ผ่านไป 30 นาที ไมเคิลที่นั่งตรวจงานอยู่ ก็เริ่มหน้านิ่วคิ้วขมวดและทำหน้าไม่พอใจ เพราะป่านนี้ยัยเลขาหน้าเด็กยังไม่เอาทั้งของว่าง กาแฟ และงานมาให้เขาตรวจเลย จะให้รอถึงไหนกัน จะเช็กกล้องวงจรปิดก็ไม่ได้ เพราะเขาพึ่งสั่งคริส มือขวาคนสนิทของพี่ชาย ว่าให้เอาระบบกล้องวงจรปิดออกให้หมด เพราะเขามันคือหนุ่มฮอต อาจจะมีสาว ๆ มาหา เลยไม่อยากให้มีคลิป 18+ ไปให้พี่ชายดูแล้วโดนด่าที่ใช้สถานที่ผิดวัตถุประสงค์
กริ๊ง กริ๊ง~
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้น้ำขิงเงยหน้าขึ้นจากคอมพิวเตอร์มามองและยกโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะมารับสาย
"สวัสดีค่ะ น้ำขิงเลขาของท่านรองประธาน โรงแรม GG ค่ะ มีอะไรให้รับใช้คะ" น้ำขิงตอบกลับไปอย่างเลขามืออาชีพ เพราะไม่รู้ว่าใครโทรมา
"สวัสดี ผมเองนะ ไมเคิล" ไมเคิลที่รับการทักทายอย่างเต็มรูปแบบ ก็ไม่รู้ว่าจะหน้าบึ้งต่อหรือยิ้มดี... เด็กน้อยเอ๊ย...
"อ้อ... ค่ะ ๆ คุณไมเคิล ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ขิงรับใช้คะ" น้ำขิงถามกลับไปทันทีที่รู้ว่าใครโทรมา
"ผมจะถามว่า ไหนล่ะเอกสารที่จะให้ผมเซ็น ผมไม่มีเวลามานั่งรอทั้งวันนะ เดี๋ยวผมต้องออกไปข้างนอก แล้วของว่างกับกาแฟอีก จะได้กินมั้ยเนี่ยวันนี้ หิวจะตายอยู่แล้ว" ไมเคิลใส่เต็มที่ เพราะเดี๋ยวอีกสักพักเขาจะต้องออกไปทานข้าวกับสาวสวยที่นัดไว้ แต่ป่านนี้เขายังไม่ได้งานมาตรวจเลย
"เอ่อ... คือ..." น้ำขิงถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูกที่ไมเคิลถามถึงงานที่มันควรจะเสร็จตั้งนานแล้ว แต่ทว่า...
"เอ่ออะไร เอ่อคืออะไร อย่าบอกนะว่างานยังไม่เสร็จ" ไมเคิลถามสวนกลับไปทันที ด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
"คือคุณไมเคิลมาดูเครื่องพรินต์ให้ขิงหน่อยได้มั้ยคะ พอดีเครื่องพรินต์มันเปิดไม่ได้ เหมือนไฟไม่เข้าค่ะ" น้ำขิงพูดกลับไปเสียงอ่อย ๆ เธอพยายามเปิดเครื่องพรินต์มาสักพักแล้ว แต่มันก็ไม่ติด ทำให้พรินต์งานไม่ได้ โทรหาพี่มุกก็ไม่รับสาย สงสัยกำลังยุ่งอยู่
"เฮ้อ... อะไรวะเนี่ย" ไมเคิลถอนหายใจและวางสาย ก่อนจะเดินออกไปที่หน้าห้องด้วยสีหน้าบึ้งตึง จนน้ำขิงเห็นแล้วได้แต่หดคออย่างกลัว ๆ
"อะไร กลัวอะไร ผมไม่ใช่ยักษ์สักหน่อย ไหน... เครื่องพรินต์เป็นอะไร วันนี้จะได้งานมั้ยเนี่ย" ไมเคิลพูดขึ้นมาเมื่อเห็นสีหน้าหวาดกลัวของยัยเลขาหน้าเด็ก
"ตรงนี้ค่ะ ขิงพยายามพรินต์หลายรอบแล้ว แต่มันพรินต์ไม่ได้ และไม่มีสัญญาณไฟขึ้นเลยค่ะ" น้ำขิงชี้ไปที่เครื่องพรินต์ที่เธอพยายามพรินต์แล้วแต่มันก็ใช้งานไม่ได้สักที
"ไหนดูซิ" ไมเคิลพูดจบก็เดินไปดูเครื่องพรินต์ น้ำขิงจึงถอยห่างออกมาเล็กน้อย และมองดูเขากำลังซ่อมเครื่องพรินต์ไปด้วยสีหน้ากังวลใจ
ไมเคิลลองเช็กอยู่สักพัก ก็รู้คำตอบ เขาเอื้อมมือไล่จับไปตามสายไฟเบา ๆ และสายไฟเจ้าปัญหาก็ถูกเขาชูขึ้นอย่างง่ายดาย เขามองไปที่เธอแล้วส่ายหน้าอย่างระอาและอยากถามเธอว่า...
'เอาจริงอะ มันไม่ได้เสียบปลั๊กแล้วจะพรินต์ได้ยังไง' แต่สายตาที่มองกลับมาเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร เขาจึงชูสายไฟขึ้นตรงหน้าของน้ำขิง
"นี่ไง มันจะเปิดเครื่องได้ยังไง มันไม่ได้เสียบปลั๊กไฟ" ไมเคิลพูดเชิงดุ ๆ ไปที่น้ำขิง ที่ตอนนี้มีทั้งดีใจและยิ้มแห้ง ๆ ออกมา
"อุ๊ย... จริงด้วยค่ะ เมื่อวันศุกร์ขิงถอดปลั๊กออกหมดทุกอันเลย แฮะ ๆ" น้ำขิงมองสายไฟในมือของเจ้านายหนุ่มแล้วยิ้มแห้ง ๆ ออกมา ก็มันลืมจริง ๆ นี่นา ถอดตั้งแต่วันศุกร์แล้วนะ ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร
"แล้วนี่คุณชงกาแฟเป็นมั้ย" ไมเคิลถามออกไปนิ่ง ๆ
ไมเคิลหมดความสนใจเรื่องเครื่องพรินต์ทันที เพราะตอนนี้เขากำลังจะลงแดงเพราะไม่ได้ดื่มกาแฟแล้ว เมื่อคืนก็ออกกำลังกายทั้งคืน ตอนนี้จึงง่วงมาก
"เป็นค่ะ ง่ายนิดเดียว" น้ำขิงพยักหน้าตอบรัว ๆ จะยากอะไรกับแค่การชงกาแฟดำ ก็แค่ตักกาแฟใส่แก้ว กดน้ำร้อนใส่แล้วใช้ช้อนคน ๆ ให้ละลาย ก็จบ ยากตรงไหน
"แล้วทำไมป่านนี้ผมยังไม่ได้กินของว่างกับกาแฟ ผมต้องได้กินกาแฟดำทุกเช้านะ พอผมมาถึงคุณจะต้องเสิร์ฟทันที" ไมเคิลเท้าเอวถามอย่างหงุดหงิด
"ค่ะ เดี๋ยวขิงเตรียมกาแฟให้ทุกเช้าเลยค่ะ" น้ำขิงรีบพยักหน้ารับ
"แล้วของว่างล่ะ น้องมุกทำขนมมาให้พี่แดนบ่อย ๆ คุณจะทำให้ผมกินด้วยมั้ย" ไมเคิลถามด้วยความคาดหวัง พี่น้องก็น่าจะทำได้เหมือนกันสิ
แต่คงจะไม่ใช่สินะ... เพราะยัยเลขาหน้าเด็กของเขายิ้มแห้ง ๆ ออกมาอีกแล้ว อะไรอีกวะเนี่ย
"แฮะ ๆ ขิงทำขนมไม่เป็นค่ะ ทอดไข่ยังไหม้เลย แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ขิงจะไปเสาะแสวงหาขนมร้านอร่อยมาให้คุณไมเคิลเอง" น้ำขิงรีบบอกเมื่อเห็นสีหน้าของเจ้านายหนุ่ม
"เฮ้อ... ไม่เป็นไร ๆ ผมก็นึกว่าเป็นน้องสาวน้องมุก คงจะทำเป็นบ้าง ผมก็น่าจะรู้ตั้งแต่เครื่องพรินต์ไม่ได้เสียบปลั๊กแล้ว" ไมเคิลส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับความโก๊ะของยัยเลขาหน้าเด็ก... จะรอดมั้ยเนี่ย
"แฮะ ๆ ทำไม่เป็นจริง ๆ ค่ะ และแม่ก็ไม่ให้ทำด้วย ขิงเคยไปทำ แล้วครัวเละและไฟเกือบไหม้บ้าน" น้ำขิงยิ้มแห้ง ๆ ออกมาแล้วบอกไปตามตรง วันนั้นเธอจะทำผัดผักบุ้งไฟแดงที่เคยดูที่ร้านข้าวต้ม แต่เปิดแก๊สแรงมากไปหน่อย ไฟเกือบไหม้บ้าน แม่เลยไม่ให้เฉียดเข้าไปในครัวอีกเลย...
"เฮ้อ... จะรอดมั้ยเนี่ย" ไมเคิลพูดคำนี้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้ จนเขาไม่อยากจะนับ เขาเดินส่ายหัวกลับเข้าไปในห้องทำงานอย่างทำอะไรไม่ได้... มีเลขาหรือมีภาระวะเนี่ย เขาก็ไม่ใช่คนใจร้ายที่จะไม่ให้โอกาสคนซะด้วยสิ จะลองให้โอกาสในเรื่องงานก่อนก็แล้วกัน ขอแค่เรื่องงานไม่มีปัญหาอะไร ก็คงจะพอทำใจรับได้
"มาแล้วค่ะ กาแฟกับของว่าง นี่ขิงลงไปซื้อมาจากร้านที่เปิดใหม่ในโรงแรมของเราเลยนะคะ เห็นเขาการันตีว่าอร่อย" น้ำขิงวางถาดกาแฟและของว่างลงตรงหน้าไมเคิล
ไมเคิลมองสิ่งที่อยู่ในถาดอย่างไม่แน่ใจ แต่ดูแล้วก็ไม่น่าจะแย่นะ...
"อืมมมม พอได้ แล้ววันนี้ผมมีงานอะไรบ้าง งานชิ้นนั้นพรินต์ได้หรือยัง" ไมเคิลยกกาแฟขึ้นจิบแล้วยิ้มออกมาเพราะรสชาติดีใช้ได้เลยทีเดียว ส่วนขนมก็อร่อยดี เมื่ออารมณ์ดีขึ้น ก็กลับมาให้ความสนใจในเรื่องงานต่อ
"ไปเอามาให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ" พูดจบน้ำขิงก็วิ่งตัวปลิวออกไปและกลับมาพร้อมกับแฟ้มงาน
"นี่ค่ะ งานช่วงเช้าไม่มีอะไรมากค่ะ เจ้านายตรวจเอกสารพวกนี้และลงนามอนุมัติก็เสร็จแล้วค่ะ ส่วนตอนบ่ายโมงตรงจะมีประชุมร่วมกับผู้บริหารท่านอื่น ๆ เกี่ยวกับยอดขายของโปรเจกต์ใหม่คะ" น้ำขิงรายงานตารางงานของเจ้านายอย่างมืออาชีพ เพราะเรื่องงานเธอไม่หวั่นอยู่แล้ว
"อืมมมม ประชุมบ่ายโมงตรงเหรอ งั้นเที่ยงนี้ผมจะกินข้าวที่นี่ คุณสั่งอะไรมาให้ผมด้วยก็แล้วกันนะ ออกไปข้างนอกคงกลับมาไม่ทันแน่" ไมเคิลพยักหน้ารับรู้ตารางงานของเขา และตัดสินใจที่จะไม่ออกไปข้างนอก
"ได้ค่ะ เดี๋ยวขิงสั่งจากร้านอาหารข้างล่างขึ้นมาให้นะคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เดี๋ยวขิงขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ" น้ำขิงพยักหน้ารับคำสั่งและทำท่าจะถอยออกมาทำงาน แต่ทว่า...
"เดี๋ยว... แล้วคุณรู้เหรอว่าผมอยากกินอะไร หรือชอบกินอะไร" ไมเคิลเรียกยัยเลขาหน้าเด็กไว้แล้วถาม ไม่ใช่ว่าเขาเรื่องมากอะไรหรอกนะ แต่ก็แค่อยากรู้ว่าเธอจะสั่งอะไรมาให้กิน
"รู้ค่ะ ในคอมพิวเตอร์มีข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับคุณไมเคิลไว้ด้วยค่ะ คุณชอบดื่มกาแฟดำ ชอบอาหารไทย ไม่กินอาหารเลี่ยน ๆ ไม่ชอบพวกจังก์ฟู้ด แม้ว่าจะไปอยู่เมืองนอกมานาน ขิงว่าจะสั่งกะเพรากับไข่ดาวกรอบ ๆ ที่ไข่แดงไม่สุกให้ค่ะ" น้ำขิงพูดออกมา เพราะข้อมูลบอกมาว่าเจ้านายของเธอเป็นคนกินอาหารง่าย ๆ
"โอเค แล้วอย่าลืมสั่งเผื่อตัวเองด้วยล่ะ ผมกินอะไรคุณก็กินแบบเดียวกันนั่นแหละ แล้วเอาเลขบัญชีมาด้วย ผมจะโอนเงินค่าอาหารไว้ให้ หมดก็มาบอก" ไมเคิลพยักหน้าอย่างพอใจที่ยัยเลขาหน้าเด็กยังเอาใจใส่เขาอยู่บ้าง
น้ำขิงเดินกลับมาแล้วยื่นกระดาษที่มีเลขที่บัญชีให้ไมเคิล เขามองดู แล้วก็โอนเงินเข้าบัญชีของเธอ
"โอ้โห~ 50,000 บาทเลยเหรอคะ" น้ำขิงเห็นข้อความแจ้งเตือนก็ตกใจ
"ตามนั้นแหละ ค่าอาหาร ค่าของว่างของเราสองคน เอาเป็นว่าผมจะโอนให้เดือนละครั้งก็แล้วกัน" ไมเคิลบอกออกมาเหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ในการที่จะโอนเงินจำนวนนี้ให้เธอ
"ค่ะ น้ำขิงจะใช้สอยอย่างประหยัดและตรงตามวัตถุประสงค์นะคะ" พูดจบเธอก็เดินออกไป ทำให้ไม่เห็นไมเคิลส่ายหน้าตามหลัง
"เฮ้อ... โอนเงินเป็นค่าอาหารนะ ไม่ได้บริจาคให้มูลนิธิ" น้ำขิงแอบบ่นเบา ๆ ให้กับจำนวนเงินที่เจ้านายหนุ่มโอนมาให้
สวัสดีค่ะ ฉันน้ำขิง สุวรรณเมฆา อายุ 22 ปี ลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อลิขิต และ คุณแม่แก้วตาค่ะ ชีวิตฉันโชคดีมากเพราะพี่มุก พี่สาวข้างบ้านสุดที่รัก ชวนให้มาทำงานที่โรงแรม GG Hotel แบบฝึกงานเสร็จ ก็เป็นพนักงานประจำเลยทันที ฉันเป็นเลขาของท่านรองประธานไมเคิลค่ะ คุณไมเคิลคือน้องชายของคุณแดเนียล สามีของพี่มุกนั่นแหละ แต่คุณไมเคิลออกแนวดุหน่อย ๆ ไม่ค่อยเหมือนคุณแดเนียล ที่พูดจากับพี่มุกชนิดที่เรียกว่าน้ำตาลชิดซ้าย น้ำผึ้งอย่าคิดจะสู้ได้ แต่ยังไงฉันก็ไม่ท้อหรอกค่ะ งานดี เงินเดือนเลิศขนาดนี้
ส่วนทางด้านไมเคิลนั้นก็นั่งตรวจเอกสารและพอใจกับผลงานของยัยเลขาหน้าเด็กผมสั้นที่ทำงานเป็นระเบียบเรียบร้อยดี ก่อนจะลงนามและเอนหลังอย่างสบายใจ และไม่ลืมที่จะส่งข้อความไปหาเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนให้ทำงานแทนไปก่อน เขาคงต้องทำงานที่นี่ไปอีกหลายเดือนแน่ ๆ แม้ว่ากิจการทางนั้นจะให้ผลตอบรับที่ดีแค่ไหน เขาก็ต้องเลือกธุรกิจของครอบครัวเป็นหลัก ดีไม่ดี เขาอาจจะต้องทำงานที่นี่ไปจนลูกของแดเนียลโตเลยก็ได้...