้านายไป
"ครับ" ไมเคิลหันกลับมาและขมวดคิ้วถามอีกครั้ง
"คือขิงขอเบอร์คุณไมเคิลหน่อยได้มั้ยคะ เผื่อมีเรื่องด่วนจะได้ติดต่อได้" น้ำขิงรีบบอกความต้องการของเธอทันที เพราะในข้อมูลไม่มีเบอร์โทรของเขา เธอเลยต้องรีบขอไว้เผื่อฉุกเฉิน
"ได้สิ เอานี่... มือถือผม คุณก็บันทึกเบอร์ให้ด้วยก็แล้วกัน จะแอดไลน์ไว้ก็ตามสบายเลยนะ" ไมเคิลส่งโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูให้อย่างไม่คิดอะไรมาก
แต่ระหว่างที่น้ำขิงกำลังจะทำการแอดไลน์ก็มีข้อความไลน์เด้งขึ้นมารัว ๆ รูปที่ปรากฏคือสาวสวยในชุดสุดเซ็กซี่ ที่แทบจะปิดไม่มิด จนเธอถึงกับอึ้ง เพราะบางรูปมันยิ่งกว่า 18+ และข้อความนั่นอีก...
'รีบมาเร็ว ๆ นะคะ คิดถึง อยากกอดแล้ว'
น้ำขิงเห็นก็ทำเสียง 'ชิ' ในลำคออย่างลืมตัว และคิดว่า...
'มาทำงานวันแรกก็โดดงานไปหาสาวซะแล้ว ไม่เห็นเหมือนคุณแดเนียลเลยที่ตั้งใจทำงาน'
ระหว่างที่คิดในใจนั้น ความรู้สึกต่าง ๆ ก็แสดงออกมาทางสีหน้า ด้วยการขมวดคิ้วและยู่หน้าใส่โทรศัพท์ จนไมเคิลที่ยืนมองอยู่ก็ขมวดคิ้วตาม
"เสร็จหรือยัง ผมยิ่งรีบ ๆ อยู่ มีนัดกับเพื่อน" ไมเคิลเร่งน้ำขิงและยื่นมือออกไปเพื่อจะเอาโทรศัพท์คืนมา เขาอยากรู้ว่ามีอะไร ทำไมยัยเลขาหน้าเด็กถึงทำหน้าแบบนั้น
"เสร็จแล้วค่ะ" น้ำขิงส่งโทรศัพท์เครื่องหรูคืนให้ โดยที่ไมเคิลรับมาแล้วก็เดินผิวปากไปอย่างอารมณ์ดี
แต่พอเข้ามาในลิฟต์ เขาก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาดู ถึงรู้ว่าทำไมน้ำขิงถึงทำหน้าอย่างนั้น ก็โอลีฟเล่นส่งรูป 18+ มาเยอะแยะไปหมด
"หึ... ยัยเด็กน้อยคงตกใจน่าดูสินะ"
ณ ห้างสรรพสินค้า
ไมเคิลเดินเข้ามาและยิ้มโปรยเสน่ห์ให้สาวสวยที่ลุกขึ้นโบกมือให้เขาอย่างร่าเริง
"พี่ไมเคิลทางนี้ค่ะ" โอลีฟเรียกไมเคิลเสียงดังเพื่อให้ทุกคนในบริเวณนั้นหันมามอง การมีนัดกับหนุ่มหล่อพ่อรวยก็ต้องอวดกันหน่อย
"มาแล้วครับ สั่งอะไรมาหรือยัง" ไมเคิลเดินมาถึงก็นั่งลงข้าง ๆ เธอและถามอย่างเอาใจ มือหนาก็โอบเอวไว้
"สั่งแล้วค่ะ คิดถึงจังเลยค่ะ ช่วงนี้พี่ไมเคิลไม่ไปหาโอลีฟเลย น้อยใจแล้วนะ" หญิงสาวกอดตอบและซุกหน้าลงที่อกแกร่งโดยไม่สนใจสายตาของใคร เธอออดอ้อนอย่างน่ารักน่าชัง อ้อนเหมือนลูกแมวตัวน้อย ๆ อ้อนเจ้าของ
"โอ๋ ๆ ไม่น้อยใจนะครับ ช่วงนี้พี่ต้องทำงานแทนพี่ชาย เลยไม่ได้ชวนโอลีฟไปเที่ยวบ่อย ๆ แต่วันนี้พี่ก็มาแล้วนี่ไงครับ และวันนี้จะตามใจโอลีฟทุกอย่างเลยดีมั้ยครับ" ไมเคิลเอ่ยคำหวานออกไปทันที ทั้งที่จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้ยุ่งอะไรขนาดนั้น แต่เพราะเมื่อคืนเขาไปดินเนอร์กับหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ไม่ใช่โอลีฟต่างหาก
"ดีค่ะ วันนี้พี่ไมเคิลต้องตามใจโอลีฟทุกอย่างจริง ๆ นะคะ แล้วคืนนี้โอลีฟจะมีรางวัลให้" โอลีฟพูดออดอ้อน และใช้นิ้วเรียวสวยค่อย ๆ ไต่ไปที่อกแกร่งอย่างรู้กัน
"ครับ วันนี้พี่จะอยู่กับโอลีฟทั้งคืนเลยครับ" ไมเคิลยิ้มรับ และคิดไปถึงฉากบนเตียงในโรงแรมแห่งหนึ่ง
เขาคิดว่าทำแบบนี้ก็ไม่ผิดอะไร เพราะเขาไม่มีแฟน มีแต่คนคุย ๆ กันอย่างผู้ใหญ่ คบกัน คุยกัน มีอะไรกันอย่างไม่ผูกมัด เรามีความสุขด้วยกันอย่าง วิน-วิน เธอมีความสุข เขามีความสุข แม้จะต้องเสียเงินบ้างก็ยอม
และก็เป็นธรรมดาที่เมื่อทานข้าวเสร็จ โอลีฟจะลากไมเคิลเข้าไปในร้านขายกระเป๋าแบรนด์หรู เพื่อให้ไมเคิลง้อที่เขามาช้า แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับไมเคิล เขาพร้อมจ่ายอยู่แล้ว เพราะคิดว่าอีกไม่นาน คืนนี้คงจะได้เก็บเกี่ยวค่ากระเป๋าคืนอย่างแน่นอน อาจจะเก็บค่ากระเป๋าถึงเช้าเลยก็ได้ หึหึ...
แต่จังหวะที่ไมเคิลกำลังจะรูดบัตรเครดิตจ่ายค่ากระเป๋าราคาแสนกว่าบาทอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ในแอปไลน์ของเขาก็ดังขึ้น เขาเพ่งไปยังหน้าจอก็เห็นภาพยัยเลขาผมม้าหน้าเด็กชูสองนิ้วสู้ ๆ และยิ้มแฉ่งอยู่ ทำให้เขารีบกดรับเพราะคิดว่ามีเรื่องด่วนแน่ ๆ
"มีอะไรคุณน้ำขิง" ไมเคิลถามออกไปทันที และเสียงที่ได้ยินกลับมาทำให้เขาขมวดคิ้ว เพราะมันคือเสียง...
"ฮือ ๆ คุณไมเคิล…" น้ำขิงร้องไห้ออกมาและเรียกชื่อเขาอย่างหวาดกลัวจนเขาสัมผัสได้
"น้ำขิงเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม บอกผมมา" ไมเคิลถามกลับด้วยความร้อนใจ เขาลืมโอลีฟและพนักงานเก็บเงินไปแล้ว
"ฮือ ๆ คุณไมเคิลกลับมาที่โรงแรมได้มั้ยคะ ขิงกลัว ใครก็ไม่รู้ค่ะ มาแอบอยู่ที่มุมห้อง ขิงกลัว ฮืออออ" น้ำขิงร้องไห้ออกมา
"เฮ้ย !!! ได้ไง คุณรีบเข้าไปอยู่ในห้องทำงานผมก่อนเลยนะ ล็อกห้องให้ดี ๆ แล้วหลังโต๊ะทำงานผมมีห้องพักอยู่ คุณรีบเข้าไปหลบในนั้นเลย แล้วผมจะรีบไป"
"ค่ะ รีบมานะคะ ขิงกลัว ฮือ ๆ"
"ได้ ๆ ไปเดี๋ยวนี้เลย" ไมเคิลที่ได้ยินเสียงสะอื้นไห้ก็รีบบอกและวิ่งออกจากร้านกระเป๋าทันที โดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองโอลีฟและพนักงานขายที่พากันอ้าปากค้าง เพราะเขายังไม่จ่ายค่ากระเป๋าเลย...