ท่ามกลางบรรยากาศที่ควรจะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุขหลังงานแต่งงานของเพื่อนรัก แต่สำหรับเวคิน ความรู้สึกในตอนนี้กลับเหมือนเขาถูกเหวี่ยงลงจากหน้าผาสูงชันอย่างไร้ความปรานี ข้อความสั้นๆ บนหน้าจอโทรศัพท์คือพิกัดที่ทำลายโลกทั้งใบของเขาลงในพริบตา "เกลมีแฟนใหม่แล้ว ขอโทษนะ" ประโยคนี้วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาในหัวราวกับเสียงสะท้อนที่ไม่มีวันสิ้นสุด
“หมายความว่ายังไงที่ว่ามีแฟนใหม่แล้ว... ล้อเล่นหรือเปล่าเกล! ไม่ตลกเลยนะ!”
เขาพึมพำออกมาเสียงสั่นพร่า หัวใจที่เคยแข็งแกร่งปวดร้าวอย่างรุนแรงจนจุกขึ้นมาที่ลำคอ เขาพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย นิ้วมือที่สั่นเทารีบกดปุ่มโทรออกหาเบอร์ที่เขาจำได้ขึ้นใจ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบและสัญญาณที่ถูกตัดทิ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“รับสายสิเกล! รับสายพี่เดี๋ยวนี้!”
เขาตะโกนใส่หน้าจอโทรศัพท์เหมือนคนบ้า เมื่อการโทรไม่เป็นผล เขาจึงรีบเปลี่ยนไปที่แอปพลิเคชันไลน์ นิ้วหนารัวแป้นพิมพ์อย่างร้อนรนจนแทบจะพิมพ์ผิดพิมพ์ถูก
‘เกล ฟังพี่ก่อนนะ เราคุยกันดีๆ ได้ไหม มันเกิดอะไรขึ้น? พี่กำลังจะไปรับเกลที่อังกฤษอยู่แล้วนะ อย่าทำแบบนี้!’
เขาพยายามอ้อนวอนผ่านตัวอักษร หวังเพียงให้เธอใจอ่อนและตอบกลับมา
แต่แล้วดวงตาคมกริบก็ต้องเบิกกว้างเมื่อเห็นเครื่องหมายอัศเจรีย์สีแดงปรากฏขึ้นข้างข้อความ หน้าจอแจ้งเตือนด้วยข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาเขาใจกระตุกวูบ... ส่งไม่ได้!
“บ้าเอ๊ย! เกิดอะไรขึ้นวะ!”
เขาเริ่มหายใจหอบถี่ เปลี่ยนไปที่แอปพลิเคชันแมสเซนเจอร์ด้วยความหวังสุดท้าย เขากดส่งข้อความย้ำๆ แข่งกับเวลาที่กำลังบีบคั้นอารมณ์เขาจนถึงขีดสุด
“ส่งไม่ได้อีกแล้ว! บ้าที่สุด!”
เขาสบถออกมาอย่างเหลืออด ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของพนักงานโรงแรมที่เดินผ่านไปมา
ความสับสนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความกลัว... กลัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นความจริง เขาไม่ยอมแพ้ มือหนาปัดหน้าจอเปิดแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กขึ้นมาทันที ตั้งใจจะเข้าไปดูหน้าไทม์ไลน์ของเกลวรินเพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหว หรืออาจจะตั้งสเตตัสถามเธอให้รู้เรื่องตรงนั้นเลย แต่แล้วเขาก็ต้องสบถออกมาอย่างหงุดหงิดอีกครั้ง เมื่อหน้าการค้นหาว่างเปล่า ชื่อของ “Gailwarin” ที่เคยอยู่ในรายการคนโปรดหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“บล็อก... ทำไมถึงต้องบล็อก พี่ทำอะไรผิดเกล!”
สายตาคมเข้มกลอกไปมาอย่างสับสน ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิงราวกับพายุทอร์นาโด เขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงที่เขาเตรียมจะใช้ชีวิตคู่ด้วย ถึงได้ตัดขาดเขาอย่างเลือดเย็นขนาดนี้ ทั้งที่เมื่อวันก่อนเรายังวิดีโอคอลคุยกันเรื่องธีมงานแต่งงานของเราอยู่เลย เขาไม่อยากน้อยหน้าคู่ของเอกชัยกับช่อลดา และเขามั่นใจว่าเกลวรินก็คิดแบบเดียวกัน
ความเสียใจเริ่มเปลี่ยนเป็นความเดือดดาลที่ปะทุขึ้นในอก เขาไม่สามารถนั่งรอคำตอบอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป เวคินกดหมายเลขของสายการบินทันที ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เวคินก็มาปรากฏตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ ร่างสูงสง่าในชุดเดิมที่ใส่ไปงานแต่งงานดูโรยแรงแต่ยังเต็มไปด้วยความดุดัน ในมือเขามีเพียงกระเป๋าสะพายใบเล็กๆ ที่ใส่พาสปอร์ตและเอกสารสำคัญเท่านั้น เขาเดินตรงเข้าไปในอาคารผู้โดยสารด้วยฝีเท้าที่มั่นคงแต่ในใจกลับร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุม เขาไม่มีแก่ใจจะโทรบอกเพื่อนหรือใครทั้งนั้น เป้าหมายเดียวคือต้องบินไปลอนดอนเพื่อลากเกลวรินมาถามให้รู้เรื่อง
เขายกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นดูเวลา
“เพิ่งจะหกโมงเช้า... กว่าเครื่องจะออกก็เกือบแปดโมง”
เขาพึมพำกับตัวเอง อาการนอนไม่หลับตลอดคืนทำให้สายตาเขาดูล้าเกินทน เขาจึงตัดสินใจเลี้ยวไปทางร้านกาแฟโซนขาออก ตั้งใจจะหากาแฟดำร้อนๆ สักแก้วมาเรียกสติเพื่อให้ตาสว่างพอที่จะวางแผนตามหาเธอในต่างแดน
แต่แล้ว... วินาทีนั้นเอง โลกทั้งใบของเขาก็หยุดหมุนราวกับถูกแช่แข็ง สายตาคมกริบเหลือบไปเห็นเงาร่างที่คุ้นเคยตรงจุดรอรถลีมูซีนที่อยู่อีกฟากถนนผ่านกระจกใสของสนามบิน หญิงสาวคนหนึ่งยืนควงแขนอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง เวคินขยี้ตาตัวเองซ้ำๆ เพราะนึกว่าเขาตาฝาดจากความเพลีย
“เหมือน... เหมือนเกลมาก แต่จะเป็นไปได้ยังไง เกลต้องอยู่ที่ลอนดอนสิ”
หัวใจเขาเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก เขาไม่รอช้า พาร่างสูงของตัวเองกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากตัวอาคารสนามบินไปยังจุดนั้นทันที ระยะห่างที่ลดลงทำให้เขาเห็นรายละเอียดชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาเข้าใกล้ในระยะที่มองเห็นใบหน้าได้ถนัดตา เวคินแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง... หญิงสาวผมยาว ใบหน้าสะสวยที่เขาเคยหอมแก้มผ่านหน้าจอทุกคืน บัดนี้ยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้วจริงๆ ในประเทศไทย!
แต่สิ่งที่ทำให้เขาแทบช็อกคือ "รูปลักษณ์" ที่เปลี่ยนไปจนจำแทบไม่ได้ เกลวรินที่เขาเคยรู้จักมักจะอยู่ในชุดเดรสหวานๆ สีพาสเทล แต่งหน้าอ่อนๆ ดูไร้เดียงสาราวกับตุ๊กตา บางครั้งเธอก็ไม่แต่งหน้าเลยด้วยซ้ำ แต่ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้กลับแต่งหน้าจัดจ้าน ลิปสติกสีแดงแป๊ดบนริมฝีปากอิ่มเห็นชัดมาแต่ไกล
เธอสวมชุดเดรสเกาะอกเข้ารูปสีดำที่เน้นสัดส่วนโค้งเว้าและโชว์ร่องอกอย่างจงใจ คลุมทับด้วยจัมป์สูทราคาแพง และกระโปรงที่สั้นกุดจนเผยต้นขาขาวเนียนเกือบทั้งหมด
“บ้าน่า... ไม่ใช่หรอก เกลไม่มีทางแต่งตัวแบบนี้เด็ดขาด”
เขาพยายามหลอกตัวเองด้วยเสียงสั่นๆ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่านั่นคือเธอ
ทว่า... ความจริงที่เหี้ยมโหดที่สุดกลับกระแทกหน้าเขาอย่างจัง แววตาคมเข้มของเวคินเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนสุดขีด เมื่อเห็นชัดๆ ว่าผู้ชายที่เกลวรินกำลังคล้องแขนและซบไหล่อยู่อย่างสนิทสนมนั้นคือใคร... ใบหน้าที่เขารังเกียจที่สุดในชีวิต ใบหน้าที่เขาพยายามหนีมาตลอดหลายปี เตชิน สิริทรัพย์ไพศาล พ่อแท้ๆ ของเขาเอง!
“เธอกำลังทำบ้าอะไรอยู่เกล!!!”
เขาคำรามออกมาเสียงต่ำอย่างคุมอารมณ์ไม่อยู่ เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อจนห้อเลือด เขาเตะฝุ่นที่พื้นสนามบินอย่างหัวเสียและแค้นเคืองอย่างถึงที่สุด เขามองภาพพ่อของตัวเองประคองเอวคนรักของเขาด้วยท่าทางทะนุถนอมราวกับของล้ำค่าชิ้นใหม่
วินาทีนั้นเอง รถเบนซ์ลีมูซีนสีดำคันหรูก็เคลื่อนเข้ามาจอดเทียบ เตชินหันไปยิ้มกว้างให้หญิงสาวรุ่นลูกก่อนจะประคองเธอขึ้นรถไปอย่างหน้าตาเฉย เวคินยืนนิ่งค้างเหมือนถูกสาป มองตามท้ายรถลีมูซีนคันนั้นที่เคลื่อนลับตาไปพร้อมกับเศษซากหัวใจที่แตกสลายและความแค้นที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจอย่างเงียบเชียบ