CHAPTER 4 ลบออกจากความทรงจำ

1647 คำ
กลิ่นยาและเสียงเครื่องวัดชีพจรดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอคือสิ่งแรกที่เธอรับรู้ได้ เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นเพดานสีขาวสะอาดและหลอดไฟนีออนสว่างจ้า ภาพรอบตัวพร่ามัวในคราแรก ก่อนจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเสียงนกกระจอกส่งเสียงร้องอยู่นอกหน้าต่าง ไอแดดอ่อนยามสายส่องลอดม่านเข้ามา เธอพยายามยันกายขึ้น แต่แรงไม่มีเลยแขนขาเหมือนไม่ใช่ของตัวเองหัวหนักราวถูกหินทับ “คนไข้ฟื้นแล้วไปตามคุณหมอมาเร็ว” เสียงนั้นนุ่มนวลจากพยาบาลสาวคนหนึ่งที่รีบก้าวเข้ามา สีหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ “ฉัน...” เสียงแหบพร่าแทบไม่ออกจากลำคอเธอขมวดคิ้ว “ปิ่นมุกแม่ดีใจที่ลูกตื่นขึ้นมา” ปิ่นปักเข้ามาจับมือลูกสาวไว้แน่น สามวันที่ปิ่นมุกหลับใหลไม่ได้สติหลังจากเขาผ่าตัดที่สมอง “คุณ...” “ไม่ต้องพูดแล้วลูกแม่ดีใจที่หนูตื่นขึ้นมา” “คุณเป็นใครคะ?” เธอถามออกไปแววตาใสซื่อจนคนเป็นแม่ชะงัก “ปิ่นมุกอย่าล้อแม่เล่น” “หนูชื่อปิ่นมุกเหรอคะ” เธอเริ่มปวดศีรษะจากแผลผ่าตัด จนต้องหลับตาลง “ปิ่นมุก ปรางลิษา เมธากาญจน์” “หนูไม่รู้ว่าคุณเป็นใครและไม่รู้ว่าตัวคือใคร” “คนไข้อาจยังงงอยู่ค่ะอุบัติเหตุค่อนข้างรุนแรง แต่โชคดีที่ไม่มีบาดแผลภายในร้ายแรงผ่าตัดเอาเลือดคั่งในสมองออก เดี๋ยวคุณหมอมาแล้วค่ะ” พยาบาลชะงักเล็กน้อยก่อนรีบฝืนยิ้ม เธอพยายามประมวลผล แต่มันไม่มีอะไรเลยภาพในหัวเงียบเชียบ ว่างเปล่าไม่แม้แต่จะนึกออกว่าเธออยู่ที่ไหน หรือมาก่อนหน้านี้ทำอะไร “จากการตรวจผลสมองและระบบประสาททั้งหมดแล้ว คนไข้มีภาวะสูญเสียความจำหลังเกิดอุบัติเหตุหมายถึงช่วงเวลาตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บจนกระทั่งความจำกลับมาเป็นปกติอย่างต่อเนื่องหลังจากเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ ในช่วงเวลานี้ ผู้ป่วยอาจประสบกับความจำบกพร่อง” เสียงของคุณหมอดังก้องในห้องพักผู้ป่วยพิเศษ สีหน้าของคุณหมอผู้มีแว่นบางๆ บ่งบอกถึงความพยายามจะให้กำลังใจ แต่คำพูดกลับฟังดูเหมือนคำเตือนที่ห่อด้วยกระดาษสีพาสเทล “ลูกสาวฉันจะหายดีไหมคะ” “โดยปกติผู้ป่วยจะเริ่มจำสิ่งต่างๆ ได้ทีละเล็กละน้อยในช่วง 3-6 เดือนแรกครับ แต่ก็มีบางรายที่ความทรงจำอาจไม่กลับมาเลยตลอดชีวิต” ปิ่นปักแทบจะเป็นลมให้ได้เกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวสุดที่รักของเธอ หรือมีอะไรกระทบกระเทือนจิตใจกันแน่ คนเป็นแม่ที่ทำแต่งานจนละเลยลูกรู้สึกผิด “คุณปิ่นโชคดีแล้วค่ะที่คุณมุกเธอตื่นขึ้นมาได้ ความทรงจำเราสร้างกันใหม่ก็ได้” ทรายแก้วให้กำลังใจเจ้านายอยู่ไม่ห่าง เธอเองก็รักเคารพปิ่นมุกไม่ต่างจากเจ้านายคนหนึ่ง “ปิ่นมุกอาการดีขึ้นเธอรีบไปเตรียมเอกสารเดินทางฉันจะส่งลูกไปรักษาตัวต่อที่ต่างประเทศ” “คุณปิ่นสงสัยอะไรคะ” “สงสัยทำไมปิ่นมุกดื่มเหล้าเมาขนาดนั้นทั้งๆ ที่ไม่ใช่คนดื่มและคนชนก็หนีไป คนเราต้องมีเรื่องเครียดอะไรถึงได้ดื่มหนัก” ปิ่นปักตั้งคำถาม “อกหักค่ะทรายก็เคยเป็น” ทรายแก้วไม่พูดต่อปิ่นมุกไม่เคยคบใครเป็นคนแรกข้อนี้น่าจะถูกตัดออกไป “เหลวไหลปิ่นมุกจะรักใครได้ ตามเรื่องรถคันนั้นด้วยใจดำมากที่ไม่ลงมาดู” “ทรายจะรีบจัดการค่ะ” . เสียงสัญญาณไม่มีผู้รับสายดังขึ้นอีกครั้ง ธรรศชวินโยนโทรศัพท์ลงบนโชฟาในห้องทำงาน หัวใจเขาเต้นแรงจนหายใจแทบไม่ทันนี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วในสามวันที่ผ่านมา เขาโทรหาเธอวันละหลายสิบสาย แต่ปลายทางเงียบสนิทราวกับเธอลบตัวเองออกจากโลกนี้ไป “หายไปไหนปิ่นมุกบอกว่ารักผมนักหนา!” มือของเขากำโทรศัพท์แน่นกว่าเดิม ใจมันร้อนรุ่มจนแทบระเบิด ถ้าเธอโกรธเขายังเข้าใจได้ แต่การตัดขาดแบบไม่เหลือแม้กระทั่งข้อความเดียว มันไม่ใช่ปิ่นมุกไม่ใช่เธอที่เขารู้จัก หรือว่าคำถามอันตรายผุดขึ้นมาในใจอีกครั้ง เธอท้องจริงๆ อย่างที่พูด และเลือกจะหายไปจากชีวิตเขาเพราะเรื่องนั้นงั้นเหรอ ริมฝีปากเขาขบแน่นความรู้สึกเจ็บร้าววิ่งแล่นผ่านอกซ้ายเขาควรจะโกรธ แต่กลับรู้สึกเหมือนคนที่กำลังจะเสียบางอย่างสำคัญไปอย่างไม่มีวันได้กลับคืน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทันที แต่ไม่ใช่สายจากปิ่นมุก เขาไม่ยอมกดรับแต่ปลายสายพยายามติดต่อมาอีกครั้ง จนเขาต้องตัดความรำคาญ “คุณวินซ์คะเย็นนี้คุณแม่จองร้านอาหารไว้แล้วนะคะ อย่าลืมไปทานข้าวด้วยกัน” เสียงหวานจากคู่หมั้นของเขาดังขึ้นความสัมพันธ์ของเขากับเธอคือหมั้นหมายทางสังคมไม่ใช่หัวใจ “ผมยังไม่ว่าง” เขาตอบห้วนๆ “แต่นี่คือเรื่องของครอบครัวนะคะเราหมั้นกันแล้ว คุณไม่ควรเมินเฉยแบบนี้คุณกำลังทำให้อลิสขายหน้า” ธรรศชวินหลับตากดขมับพยายามสะกดอารมณ์ ความรู้สึกติดค้างเรื่องปิ่นมุกยังไม่ทันจาง คู่หมั้นก็เริ่มทำตัวเหมือนควบคุมทุกอย่างในชีวิตเขา เพียงสามวันหลังจากหมั้นอลิสาก็เริ่มโทรจิก ส่งข้อความทุกชั่วโมง จัดตารางอาหารกลางวันกับว่าที่แม่สามีราวกับเขาคือของตายที่ต้องทำตามกรอบชีวิตที่วางไว้ “ผมไม่เคยตกลงเรื่องนี้กับคุณจำไว้นะอลิสา การหมั้นไม่ใช่กรงขังและผมก็ไม่ได้เต็มใจ” เขาวางสายทันทีโดยไม่รอคำตอบ แล้วเปิดหน้าจอไปที่แชทของปิ่นมุกอีกครั้ง มือเลื่อนไปยังข้อความสุดท้ายที่เขาส่งก่อนที่เธอจะหายไป “ปิ่นมุกคุณไม่จำเป็นต้องหนี แค่บอกความจริงกับผม ผมจะรับผิดชอบทุกอย่าง” แต่เธอไม่ตอบไม่มีแม้แต่เครื่องหมายว่าได้อ่าน เขาทรุดตัวลงบนโชฟาอย่างหมดแรง ความเงียบกัดกินใจช้าๆ ถ้าเธอหายไปจากชีวิตเขาตลอดกาลล่ะ “มุกรักเราจะตายไม่มีทางไปจากชีวิตเราได้หรอก รออีกหน่อยน่าจะติดต่อกลับมา” เขาคิดแบบนั้นว่าหญิงสาวหายโกรธคงจะรีบมาหาเขาแต่ทุกอย่างกลับเงียบไป จากวันกลายเป็นเดือนจากเดือนกลายเป็นปี ที่ปิ่นมุกหายไปจากชีวิตของเขา ที่ผ่านมาเขาลืมเธอไม่ได้เลยจริงๆ และเริ่มหลบหน้าคู่หมั้นตัวเอง ชีวิตของเขาเหมือนอยู่กับคำแช่งของปิ่นมุกตลอดเวลา “ตอนนี้ก็ลืมไม่ลงเมื่อไหร่คุณจะกลับมาหาผมปิ่นมุก หากคุณกลับมาคราวนี้ผมจะกอดคุณไว้ให้แน่น” เขาหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้าไม่ใช่จากงานแต่เกิดจากครอบครัวของเขาเอง เพราะคำว่าหน้าที่มันทำให้เขาต้องแบกรับทุกอย่างไว้ อีกไม่นานก็ถึงเวลาที่เขาต้องทำเพื่อตัวเองแล้ว ฤดูใบไม้ผลิของประเทศอังกฤษงดงามอย่างเงียบสงบ ลมเย็นปะทะหน้าต่างห้องสมุดเล็กๆ ริมสวนสาธารณะในเมืองเล็กๆ ที่ปิ่นมุกอาศัยอยู่แสงแดดสีอ่อนโปรยลงบนหน้ากระดาษที่เปิดค้างไว้ ปิ่นมุกนั่งนิ่งอยู่ที่มุมประจำโต๊ะไม้ใกล้หน้าต่าง ดวงตาเรียวทอดมองออกไปยังท้องฟ้าสีฟ้าอ่อนปนหม่น เธอไม่ได้อ่านหนังสือจริงๆ เพียงแต่เปิดมันไว้เพราะไม่อยากให้ใครถามว่าเธอกำลังเหม่ออะไร เพราะตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเธอมักฝันถึงผู้ชายคนหนึ่งในฝันนั้นเขาไม่เคยพูดอะไรออกมาชัดเจนเพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น มองเธอด้วยแววตาเศร้าจนใจเธอเจ็บ ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาเธอจะน้ำตาเปียกแก้มโดยไม่รู้ว่าเพราะอะไร ผู้ชายคนนั้นไม่เคยบอกชื่อ แต่มีบางอย่างในแววตาของเขาที่เหมือนเรียกเธอกลับไป กลับไปที่ไหนสักแห่งที่เธอก็ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน เธอพยายามไม่คิดมากพยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ความรู้สึกเหมือนเธอไม่ใช่ตัวเองมันยังอยู่ ปิ่นมุกเงยหน้าจากหนังสือมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกที่อยู่ไกลๆ ติดผนังของห้อง เธอจำได้แล้วว่าชื่อปรางลิษา เพราะเอกสารระบุไว้ตามนั้นมีรูปเก่าที่ส่งมาจากเมืองไทย เธอหลับตาลงอย่างช้าๆ ความรู้สึกแน่นอกแล่นผ่านมาอีกครั้งผู้ชายคนนั้นทำให้เธอร้องไห้ในฝันทำให้เธอเจ็บ แต่หัวใจเธอกลับรู้สึกเหมือนกำลังรอเขา “ปิ่นมุกเตรียมเอกสารเสร็จหรือยัง” “มุกเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วค่ะ” “แม่จะรอรับลูกน่ะ กลับบ้านเรากัน” ปิ่นปักรอวันนี้มานานแสนนาน เวลาผ่านไปหนึ่งปีลูกสาวก็จำอะไรไม่ได้เลย แต่เธอไม่เครียดอีกต่อไป “มุกคิดถึงคุณแม่นะคะ” “ดูแลสุขภาพด้วยนะ” ปิ่นมุกวางสายจากแม่ถึงเวลาที่เธอต้องกลับเมืองไทยแล้ว แม่ทำงานหนักคนเดียวมาตลอดเธอเป็นลูกควรจะช่วยเหลือแม่บ้าง “ไม่ว่าคุณจะเป็นใครฉันขอไม่รู้จักคุณอีกต่อไป” แม่ยืนยันว่าเธอไม่มีคนรัก แต่ความรู้สึกลึกๆ มันบ่งบอกว่าเธอมีเรื่องที่ติดค้างในใจ ในเมื่อจำเรื่องราวที่ผ่านมาไม่ได้แล้วก็ขอให้มันจบไป
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม