CHAPTER 3 จากลาแต่ไม่ตลอดกาล

1561 คำ
เช้าวันจันทร์ในกรุงเทพฯ ห้องนอนที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และคำสัญญาที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง บัดนี้กลับเงียบงัน มีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบาที่ดังสลับกับเสียงลมหายใจติดขัดของหญิงสาวคนหนึ่งที่กอดเข่าตัวเองอยู่กลางเตียงกว้าง ปิ่นมุกยังคงอยู่ในชุดนอนผ้าซาตินที่เขาเคยเลือกให้ มือที่ถือโทรศัพท์แน่นจนสั่นเริ่มเย็นเฉียบเหมือนเลือดหยุดไหลตั้งแต่เธอเห็นภาพนั้นข่าวหมั้นของธรรศชวิน ปรากฏอยู่ทุกช่องข่าว ทุกแพลตฟอร์ม “ทายาทธุรกิจหมื่นล้าน ธรรศชวิน ศิวะนันทเวศน์ เตรียมหมั้นหมายกับอลิสา อัครนิมิตร ลูกสาวนักธุรกิจหมื่นล้าน” ใต้หัวข่าวคือภาพของเขายืนอยู่เคียงข้างผู้หญิงอีกคนหญิงสาวผู้เพียบพร้อมและน่ารักสมฐานะ กำลังยิ้มหวานโชว์แหวนเพชรเม็ดงามที่นิ้วนางข้างซ้าย ส่วนเขาชายที่เคยกระซิบคำว่ารักข้างหูเธออย่างอ่อนโยน กลับมองผู้หญิงคนนั้นด้วยสายตาแบบเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน โลกทั้งใบของปิ่นมุกพังทลายลงต่อหน้า ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีแม้แต่การลาหรือคำพูดที่ออกจากปากของเขา เธอกัดริมฝีปากแน่นจนเลือดซึมเพื่อกลั้นเสียงร้อง ไม่ให้มันหลุดออกมาจนทำลายศักดิ์ศรีสุดท้ายที่เธอยังเหลืออยู่ ทว่าเมื่อภาพอีกภาพหนึ่งปรากฏขึ้นภาพที่เขากำลังก้มลงจุมพิตหน้าผากของผู้หญิงคนนั้นอย่างแผ่วเบา ราวกับเธอเป็นผู้หญิงเดียวที่เขาเคยทะนุถนอม หยดน้ำตาของปิ่นมุกก็พรั่งพรูออกมาโดยไม่อาจห้าม เธอพยายามลุกจากเตียง แต่ร่างกายกลับโอนเอนไม่ต่างจากคนใกล้หมดแรงมือหนึ่งยันขอบเตียง อีกมือกุมหน้าอกข้างซ้ายที่เจ็บราวถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ความรู้สึกจุกแน่นตีขึ้นมาจากท้องถึงลำคอ เธอพุ่งไปยังห้องน้ำโดยไม่อาจห้าม เสียงอาเจียนดังก้องในห้องที่ไร้ผู้คน และมันไม่ใช่เพราะแพ้ท้อง แต่เป็นเพราะหัวใจของเธอแตกสลายจนไม่มีชิ้นดีอีกต่อไปแล้ว “ฮึก ฮือ คนใจร้าย” ปิ่นมุกยืนอยู่หน้าบริษัทใหญ่ของธรรศชวินด้วยร่างกายอ่อนแรงแต่ใจยังสั่นไหว ความหวังเพียงน้อยนิดผลักให้เธอฝืนยืนตากแดดอยู่นานนับชั่วโมง น้ำตาที่แห้งไปเพราะร้องไห้มาทั้งคืนเริ่มไหลอีกครั้งเมื่อเจ้าหน้าที่หน้าประตูรายงานว่า “คุณวินซ์ไม่อนุญาตให้พบใครทั้งสิ้น” แต่เธอไม่ยอมกลับเธอยืนต่อ รอคอยราวกับจะยืนยันกับหัวใจตัวเองว่ายังไม่หมดหวังกับผู้ชายคนนั้น จนกระทั่งร่างสูงของเขาในชุดสูทสีเทาเข้มเดินออกมาจากลิฟต์ส่วนตัว ท่ามกลางผู้ติดตามปิ่นมุกเบิกตากว้างก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปหาเขา ทว่าเขาเพียงปรายตามอง เหมือนไม่รู้จักเธอแม้แต่น้อย “พี่วินซ์ได้โปรดฟังมุกก่อนมุกขอแค่ไม่กี่นาทีได้ไหม...” เสียงของเธอสั่นเครือ ทั้งที่พยายามกลั้นมันไว้ เขามองปิ่นมุกด้วยความตกใจกลัวว่าครอบครัวจะมาเห็นจึงลากหญิงสาวเข้าไปที่ห้องโถง “กลับไปซะปิ่นมุกผมไม่มีอะไรจะพูดกับเธอแล้ว” เขาตอบเสียงเรียบราวกับตัดขาดทุกเยื่อใย เขาหมั้นหมายเพราะครอบครัวเขาบังคับ และอีกอย่างปิ่นมุกไม่ใช่ผู้หญิงที่เชิดหน้าชูตาให้ครอบครัวเขาได้ หญิงสาวทรุดลงกับพื้นในเสี้ยววินาที แขนสองข้างสั่นเทิ้มยกขึ้นเกาะขาของเขาแน่นทั้งน้ำตา “มุกรักพี่ มุกไม่อยากเสียพี่ไปอย่าทำแบบนี้ได้ไหมคะอย่าทิ้งมุกไว้คนเดียว ฮือ” “คุณกำลังขายหน้าตัวเองอยู่นะ หยุดมันเถอะ” ชายหนุ่มนิ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวอย่างเบื่อหน่าย เธอส่ายหน้าหอบหายใจหนักก่อนจะพูดเสียงแผ่วเหมือนคนใกล้หมดแรง “มุก...มุกท้องลูกของพี่...” คำพูดนั้นทำให้ทุกคนรอบข้างหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ยกเว้นคนที่เธอกล่าวถึง “เด็กในท้องของมุกใครจะรู้ว่าเป็นของใครกันแน่ปิ่นมุก อย่าทำเรื่องไร้สาระให้มันดูน่าสมเพชไปกว่านี้” ธรรศชวินหัวเราะเบาๆ อย่างไม่เชื่อ “พี่ไม่เชื่อมุกเหรอ มุกไม่เคยมีใครมุกมีแค่พี่วินซ์” เธอสะอึกเหมือนถูกตบกลางใจ เสียงเธอเบาแหบแห้ง เขาเบือนหน้าหนีแล้วพูดราวกับขยะแขยง เขายังไม่เบื่อเธอแต่ตอนนี้เขาไม่ใช่ผู้ชายโสดแล้ว “งั้นก็ไปพิสูจน์ซะ แต่ถ้าคิดจะลากผมไปตกนรกกับคุณอีกล่ะก็...ก็ไปตายซะจะง่ายกว่า!” “ฮึก พี่วินซ์ใจร้ายมากไม่คิดรักมุกเลยเหรอคะ เราอยู่ด้วยกันปีกว่าไม่มีความรักเลยสักนิดเหรอคะ” เธอลุกขึ้นกอดเขาจากด้านหลัง ไม่ปล่อยให้เขาจากไป “ปิ่นมุก...” เขาหลับตาลงพยายามตั้งสติ “ฮือ พี่วินซ์ไม่เคยมองมุกเป็นคนรักสักครั้งเลยเหรอคะ มุกขอแค่เศษความรักก็ได้” “ขอโทษทีนะปิ่นมุกตอนนี้ผมหมั้นแล้ว” เขาไม่ยอมหันไปมองปิ่นมุก เพราะเขาเองก็กลัวเช่นกันให้ทุกอย่างมันจบแบบนี้ดีแล้ว “ถ้าคุณท้องจริงๆ ผมยินดีรับผิดชอบแค่ลูก” คำพูดสุดท้ายนั้นปักเข้ากลางใจเธออย่างแม่นยำ เขาหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาใส่ แล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง เหลือเพียงปิ่นมุกที่นั่งทรุดอยู่ตรงนั้น เหมือนเศษฝุ่นที่ไม่มีใครแลเหลียว เสียงแก้วกระทบโต๊ะไม้เก่าดังแว่วในร้านเหล้าริมถนนสายเล็กที่แทบไม่มีผู้คนเดินผ่าน ราวกับซอยนี้ถูกลืมจากโลกภายนอก แสงไฟนีออนสลัวๆ ที่กะพริบเป็นจังหวะช้าๆ เหมือนหัวใจที่ใกล้ดับลง ปิ่นมุกนั่งอยู่ตรงมุมหนึ่งของร้านมุมที่มืดที่สุดและเงียบที่สุด เหล้าถูกเทลงแก้วซ้ำแล้วซ้ำเล่าเธอยกมันขึ้นดื่มโดยไม่ลังเล รสขมเผ็ดร้อนแล่นผ่านลำคอจนถึงอกซ้ายที่ยังเต้นเพราะความเจ็บปวด เธอเคยเป็นผู้หญิงสุขุมเรียบร้อยพูดน้อยแต่จริงใจ แต่ค่ำคืนนี้เธอกลับหัวเราะออกมาเสียงดัง ขำกับโชคชะตาขำกับตัวเองที่รักเขาเหมือนคนตาบอด “ฮะๆๆ นี่สินะที่เรียกว่าความรักตอนอยากได้อะไรก็พูดดีไปหมด ” เธอพูดพลางกลั้วหัวเราะก่อนจะยกแก้วขึ้นซัดอีกครั้ง เสียงหัวเราะของเธอสั่นเครือเปื้อนน้ำตา รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและเจ็บช้ำ น้ำตาไหลไม่หยุด ราวกับร่างกายพยายามขับไล่ความรู้สึกทุกอย่างที่มันเก็บกดมานานเกินไป “เขาบอกให้ฉันไปตายอย่างนั้นเหรอ” เสียงเธอเบาเหมือนกระซิบกับตัวเอง ‘ถ้ามุกลืมพี่ไม่ได้จริงๆ มุกจะตายให้สมกับความตั้งใจของพี่ที่อยากให้มุกหายไปจากชีวิต ขอให้ตั้งแต่วินาทีที่มุกไม่อยู่บนโลกนี้ พี่จะไม่มีวันลืมมุกแม้เพียงเสี้ยววินาที’ ‘มุกขอสาปแช่งให้หัวใจของพี่รักและคิดถึงแต่มุกคนเดียวจนวันตาย แม้พี่จะอยู่กับใครมุกขอให้พี่ไม่มีวันมีความสุข’ เธอกดส่งข้อความหาเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปิดเครื่อง ปิ่นมุกตัดสินใจเดินโซเซออกมา ริมถนนสายเล็กเงียบเหงา รองเท้าส้นสูงคู่สวยถูกถอดออก หอบไว้ในมือเธอเดินเท้าเปล่าบนพื้นเย็นเยียบของฟุตบาท “ถ้าพี่ไม่ต้องการมุกงั้นมุกก็จะไม่อยู่ให้รบกวนอีกแล้ว สุขสันต์วันหมั้นนะคะ” เธอพึมพำกับตัวเองเบาแผ่ว เหมือนสายลมพัดผ่าน เธอหลับตาลงแผ่วเบา ยกเท้าก้าวแรกลงไปบนพื้นถนน “เจ็บไม่พอยังรักเขาหัวปักหัวปำ จากนี้ไปขอสวรรค์เมตตาไม่ตายก็ให้ลูกลืมเขาไปจนหมดหัวใจ” เธอยกมือไหว้และพูดคนเดียวราวกับคนบ้า เธอแทบไม่มีสติหัวใจเฝ้าบอกรักแต่ธรรศชวิน เอี๊ยด! โครม! เสียงเบรกดังลั่น! เสียงยางรถเสียดกับถนนดังขึ้นเพียงชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลง ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีแม้แต่ความตื่นตระหนกในดวงตาคู่นั้น ปิ่นมุกหลับตาลงพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้ารอยยิ้มของคนที่เจ็บจนลึก ไม่มีน้ำตาจะไหล ไม่มีอะไรให้ต้องหวัง หรือคว้าไว้ได้อีกต่อไป และแล้วทุกอย่างก็มืดดับลง อีกฝ่ายเปิดประตูรถลงมาเมื่อเห็นว่าปิ่นมุกไม่ได้สตินอนจมกองเลือดอยู่จึงเหยียดยิ้ม และกลับขึ้นรถไปเพราะกลัวว่าจะมีคนเห็นเหตุการณ์ รถเก๋งขับผ่านไปไม่คิดแม้แต่จะช่วยเหลือ จนกระทั่งฝนโปรยลงมาและมีพลเมืองดีขับผ่าน จึงโทรเรียกรถพยาบาลแต่อาการคนเจ็บบาดเจ็บสาหัส ถ้ารอดไปได้ก็ถือว่าเป็นปาฏิหารย์ เพราะสมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแรง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม