7) ไม่ได้คิดอะไรจริงๆ

1774 คำ
“นี่มึงทำอะไรลงไปวะกร” อัคคีถามขึ้นหลังจากฟังเรื่องเล่าที่แสนจะน่าปวดหัวจากวิกรจบ เรื่องที่คิดว่าจะจบมาตั้งแต่คืนนั้นตอนนี้วิกรดันสร้างเรื่องขึ้นมาใหม่จนวุ่นวายยิ่งกว่าเดิม “กูก็อยากถามตัวเองเหมือนกันแหละ” วิกรกุมขมับก่อนจะตอบด้วยสีหน้าสิ้นหวังไม่ต่างจากน้ำเสียง ความมั่นอกมั่นใจที่เคยมีติดตัวมาตลอดเหมือนถูกทำหล่นหายตั้งแต่ที่เผชิญกับเรื่องราวไม่คาดคิดที่ผ่านมา “บ้าบอมาก” “กูแค่คิดว่าถ้าคบใครแล้วแม่ก็น่าจะเลิกวุ่นวายหาคู่ให้กูซะที แล้วคุณนีนดันอยู่ตรงนั้นพอดีไง” “มึงก็เลยเลือกใช้เค้าแบบไร้สติเลยว่างั้น” “มึงเลิกซ้ำเติมกูเถอะ นี่ก็เครียดจะตายห่าแล้ว” วิกรโวยวายก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมดเมื่อนึกถึงหน้าเลขาคนสวยสุดเนี้ยบขึ้นมา อัคคีที่เห็นอาการแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนของเพื่อนก็ส่ายหัวก่อนจะถามถึงนีรนาราด้วยความสนใจ รู้จักกันมาก็นานไม่คิดว่าจะกลายเป็นคนที่ทำให้วิกรเสียอาการแบบนี้ได้ “แล้วคุณนีนว่าไง” “นิ่งๆ กูถามว่าโกรธมั้ยเค้าก็บอกเปล่า กูไม่กล้าคุยอะไรด้วยเลยทุกวันนี้ทำงานด้วยก็เกร็งจะตายละ” วิกรบอกด้วยความอึดอัดใจ ผ่านมาเป็นอาทิตย์สิ่งที่แอบคาดหวังว่าจะผ่อนคลายต่อกันมากขึ้นกลายเป็นเงียบและเกร็งจนแทบไม่กล้าเรียกใช้งานนีรนาราซะอย่างงั้น “เกิดมาเพิ่งเคยเจอบอสกลัวเลขา เจริญละเพื่อนกู” “มึงก็ลองมาเป็นกูมา ไม่เกรงใจเค้าไหวเหรอวะกูรู้สึกเหมือนไปแตะของสูงส่งยังไงก็ไม่รู้ว่ะ” “ก็จริง ปกติมีแต่เลขาอยากปีนเตียงเจ้านายแต่มึงนี่น่าจะโดนฟันแล้วทิ้งด้วยนะ ตลกไม่ไหว” “ตลกมากมั้ย กูเครียดนะ” วิกรต่อว่าเมื่อคำว่าตลกของอัคคีกลับเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยจนปิดไม่มิด ไม่ใช่เวลามาสะใจที่เพื่อนว้าวุ่นซะหน่อยเถอะ “กูจะช่วยอะไรมึงได้ ทำตัวเองทั้งนั้นอ่ะ” “ทำไมเค้าดูเข้าใจยากจังวะ กูแบบรู้สึกผิดจะตายแล้วเนี่ยกลัวว่าแม่กูจะมายุ่งกับเค้าจัง ยิ่งชอบคุณนีนมากอยู่ด้วย” “ก็ดีแล้วไง มึงก็จีบไปเลยพ่อแม่ไฟเขียวแล้วอ่ะ” อัคคียุอีกครั้งอย่างนึกสนุก เอาจริงๆก็แอบอยากรู้ว่าคนแบบไหนจะมาทำให้วิกรเปิดใจได้อีกครั้งเหมือนกัน “กูถามมึงบ้าง เป็นมึงกล้าจีบมั้ย” วิกรย้อนถามทันทีเมื่อได้ยินคำยุยงจากเพื่อนสนิท “ไม่อ่ะ กูกลัวบาป” “ไอ้สัส” “ฮ่าๆ หน้ามึงตลกชิบหาย คืนนี้สักคนมั้ยล่ะคลายเครียด” อัคคีที่ปกติจะนิ่งเงียบและหน้าตึงตลอดเวลากลับขำออกมาจนวิกรหน้าบึ้งกว่าเดิม ความทุกข์ใจของเพื่อนคือความบรรเทิงที่แสนสนุกสินะแบบนี้ “ไม่อ่ะ เดี๋ยวกูเครียดกว่าเดิมตอนนี้เริ่มไม่อยากเมาแล้วฝังใจมาก” ว่าเสร็จก็ดันแก้วเหล้าออกห่างจากตัวทันทีเหมือนขยาด อัคคีที่เริ่มเมานิดๆยิ่งอารมณ์ดีจนอยากแซวให้เพื่อนจิตตกมากกว่าเดิม “ถ้าคืนนั้นไม่ใช่คุณนีนมึงโดนจับแน่ไอ้กร ทีนี้ละแม่มึงจะแหกอกมึงจริงๆ” “ถ้าเป็นคนอื่นกูก็ระวังมาตลอดมั้ยวะ เคยพาใครไปห้องที่ไหนล่ะ” “งั้นก็พิเศษสินะถึงกล้าพาไป เอาจริงๆมึงแอบคิดอะไรกับเค้ารึเปล่าเนี่ยกร” ได้ทีอัคคีเลยถามพลางมองเพื่อนอย่างกดดันจนวิกรนิ่วหน้าใส่ อยู่ดีๆก็อยากให้อัคคีกลับมาหน้าตึงพูดน้อยเหมือนเดิมไม่ใช่มาสนุกกับการแกล้งกันแบบนี้ “เลิกมาเดามั่วได้ละมึงอ่ะ ไม่คิดอะไรทั้งนั้นแหละ” “ให้จริง ถึงตอนนั้นมาปรึกษากูคิดเงินเลยนะ” “อย่ามาหิวเงินแถวนี้ แล้วก็ไม่ต้องมารู้ดีด้วยรำคาญมาก” “กูขำตรงไหนรู้มั้ย ตรงที่กูเสือกรู้จักมึงดีจนแทบไม่ต้องเดาเลยไงกร” อัคคีว่าพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมดอย่างอารมณ์ดี ทั้งยังมองวิกรด้วยสายตารู้ทันจนคนถูกมองร้อนรนด่าออกมาทันที “กูเกลียดมึงมาก” “ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะที่หาได้ยากยิ่งจากอัคคีวันนี้วิกรทำให้เกิดขึ้นได้สองครั้งจนอยากเก็บบันทึกภาพเอาไว้ให้เพื่อนอีกคนดู ถ้าไม่ใช่ว่ามันเกิดขึ้นเพราะเรื่องน่าอายของตัวเองล่ะก็วิกรคงภูมิใจมากแน่ๆ ในสถานที่เดียวกันห่างเพียงแค่ไม่กี่ห้องที่ถูกจัดไว้เป็นแบบส่วนตัว นีรนาราเองก็กำลังเล่าเรื่องกลัดกลุ้มใจให้เพื่อนสนิทอย่างเปรมาฟังไม่ต่างกัน “แกว่าอะไรนะนีน” เปรมาถามเสียงสูงทันทีที่นีรนาราเล่าจบ ไม่ใช่ไม่ได้ยินแต่เป็นเพราะอยากย้ำให้แน่ใจมากกว่าเท่านั้น “บอสให้แสดงละครตบตาพ่อแม่ว่าเราคบกันอยู่” “นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย” “เราก็อยากถามบอสเหมือนกันแต่กลัวโดนหักเงินเดือน ทุกวันนี้ทำงานเกร็งมาก” นีรนาราตอบด้วยใบหน้าที่ยังเรียบนิ่งราวไม่ทุกข์ร้อน ตรงข้ามกับในใจที่มันว้าวุ่นจนแทบบ้า เพราะเป็นคนเก็บความรู้สึกเก่งมาแต่ไหนแต่ไร คนที่ไม่รู้จักเธอดีถึงชอบคิดว่านีรนารานั้นเฉยชากับทุกสิ่งอย่าง ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่เลย “เราว่าบอสแกแปลกๆ ได้ข่าวว่าโดนจับคู่มานานแล้วจะมาคิดวิธีนี้ตอนนี้เนี่ยนะ” “นั่นก็อยากรู้เหมือนกัน” “เอาจริงๆนะนีน บอสเค้าชอบแกรึเปล่าวะ” เปรมาทนเก็บคำถามนี้เอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป เมื่อพยายามวิเคราะห์ทุกอย่างแล้วไม่เห็นว่าจะสมเหตุสมผลตรงไหนเลย ทำเอานีรนาราที่กำลังดื่มนั้นสำลักออกมาทันที “แค่กๆ พูดบ้าอะไรของแกวะแป้ง” “เอ้า ก็น่าสงสัยจริงอ่ะแกไม่สงสัยบ้างเหรอวะ” “อย่ามาถามอะไรน่าขนลุกแบบนั้นเถอะ” “เป็นจริงขึ้นมาจะขำให้ดู” “แกอยากเมาอย่างอื่นแทนแล้วใช่มั้ยแป้ง” นีรนาราทำหน้าข่มขู่ใส่เมื่อเพื่อนพูดอะไรที่ไม่น่าฟังออกมาเรื่อยๆจนเกินจะรับได้ คำว่าชอบกับใบหน้าหล่อๆของคนเป็นบอสเด้งขึ้นมาในหัวจนต้องยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวหมด “ใจเย็นจ้าเพื่อน แหม่แซวนิดแซวหน่อยหัวร้อนเลยนะ ตอนนี้ยังไม่อยากเมารอคุณอันนาคนสวยก่อน” เปรมามองอาการเพื่อนแล้วอดจะขำไม่ได้ ก่อนจะพูดถึงเพื่อนอีกคนที่นัดไว้จนป่านนี้ก็ยังไม่โผล่มาจนนีรนาราบ่น “มาจากดาวอังคารรึไงป่านนี้ยังไม่ถึงอีก” “เพื่อนแกเป็นนางแบบชื่อดังค่ะนีนใจเย็นๆเนอะ ขืนเดินมาโจ่งแจ้งเป็นข่าวอีกรำคาญ” “นินทาคนสวยอยู่เหรอคะทุกคน” เสียงสดใสดังขึ้นเมื่อเปรมาพูดจบ เรียกสายตาสองสาวให้หันไปหานางแบบคนสวยที่เดินเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มกว้าง “อี๋ว่ะอันนา ชมตัวเองเลยเนอะ” “ชมเพื่อนแล้วจะตายเหรอคุณแป้ง แล้วนี่เป็นอะไรหน้าตึงเชียว” อันนาต่อว่าเปรมาก่อนจะหันไปมองใบหน้าตึงๆของนีรนาราแล้วถามอย่างแปลกใจ ไม่ทันที่นีรนาราจะเอ่ยปากเปรมาที่รอไม่ไหวก็พูดแทรกขึ้นทันที “นั่งเถอะอยากแบ่งปันไม่ไหวแล้วแก” “เออๆ ลุ้นแล้วเนี่ยอะไรวะ” อันนาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆกับเปรมาที่กลายเป็นคนเล่าเรื่องแทนนีรนาราที่ทำหน้าเบื่ออยู่ฝั่งตรงข้ามทันที จนเมื่อเรื่องราวจบลงอันนาถึงกับเบิกตาโตและถามนีรนาราอย่างไม่อยากจะเชื่ออีกครั้ง “อะไรนะ นี่แกปีนเตียงบอสแกเลยเหรอวะ” “ปีนอะไรล่ะน่าเกลียดมากอันนา แค่เรื่องผิดพลาด” นีรนารารีบแก้ความเข้าใจผิดที่ทำเอาแทบสำลักอีกหน ช่างเป็นคำกล่าวหาที่ร้ายแรงจนเกินจะรับได้จริงๆ “ผิดพลาดไปไกลมากนะแก” “แล้วแกจะยอมเล่นตามน้ำไปแบบนี้เหรอวะนีน” อันนาถามด้วยความแปลกใจพอจะเข้าใจอยู่ว่าเพราะอะไรแต่นี่เท่ากับนีรนารายอมให้เรื่องวุ่นวายกว่าเดิมไปอีกต่างหาก “อือ ก็เค้าขอร้องมาขนาดนั้น” “สงสาร นี่ถ้าไม่รู้ว่าแกชอบใครอยู่จะคิดว่าแกชอบบอสแกแล้วเนี่ย” อันนาส่ายหน้าให้กับความวุ่นวายของเพื่อน เพราะรู้กันดีว่าเพื่อนนั้นปักใจกับใครคนนึงมานานมากๆเลยรู้กันดีว่านีรนาราไม่มีทางไปชอบใครได้อีกแล้ว “จริงมาก ไม่หวั่นไหวได้ไงเทพบุตรอยู่ใกล้ๆทุกวันขนาดนั้น” เปรมาสมทบออกมาอีกคนด้วยสีหน้าเพ้อฝันยามเมื่อนึกถึงบอสคนหล่อของนีรนารา “ใครหล่อแกก็บอกเป็นเทพบุตรหมดแหละแป้ง” นีรนารากรอกตาใส่เพื่อนที่ชอบทำท่าทางหลงไหลแบบนี้ทุกทียามพูดถึงวิกร ไม่เถียงหรอกว่าแสนเพอร์เฟคอย่างที่เพื่อนว่า แต่คนที่คุ้นเคยกันมานานแถมหัวใจยังไม่ว่างขนาดนี้จะเอาอะไรไปหวั่นไหวก่อน แทบเป็นไปไม่ได้เลย “ก็ชีวิตไม่ได้เจอคนหล่อมากทุกวันเหมือนพวกแกไง ให้เราหวีดบ้างเหอะ” เปรมามุ่ยหน้าบ่นออกมาด้วยความห่อเหี่ยว เพราะเธอนั้นอยู่แต่กับเพื่อนร่วมงานที่แทบหาอาหารตาไม่ได้เลย เธอถึงได้อิจฉาอันนาที่อยู่ในวงการบันเทิงและนีรนาราที่ทำงานอยู่กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ทุกๆวันแบบนี้ “อันนี้น่าสงสารกว่าแล้วว่ามั้ยนีน” “อือ สงสารมาก” นีรนารารับคำอันนาอย่างนึกสนุก ถึงเวลาได้แกล้งเพื่อนกลับบ้างใครจะปล่อยผ่านไปเฉยๆ และคนที่เดือดร้อนอย่างเปรมาก็ต่อว่าออกมาท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนๆที่ดังลั่นห้อง “ไอ้พวกร้ายกาจ” “ฮ่าๆ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม