ภายในรถลีมูซีนคันหรูที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านย่านธุรกิจที่คึกคักของกรุงเทพมหานคร บรรยากาศเงียบสงบและเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศชั้นเลิศ เตชิน สิริทรัพย์ไพศาล หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบสองปี ผู้กุมบังเ**ยนอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับต้นๆ ของประเทศ นั่งพิงเบาะหลังด้วยท่าทางภูมิฐาน ใบหน้าที่ยังดูหนุ่มกว่าวัยและสูทสั่งตัดเนื้อดีส่งเสริมให้เขาดูเป็นชายที่รุ่มรวยด้วยอำนาจและเสน่ห์แบบผู้ใหญ่
เขาลอบมองหญิงสาวรุ่นลูกที่นั่งเคียงข้างอยู่ไม่ห่างด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเสน่หาและกระหายหิว ในความคิดของเตชิน เกลวรินคือ "นางฟ้า" ที่โชคลาภนำพามาให้เขาพบเจอที่ลอนดอน เขาประทับใจในความสวยสะดุดตาและกิริยาที่ดูแพงของเธอตั้งแต่แรกเห็น จนยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ได้เธอมาครอบครอง โดยที่เขา ไม่เคยระแคะระคายเลยว่า หญิงสาวผู้นี้คือคนรักที่ลูกชายคนเดียวของเขาหวงแหนนักหนา
คอนโดมิเนียม
“ถึงแล้วจ้ะเกล วิมานของเรา”
เตชินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพลางยิ้มกว้าง รถเคลื่อนตัวเข้าสู่โถงจอดรถของคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีใจกลางย่านสาทร พนักงานต้อนรับรีบกุลีกุจอมาเปิดประตูให้ด้วยความนอบน้อม เตชินก้าวลงจากรถพร้อมกับประคองเอวบางของเกลวรินไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ เขาพาเธอมุ่งตรงสู่เพนท์เฮาส์ชั้นสูงสุดที่เป็นสมบัติส่วนตัว
ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกสู่โถงกว้างขนาดหนึ่งร้อยสามสิบตารางเมตร เตชินก็ผายมือออกกว้างพลางชี้นิ้วไปรอบๆ อย่างอวดดีเพื่อโชว์ความมั่งคั่งที่เขามี
“เกลเลือกเอาเลยนะจ๊ะว่าจะนอนห้องไหน คอนโดนี้พี่ตั้งใจซื้อไว้เพื่อรับขวัญเกลโดยเฉพาะ แต่พี่แนะนำห้องนอนทางปีกซ้ายนะ เพราะห้องนั้นจะมองเห็นวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาได้ชัดที่สุด รับรองว่าวิวสวยกว่าโรงแรมห้าดาวที่ไหนๆ ในเมืองไทยเสียอีก พี่เตรียมห้องนี้เอาไว้ให้เกลเป็นพิเศษเลยนะ รู้หรือเปล่าว่าราคาของมันเกือบห้าสิบล้านเลยนะ... เห็นความดีของพี่บ้างหรือยังจ๊ะสาวน้อย”
เมื่อพูดจบ ความปรารถนาที่สะสมมาตลอดการเดินทางก็ปะทุขึ้น เตชินก้มหน้าลงหมายจะซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนของหญิงสาวอย่างย่ามใจ เขารู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองเหลือเกินที่สามารถคว้าดอกไม้ดอกงามนี้มาเชยชมได้ก่อนใคร
หญิงสาวยืนนิ่งครู่หนึ่ง ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความขยะแขยงที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่นิ่งสงบ เธอปล่อยให้เขาเคลิ้มตามไปกับกลิ่นน้ำหอมเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะค่อยๆ เบี่ยงตัวออกจากการเกาะกุมอย่างมีจริตจะก้าน เธอยกมือขึ้นแตะไหล่เขาเบาๆ เป็นเชิงปรามแต่แฝงด้วยความอ่อนหวาน
“เราตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่หรือคะคุณเตชิน... ว่าเกลจะเป็นของคุณก็ต่อเมื่อเราแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมายแล้วเท่านั้น เกลไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายนะคะที่จะยอมใครเพียงเพราะห้องราคาห้าสิบล้าน”
เธอทำตาปริบๆ อย่างแสนงอน ก่อนจะเดินนวยนาดไปเปิดประตูห้องนอนที่เตชินคุยอวดไว้ ทันทีที่เห็นวิวทิวทัศน์เบื้องหน้า เธอก็แสร้งทำเป็นตื่นตาตื่นใจ
“วิวสวยอย่างที่คุณเตชินบอกจริงๆ ด้วยค่ะ สวยจนเกลแทบหยุดหายใจเลย”
เธอหันกลับมาส่งยิ้มเย้ายวน ปลายลิ้นเรียวเล็กแตะริมฝีปากสีแดงแป๊ดเบาๆ อย่างเอาใจ ทำให้เตชินถึงกับกลืนน้ำลายลงคอดังอึก เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ดิบในตัว ทั้งที่อยากจะพุ่งเข้าไปกระชากร่างบางนั้นมากอดรัดให้หายอยาก แต่เขากลัวว่าหากวู่วามตอนนี้ เธอก็จะหลุดมือไปเสียก่อน เขาอยากลิ้มรสสาวแรกรุ่นที่เขาเชื่อสนิทใจว่ายังไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน
“พี่ก็รับปากแล้วไงจ๊ะว่าจะจัดงานแต่งให้เร็วที่สุด พี่อยากพาเกลเข้าไปเป็นคุณนายของบ้านสิริทรัพย์จะแย่อยู่แล้ว รับรองว่าเกลจะได้นั่งบนกองเงินกองทอง สุขสบายไปทั้งชาติ ไม่ต้องไปทำงานงกๆ เหมือนพวกพนักงานบริษัท หรือคอยรองมือรองเท้าใครอีกต่อไป”
เตชินพาร่างท้วมของตัวเองเข้าไปโอบเอวเกลวรินจากด้านหลัง พาเธอไปยืนชิดติดริมผนังกระจกใสเพื่อดูวิวเมือง
“แล้วลูกชายของคุณล่ะคะ... เขาจะยอมรับเกลหรือคะ? เกลอายุน้อยกว่าเขาเสียอีก เรื่องนี้เกลเป็นกังวลมากเลยค่ะคุณเตชิน กลัวว่าเขาจะมองเกลไม่ดี”
หญิงสาวแสร้งทำสีหน้าเป็นกังวล สบตาหนุ่มใหญ่ด้วยแววตาอ้อนวอน
“เกลไม่ต้องไปสนใจไอ้ลูกเวรของพี่หรอกจ้ะ รายนั้นมันแยกตัวออกไปทำบริษัทเอง ไม่ค่อยสนใจเรื่องของพี่เท่าไหร่หรอก อีกอย่าง พี่เป็นพ่อมันนะเกล มันไม่มีสิทธิ์มาห้ามความสุขของพี่อยู่แล้ว เผลอๆ ถ้ามันเห็นเกล มันอาจจะอิจฉาพี่ด้วยซ้ำที่มีเมียสวยขนาดนี้”
เตชินตอบอย่างขึงขังเพื่ออวดอำนาจ โดยหารู้ไม่ว่า "ไอ้ลูกเวร" ที่เขาพูดถึงกำลังจะคลั่งตายเพราะผู้หญิงคนนี้
“แล้วภรรยาเก่าของคุณล่ะคะ... เกลได้ข่าวว่าเธอยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล อาการดูท่าจะไม่ดีด้วย เกลไม่อยากให้ใครตราหน้าว่าเกลใจร้าย แย่งสามีมาจากผู้หญิงที่กำลังป่วยหนัก เกลกลัวคนเขาจะนินทาเอาได้นะคะ”
หญิงสาวแสร้งทำน้ำเสียงเศร้าสร้อย แต่ภายในใจกลับรู้สึกรังเกียจมือของเตชินที่เริ่มลูบไล้คลึงเคล้นสะโพกของเธออย่างถือวิสาสะ
“อย่าไปใส่ใจเรื่องคนป่วยเลยเกล พี่กับทางนั้นเราหมดรักกันไปนานแล้ว ที่เหลืออยู่ก็แค่หน้าที่การดูแลตามอาการเท่านั้น ตอนนี้พี่มีแค่เกลคนเดียวในใจนะจ๊ะ...”
เขาขยับหน้าเข้าใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ
“ขอพี่จูบมัดจำไว้ก่อนได้หรือเปล่า”
เธอแอบทำตาแข็งกร้าวและยกมุมปากด้วยความรังเกียจเพียงครู่หนึ่งก่อนจะซ่อนมันไว้อย่างมิดชิด แล้วเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหวานหยด เธอเงยหน้าขึ้นแล้วเป็นฝ่ายหอมแก้มเตชินฟอดใหญ่เป็นการเอาใจ
“เกลให้รางวัลคุณแค่นี้ก่อนนะคะ เป็นค่ามัดจำ... แต่งงานเมื่อไหร่ เกลจะให้ทุกอย่างที่คุณต้องการเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอะไรเกลก็ไม่ขัดใจคุณทั้งนั้น พี่เตชินอยากได้อะไร เกลจะจัดให้หมดเลยค่ะ”
“แต่วันนี้เกลเดินทางมาเหนื่อยมากจริงๆ ค่ะ ตื่นเต้นจนไม่ได้นอนมาทั้งคืน ขอเกลพักผ่อนคนเดียวให้ชื่นใจสักคืนนะคะ แล้วพรุ่งนี้เราค่อยไปทานข้าวเย็นสุดหรูด้วยกันนะคะคุณเตชิน... นะคะ ไปค่ะ เดี๋ยวเกลไปส่งที่ประตูนะคะคนดีของเกล”
เธอส่งสายตาหวานเชื่อมพร้อมออกแรงผลักเบาๆ ที่แผ่นหลังของเตชิน
หนุ่มใหญ่แม้จะเสียดายจนใจแทบขาดที่เตียงนุ่มๆ อยู่ตรงหน้าแต่กลับทำอะไรไม่ได้ เพราะกลัวหญิงสาวจะโกรธ เขาจึงยอมก้าวเท้าเดินไปที่ประตู เมื่อถึงหน้าห้อง เกลวรินไม่ลืมที่จะเขย่งตัวขึ้นหอมแก้มเขาอีกข้างเพื่อเป็นการทิ้งท้ายให้ชายแก่ตายใจ
“ถึงบริษัทแล้วอย่าลืมไลน์บอกเกลด้วยนะคะ เกลเป็นห่วงคุณเตชินที่สุดเลยค่ะ”
เธอยืนมองหนุ่มใหญ่เดินตรงไปที่ลิฟต์ด้วยท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่อง เมื่อเขาหันกลับมามองเธอก็โบกมือลาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มจนกระทั่งประตูลิฟต์ปิดสนิทลง
เพล้ง!
รอยยิ้มบนใบหน้าของเกลวรินหายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง เธอเหยียดริมฝีปากออกอย่างนึกสมเพชและรังเกียจสุดขีด เธอกระตุกมุมปากใส่ประตูลิฟต์ที่เพิ่งปิดไป ก่อนจะรีบปิดประตูห้องคอนโดทันที เธอจัดการลงกลอนทุกชั้น คล้องสายโซ่ และลงล็อคดิจิทัลจนครบถ้วน
หญิงสาวเดินกลับเข้าไปในห้องนอนหรูด้วยใบหน้าเรียบเฉยจนถึงขั้นเย็นชา เธอเดินไปที่อ่างล้างหน้าในห้องน้ำ จ้องมองเงาตัวเองในกระจกพลางยกมือขึ้นลูบแก้มข้างที่เพิ่งสัมผัสกับใบหน้าของเตชิน ขยะแขยงที่สุด... เธอพึมพำกับตัวเองก่อนจะหยิบสำลีชุบคลีนซิ่งมาเช็ดริมฝีปากและแก้มอย่างแรงจนผิวเริ่มแดงก่ำ เธอหยิบลิปสติกสีแดงเปรี้ยวจี๊ดขึ้นมาดูแล้วโยนลงถังขยะอย่างไม่ไยดี ก่อนจะเปิดน้ำแรงๆ ล้างหน้าเพื่อล้างคราบคาวของความจอมปลอมออกไป แผนการแก้แค้นของเธอเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และเตชินที่เป็นหมากตัวสำคัญก็กำลังเดินตามเกมของเธออย่างมืดบอด