ลึกสุดในใจ

1539 คำ
“ทำไมกลับดึกจังครับ แล้วนั่นแต่งชุดอะไรมาน่ะ” เสียงทุ้มที่เอ่ยทักทำเอานีรนาราที่เดินมาตรงโซนหน้าทีวีสะดุ้ง ก่อนจะถอนหายใจและบ่นออกมาเมื่อเห็นตัวต้นเหตุที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดรออยู่ “ไปงานวันเกิดแม่บอส ทำไม เดี๋ยวนี้นั่งรอบ่นเหมือนลุงแก่ๆแล้วเหรอเราอ่ะ” “เปล่า แค่มารอฉัตรอ่ะไม่กลับสักทีจนพี่นีนมาเนี่ย ได้ข่าวว่าน้องพี่ก็เลิกเรียนพร้อมน่านไม่ใช่เหรอครับ” คำตอบนั้นไม่ได้ทำให้แปลกใจเท่าไหร่ พอๆกับการที่อรัณย์มานั่งอยู่กลางห้องของเธอทั้งที่เจ้าตัวอยู่ห้องถัดไป เพราะเป็นน้องชายคนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้ก็ยังคงไม่ได้ห่างหายกันไปไหน การจะเข้าออกห้องกันและกันถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สุดแล้ว ต่อให้อายุจะห่างกันถึงเจ็ดปีแต่เพราะอรัณย์เกิดปีเดียวกันกับปาริฉัตรน้องสาวเธอ แถมยังเรียนอยู่ที่มหาลัยเดียวกันเลยยังคงวนเวียนอยู่ในชีวิตกันตลอดเวลาแบบนี้ จนบางทีก็ลืมว่าคนไหนเป็นน้องเธอกันแน่ “เห็นแชทมาบอกว่าจะไปงานวันเกิดเพื่อนต่ออ่ะคงใกล้กลับแล้วมั้ง” “แล้วพี่นีนไม่โทรไปถามหน่อยเหรอครับ ดึกมากแล้วเนี่ยเดี๋ยวน่านจะได้ไปรับมัน” “แล้วทำไมน่านไม่โทรไปเองเลยล่ะ” นีรนารามองค้อนเมื่อถูกต่อว่าราวกับเป็นพี่สาวที่ไม่ใส่ใจน้องตัวเองแบบนั้น ทั้งที่ความจริงไม่ได้มีอะไรน่าห่วงขนาดนั้นสักนิด ปาริฉัตรเองก็ไม่เคยทำอะไรโดยไม่บอกเธอเลยด้วย มีเพียงอรัณย์นี่แหละที่บ่นเหมือนทุกอย่างเป็นเรื่องใหญ่เสมอถ้าเกี่ยวกับเรื่องปาริฉัตร “ฉัตรมันรับสายน่านที่ไหนล่ะ รู้ว่าจะโดนบ่นอ่ะดิ” อรัณย์บอกพลางกอดอกแล้วสะบัดหน้าหนีอย่างขัดใจ “ก็เราขี้บ่นอ่ะน่าน” “น่านแค่เป็นห่วงมั้ยล่ะ กลับดึกทั้งพี่ทั้งน้องน่านจะฟ้องคุณป้า” คราวนี้อรัณย์เงยหน้ามาเถียงแถมยังเอาแม่ของนีรนารามาขู่จนคนพี่ต้องรีบเดินไปเคาะหัวทีนึงด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหยิบมือถือออกมาทันที “ใจเย็นๆเด็กคนนี้นี่ เอะอะเอาแม่พี่มาขู่จะฆ่าพี่รึไง เดี๋ยวโทรตามให้โอเคมั้ย” “เหอะ เร็วๆเลยครับ” “จ้า” นีรนาราลากเสียงยาวประชด ทิ้งตัวลงนั่งใกล้ๆกับอรัณย์จนปาริฉัตรรับสายก็รีบถามท่ามกลางสายตาจับผิดจากคนข้างๆ “อยู่ไหนคะคุณน้องสาว” “อยู่บ้านเพื่อนไงคะคุณพี่ พี่นีนถึงห้องแล้วเหรอ” “อือ มีคนถึงก่อนพี่ด้วย นั่งรอบ่นหน้าตึงอยู่เนี่ย” นีรนาราบอกกก่อนจะหันไปมองค้อนอรัณย์ที่เอาหูมาแนบมือถือราวกับจะคุยซะเอง “โอ้ย น่านมันผีบ้าโทรมาจิกจนไม่เป็นอันกินแล้วเนี่ยฉัตรละเบื่อ ทำตัวเหมือนลุงแก่ๆไปได้” ปาริฉัตรโวยวายออกมาจนนีรนาราต้องเอามือถือออกห่างเพื่อความปลอดภัยของหูตัวเอง ก่อนจะเกลี้ยกล่อมน้องสาวด้วยความอ่อนใจ “ให้เค้าไปรับสักทีเถอะ ก่อนที่พี่จะโดนกินหัวเนี่ย” “โอเคๆเดี๋ยวฉัตรส่งโลไปให้น่านมันเอง พี่นีนไปอาบน้ำนอนเถอะ” ปาริฉัตรบอกพลางถอนหายใจ เธอรู้ดีว่าพี่สาวตัวเองนั้นทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน แต่ถ้าขืนทำเมินต่อคนอย่างอรัณย์ไม่มีทางเลิกวอแวพี่เธอแน่ “โอเคจ้า” นีรนารากดตัดสายก่อนจะหันมาถามอรัณย์ที่รีบเข้าไปเช็คข้อความในมือถือ “ฉัตรส่งมาให้แล้วใช่มั้ย” “ครับ” “พอใจยังคุณลุง” นีรนาราถามด้วยสีหน้าประชดประชันก่อนจะต้องกรอกตาใส่อรัณย์อีกรอบเมื่อได้ยินคำตอบแสนจะหลงตัวเองแบบนั้น “คุณลุงอะไรหล่อขนาดนี้ งั้นน่านไปรับฉัตรก่อนนะพี่นีน” “จ้า ขับรถดีๆนะ” “ครับ” นีรนารามองตามอรัณย์ที่เดินออกไปจากห้อง จ้องมองแผ่นหลังกว้างกับส่วนสูงที่เปลี่ยนไปจนไม่เหลือเค้าเดิมของเด็กชายตัวเล็กในวันวานอีกต่อไป เปลี่ยน…แม้กระทั่งความรู้สึกที่เคยมีให้กันเมื่อตอนเด็ก ร่างบางหย่อยตัวลงนั่งที่เตียงก่อนจะเปิดลิ้นชักโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆแล้วหยิบเอากรอบรูปที่เก็บไว้อย่างดีมาหลายปีออกมาดู รูปภาพที่ดึงเอาความทรงจำในวันวานให้เด่นชัดไม่ว่าจะผ่านมานานเท่าไหร่ ราวกับเรื่องราวแสนสวยงามนั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นไปเพียงแค่เมื่อวาน ในรูปภาพที่มีเพียงเด็กสาวแรกรุ่นกับเด็กชายที่สูงเพียงแค่ไหล่ของเธอยืนเคียงข้างกันท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆและหมอกในฤดูหนาว สวนดอกไม้ที่รายรอบส่งให้บรรยากาศในภาพนั้นทั้งอบอุ่นและสดใสไม่แพ้รอยยิ้มของทั้งคู่ที่ดูมีความสุขมากๆ แม้ตอนนี้ดอกไม้ช่อเล็กในมือที่เคยถือ และมงกุฎดอกไม้บนศีรษะจะเหี่ยวเฉาจนกลายเป็นดอกไม้แห้งที่ถูกเก็บไว้ในกล่องมานานหลายปี แต่ความรู้สึกในตอนนั้นก็ยังคงชัดไม่แพ้รูปถ่ายในมือสักนิดเลย นีรนารากอดกรอบรูปนั้นเอาไว้แนบอกก่อนจะหลับตาลงและดำดิ่งลงกับภาพความทรงจำที่ผุดพรายขึ้นมาในหัวอย่างช้าๆ “พี่นีนๆ” เสียงเรียกที่แทบจะเป็นตะโกนนั้นดึงสายตานีรนาราที่กำลังเลือกเก็บดอกไม้ในสวนข้างบ้านให้หันกลับมามอง ก่อนจะต้องถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าในมือเล็กๆของเด็กชายถืออะไรมาด้วย “ครับ ถืออะไรมาน่ะ” “น่านทำมงกุฎเจ้าสาวมาให้พี่นีนครับ” อรัณย์ในวัยสิบขวบบอกก่อนจะชูสิ่งที่อยู่ในมือให้พี่สาวคนโปรดดูด้วยความภูมิใจ “โห สวยจังน่านทำเองเหรอครับ” “ช่าย น่านไปขอให้ม๊าสอนมาครับ น่านบอกว่าจะขอพี่นีนแต่งงาน” อรัณย์บอกก่อนจะเชิดหน้ายิ้มเมื่อได้รับคำชม คำอธิบายต่อหลังเรียกเสียงหัวเราะให้นีรนาราในวัยสิบเจ็ดปีจนแทบหยุดขำไม่ได้ มือขาวยื่นไปขยี้หัวทุยของอรัณย์ด้วยความเอ็นดูก่อนจะถามออกมาด้วยใบหน้าที่แสร้งทำเป็นจริงจัง “ฮ่าๆ จะขอพี่แต่งงานเลยเหรอ แต่พี่แก่กว่าน่านตั้งเจ็ดปีเลยนะครับ” “ม๊าบอกว่าขอได้ครับ อายุไม่เกี่ยวเพราะน่านชอบพี่นีนมากๆ” และอรัณย์ก็ตอบด้วยความมั่นอกมั่นใจและทำหน้าจริงจังไม่แพ้กันจนนีรนาราขำออกมาอีกรอบ อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปบีบแก้มนุ่มของอรัณย์จนมันยืดไปมา “จริงเหรอ แล้วน่านไม่ขอฉัตรแต่งงานเหรอครับ” อรัณย์นิ่วหน้าเมื่อนีรนาราพูดถึงเพื่อนที่เล่นด้วยกันทุกวันอย่างปาริฉัตร พอนึกถึงใบหน้าเนื้อตัวมอมแมมแถมยังขี้แกล้งแล้วอรัณย์ก็ส่ายหัวแรงๆปฏิเสธออกมาโดยไม่เสียเวลาคิดสักนิด “ไม่ครับ ฉัตรตัวมอมแมมขี้แกล้งด้วยน่านไม่ชอบ พี่นีนสวยกว่าน่านจะแต่งงานกับพี่นีนครับ” “โอเคครับแต่งก็แต่ง” นีรนาราพยักหน้าตกลงในที่สุดเมื่อหยอกล้อเจ้าเด็กแสบจนพอใจแล้ว ทำเอาอรัณย์ที่ได้ยินยิ้มกว้างก่อนจะรีบหันไปหาม๊าตัวเองที่กำลังเดินตามมา “รอแป้บนะครับ เราต้องมีรูปวันแต่งงานด้วยม๊ากำลังจะมาถ่ายให้” “ฮ่าๆ โอเคครับ ถ่ายรูปด้วยเนอะ” “ตอนนี้จัดแบบเล็กๆก่อนนะครับ ไว้โตแล้วม๊าบอกว่าต้องจัดงานใหญ่พี่นีนรอให้น่านโตก่อนนะครับ” อรัณย์บอกด้วยสีหน้าจริงจังยามเมื่อนีรนาราก้มลงให้สวมมงกุฎดอกไม้ให้ มือเล็กจับมือนีรนาราก่อนจะเกี่ยวก้อยเพื่อเป็นดั่งคำมั่นสัญญา “โอเคครับ พี่นีนจะรอนะ” “มาแล้วเด็กๆ วันนี้ม๊ารับถ่ายรูปงานแต่งค่า ยิ้มนะคะ” เสียงคนเป็นแม่ตะโกนบอกเมื่อหามุมสวยๆให้เด็กทั้งสองคนได้แล้วพลางสั่งให้ทั้งคู่ยิ้มและกดบันทึกภาพเอาไว้หลายภาพ จนถึงตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าส่วนที่เหลือนั้นอยู่กับใครบ้าง และไม่รู้ว่าอรัณย์ที่เคยเก็บภาพเดียวกันนี้ติดตัวอวดคนอื่นไปทั่ว จะยังคงเก็บมันไว้เหมือนเธอรึเปล่า นีรนาราลืมตาขึ้นช้าๆ หลุดออกมาจากภาพความจำที่แสนอบอุ่นและเก็บซ่อนมันไว้ให้ลึกที่สุดในหัวใจอีกครั้ง ให้มันเป็นเพียงความทรงจำแสนสวยงามที่เอาไว้ใช้หล่อเลี้ยงหัวใจยามที่เหนื่อยล้า หรือถูกความเป็นจริงตอกย้ำจนร้าวไปทั้งใจแบบนี้ “ตอนนี้ คงไม่อยากจัดงานใหญ่ที่บอกแล้วสินะเจ้าเด็กแสบ สุดท้ายก็ไปชอบเด็กตัวมอมแมมอยู่ดีนี่นา”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม