พี่ชายของชัชชุอร

1436 คำ
ไอยวรินทร์มองหน้าเธอ “เดี๋ยวพี่ส่งให้ดู” ไอยวรินทร์แชร์ข่าวให้เธอทางโปรแกรมแชท ชัชชุอรอ่านอย่างรวดเร็ว “มีข่าวแว่วมาว่าหนึ่งในผู้บริหารของ Frozen Cake คนที่มีลูกอ่อนเป็นเมียเก็บของนายแพทย์หนุ่ม หุ้นส่วนโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง เอ ธุรกิจกำลังไปได้สวยมีสัดส่วนทางการตลาดที่แบ่งไปได้มากกว่า 30% สำหรับธุรกิจในกลุ่มอาหารแช่แข็ง จะสั่นคลอนรึเปล่าถ้าผู้บริหารมีจริยธรรมที่ติดลบ” ชัชชุอรตัวชาวาบในภาพนั้นมีภาพของผู้บริหาร Frozen Cake สามคนที่กำลังอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งและมีเธออยู่ด้วย “มีคนให้ข่าวนี้กับเพจซุบซิบบันเทิงและเซเลปตั้งแต่บ่าย ตอนนี้มันแพร่ไปทั่วอินเทอร์เนตแล้ว” ไอยวรินทร์พูดต่อ “ให้ชุลาออกไหมคะพี่ริน มันกระทบกับงานแน่” เธอถาม “ลาทำไมแบบนี้สิดี ทำโปรโมทให้แบรนด์โดยที่ไม่ต้องจ้าง” ชินณ์พูดแบบไม่ทุกข์ร้อน “ชุ” เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้เธอหันไปมอง “พี่บอล” เธอเรียกชื่อเขา ทำให้คนทั้งโต๊ะหันมามอง ศรันย์รู้ข่าวแล้วเช่นกัน เขารีบตามมาจากที่ตอนแรกจะมาพรุ่งนี้เช้า “เชิญนั่งคุณหมอ ทานอะไรด้วยกันก่อนสิคะ” ไอยวรินทร์ทักด้วยท่าทีเป็นปกติ เธอและชินณ์ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับข่าวนี้เลย “ผมขอโทษด้วยนะที่มีข่าวไม่ค่อยดี ทำให้ชุกับบริษัทเสียหาย” ศรันย์ออกตัว เขาคิดว่าเขาพอจะรู้ว่าข่าวมีต้นตอมาจากใคร “ก็ไม่เป็นไรนี่คะ วิธีแก้ข่าวมีตั้งเยอะ” ไอยวรินทร์ยังใจเย็นผิดกับชัชชุอร “ชุไปรับลูกก่อนนะคะ ฝากน้องอุ้มไว้นานแล้ว” เธอหมายถึงพนักงานในออฟฟิศที่ขออุ้มลูกหมี เธอกำลังอุ้มลูกหมีเดินกลับมาที่โต๊ะ แต่ถูกขวางไว้ด้วยร่างของมณิสร “คุณชัชชุอรเห็นข่าวหรือยังคะ แหม..ข่าวคาวๆ นี่ไปไวดีจังนะคะ” เธอยิ้มเหมือนสะใจแต่ในใจร้อนรุ่ม เพราะดูเหมือนไม่มีใครเดือดร้อนเลย ศรันย์เดินมารับลูกหมีไปอุ้มเอง เขามองหน้ามณิสรด้วยท่าทีหมดความอดทน “ข่าวคาวไม่เหม็นเท่าคนจิตใจสกปรกหรอกสร” เขามองเธอด้วยสายตาแสดงความรังเกียจ ทำให้มณิสรโกรธถึงขีดสุด “ก็ให้รู้ไปว่าถ้าธุรกิจใหม่ที่กำลังไปได้ดี มีข่าวฉาวๆ มันจะพังได้ถึงไหน” “มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก เพราะชัชชุอรไม่ใช่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่ใช่คนที่ใครจะรังแกง่ายๆ ก็ทำได้” เจษฎาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก เขาก้าวมาเผชิญหน้ากับมณิสร “ถ้าพูดถึงชัชชุอร นลินพิทักษ์แล้วไม่มีใครรู้จักแล้วล่ะก็ ลองเปลี่ยนเป็นชัชชุอร มณียาดูไหม” นลินพิทักษ์คือนามสกุลของมารดาเธอเอง ซึ่งชัชชุอรเปลี่ยนกลับไปใช้นามสกุลแม่ตั้งแต่ก่อนไปอังกฤษ เจษฎาได้ยินข่าวคาวตามเพจซุบซิบถึงได้รู้ว่าน้องสาวต่างมารดากลับมาจากอังกฤษแล้ว เขาโทรถามอรุณีมาลาจึงได้รู้ว่าไอยวรินทร์พาชัชชุอรกับพนักงานมาเที่ยวที่นี่ ชายหนุ่มอยู่ที่มณียาพัทยาอยู่แล้วจึงมาได้ทันที มณิสรหน้าซีดเผือดเมื่อเจษฎาพูดต่อ “ผมในฐานะพี่ชายของชัชชุอร บอกเลยว่าทีมกฎหมายของมณียาจะฟ้องทุกคนที่หมิ่นประมาทน้องสาวผม มูลค่าความเสียหายที่จะเรียกคงไม่ต่ำกว่าร้อยล้านตามฐานธุรกิจของเครือมณียา คุณกลับไปเตรียมเงินไว้ได้เลย ผมและครอบครัวไม่รับกระเช้าขอโทษ” ชัชชุอรนั่งอยู่ในห้องทำงานของไอยวรินทร์บนชั้นบนสุดของโรงแรม เธอกับลูกหมีอยู่ในห้องกับเจษฎาโดยที่ไม่มีคนอื่นเข้ามาด้วย “ชุกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่ติดต่อที่บ้านเลย” เจษฎาเริ่มต้นถามน้องสาว เขากำลังนับหนึ่งถึงร้อย ตอนนี้เขาเคืองทุกคนไม่ว่าจะเป็นมณิสร ศรันย์ ตัวชัชชุอรเองหรือแม้แต่ไอยวรินทร์ ชัชชุอรนิ่งเงียบ เจษฎาเป็นพี่ชายต่างมารดาที่เขากับเธอแทบไม่เคยคุยกันเลย เธออายุห่างจากเขาเกือบสิบปีตอนเธอย้ายไปอยู่ในบ้านใหญ่ร่วมกับเขาตอนนั้นเจษฎาอายุ 25 เขาเริ่มไปอยู่นอกบ้านแล้ว ยิ่งเมื่อตอนที่มารดาเขาเสียและพ่อของเขาและเธอพาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาเป็นคุณผู้หญิง เจษฎาก็ไม่เคยกลับเข้าบ้านอีก “ชุ... ชุ” เธออึกอัก ในที่สุดเธอก็ร้องไห้เสียงร้องไห้นั้นทำให้เจษฎาถอนใจ ทั้งเขาและน้องสาวต่างก็เป็นผลผลิตของครอบครัวที่มีพ่อเจ้าชู้ เขาอาจจะโชคดีกว่าชัชชุอรที่มารดาของเขายังพอมีทรัพย์สินส่วนตัวอยู่มาก ชายหนุ่มลูบศีรษะน้องสาว “อย่าร้อง เป็นแม่คนแล้ว พี่ขอโทษที่ไม่เคยดูแลชุจนทำให้ใครมารังแก” คำพูดนั้นยิ่งทำให้ชัชชุอรร้องไห้โฮจนลูกหมีมองหน้าแม่ เจษฎาอ้าแขนออกรับตัวเด็กชายไปอุ้ม “มาหาลุงมะลูก” หลานชายอายุไล่เลี่ยกับลูกเขาเอง เขาคิดถึงภรรยาถ้าเมขลาเห็นคงจะเอ็นดูมาก เจษฎารอจนชัชชุอรหายสะอื้น เขาจึงพูดว่า “พี่อยากให้ชุกลับบ้าน อยากให้ชุอโหสิกรรมให้พ่อ ตอนนี้พ่อก็เสียไปแล้ว อยากให้ชุกลับมาใช้นามสกุลพ่อเหมือนเดิมรวมถึงหลานด้วย” ชัชชุอรใจหายเมื่อเจษฎาบอกว่าบิดาเสียแล้ว เธอมัวแต่จมกับสิ่งที่ตัวเองคิดจนไม่ได้สนใจใครเลย “ชุนึกว่าพ่อให้เงินแล้วบอกว่าไม่ให้ชุกลับบ้านไปเสียอีก” เธอพูดเสียงเบา “เหลวไหล เงินสิบล้านนั่นพ่อให้ไปเพราะกลัวว่าทุนที่ชุได้มันจะไม่พอใช้ ไม่พออยู่ แล้วที่ให้ไปทีเดียวเพราะกลัวว่าชุจะไม่กล้าขอเพิ่มถ้าเงินหมด” เจษฎาพูด เขาคุยกับทนายในวันที่จัดการเรื่องทรัพย์สินของบิดา หลังจากที่ท่านเสียชีวิตไป ทนายจึงบอกเรื่องนี้กับเขาเพราะในวันนั้นชัชชุอรซึ่งเป็นทายาทอีกคน ไม่ได้เข้าร่วมฟังการเปิดอ่านพินัยกรรม หญิงสาวน้ำตาคลอเมื่อเข้าใจวัตถุประสงค์ของบิดา ที่ผ่านมาเธอคิดเองทั้งหมด เข้าใจไปเองทั้งหมด “ชุยังมีทรัพย์สินที่พ่อให้ ท่านระบุไว้ในพินัยกรรมของท่านทรัพย์สินเกือบทุกอย่างหารสองให้พี่กับชุคนละครึ่ง ยกเว้นบ้านใหญ่พ่อยกให้ชุคนเดียว” เจษฎาหันมาคุยกับเด็กชายที่อุ้มอยู่ “ว่าไงเจ้าลูกหมีรวยแล้วนะเรา เงินสดเกือบร้อยล้านแน่ะหุ้นในโรงแรมอีก บ้านอีกหลังเบ่อเริ่ม” ลูกหมีหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ เมื่อลุงอุ้มแล้วยกตัวชูสุดแขนเล่นกันสนุกสนาน “ส่วนเรื่องข่าว พี่บอกเลยว่าจะฟ้องทุกคนพวกนั้นต้องรู้ว่าเราไม่ใช่คนที่จะมาทำอะไรก็ได้” เรื่องนี้ชัชชุอรไม่คัดค้าน เธอเองก็รำคาญมณิสรเต็มที “ส่วนเรื่องหมอศรันย์ ไหนชุลองบอกพี่สิว่าเขาเป็นใคร เขาไม่ใช่พ่อลูกหมีใช่ไหม” พี่ชายถามตรงๆ หญิงสาวจึงพยักหน้า “ค่ะพี่เจษ เขาขอคบกับชุแต่ชุยังไม่ได้ตกลง เราก็ยังเป็นแค่เพื่อนกัน” “แล้วพ่อลูกหมีเป็นใคร” “เขาเป็นน้องเขยพี่บอลค่ะ” เธออ้อมแอ้มตอบ ก่อนจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้เจษฎาฟัง ชายหนุ่มฟังด้วยสีหน้านิ่งสนิทแต่ในใจเขาเดือดดาลมาก “ถ้ามันแต่งงานมีลูกไปแล้วมันก็ไม่คู่ควรกับเรา ชุเข้าใจใช่ไหมว่าถ้าเขารู้ว่าชุมีมากกว่าที่เขาคิด มันต้องกลับมาแน่” เจษฎาเคยได้ยินชื่อทัพพ์มาบ้าง ชายหนุ่มคนนั้นผันตัวขึ้นมาจากธุรกิจสีเทา และหอบเงินร้อนไปอยู่นอกประเทศไปฟอกตัวเองใหม่ให้กลายเป็นนักลงทุนในทุกวันนี้ ชัชชุอรพยักหน้าเธอหมดรักทัพพ์ไปนานแล้ว ถึงวันนี้เธอไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเธอเคยรักทัพพ์รึเปล่า เพราะเธอไม่เคยอยากต่อสู้อะไรเพื่อรักษาเขาไว้เลย
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม