หนึ่งเดือนต่อมา พีรยาพาอวิกาไปงานปริวาสกรรมที่วัดหนึ่งในละแวกนั้น เป็นวัดที่เธอเคยมาถือศีลที่นี่ ต่อมาเมื่อทางวัดมีงานอะไรเธอจึงมาช่วยงานตลอด ถ้าไม่มีเวลาเธอจะถวายปัจจัย แต่ถ้ามีเวลาด้วยเธอจะมาช่วยในครัว
ปีนี้เธอมีเวลาเนื่องจากตรงวันหยุดยาวและอยากให้อวิกาได้ออกมาพบผู้คนด้วย หญิงสาวสองคนช่วยงานในครัว พูดคุยกันอย่างสนุกสนานกับแม่ครัวจำเป็นคนอื่นๆ ซึ่งก็ต่างเต็มใจมาช่วยงานวัดเช่นกัน
พอเริ่มทำงานไปได้พักใหญ่ เธอพบนภดาราซึ่งมากับญาติผู้ใหญ่ของเธอ อวิกาจำนภดาราได้จากที่เคยร่วมโต๊ะทานอาหารด้วยกันเมื่อเดือนก่อน ตอนที่พบกับนาวินที่ลำพูน
นภดาราจึงเข้ามาคุยกับสองสาว และยิ่งคุยถูกคอยิ่งขึ้นเมื่อเธอทราบว่าอวิกาตั้งครรภ์ สองสาวจึงพากันคุยตามประสาคนท้องเหมือนกัน พีรยาเห็นอวิกามีเพื่อนคุยเธอจึงเลี่ยงออกมาจากในครัว เพราะคนเริ่มเยอะมากแล้ว
พีรยาเดินมาทางหน้าศาลา เผื่อว่าจะมีอะไรให้ช่วย เธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นคนที่มาดักหน้า
“พ่อเลี้ยง” เธอถอยกรูดโดยไม่รู้ตัว “มีอะไรคะ”
ไอยเรศมองหญิงสาวอย่างหงุดหงิด พีรยาหลบหน้าเขามาตลอดตั้งแต่วันนั้น โทรไปไม่รับ ไปหาที่บริษัทก็ไม่ออกมาพบ เสาร์ที่แล้วเขาไปดักรอ พบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งมาบอกเขาว่าอย่ายุ่งกับแฟนของเธอ ผู้หญิงคนนั้นอยู่ในวัยยี่สิบต้นๆ บอกเขาว่า
“พี่มดเขาไม่ชอบผู้ชาย พี่เขาเป็นเลสใครๆ ก็รู้ พ่อเลี้ยงอย่าเสียเวลามาดักพี่เขาเลยค่ะ” เธอพูดชัดถ้อยชัดคำ
นี่เขาต้องมาจีบพีรยาแข่งกับผู้หญิงเหรอ ไอยเรศถามตัวเอง รู้ถึงไหนอายถึงนั่น
“พี่มีเรื่องอยากคุยด้วย มดพอมีเวลาให้พี่สักสิบนาทีไหม” ไอยเรศข่มใจถามเสียงนุ่ม
“มดมาช่วยงานวัดค่ะ” เธอเลี่ยงตอบ
“พี่รู้” เขาก็ตาไม่บอดนี่นะ ไอยเรศคิด “แต่ตอนนี้คนช่วยงานวัดเยอะมากแล้ว มดหายไปคงไม่เป็นไร”
“มดอยากอยู่รับพร” พีรยาเสียงแข็ง
“ได้จ้ะ ได้เสมอ” เขาอ่อนโอนผ่อนตาม นึกในใจทำไมแก้วเจ้าจันทร์ภพชาตินี้ หัวดื้อขนาดนี้ รึว่าสวรรค์จะส่งมาผิดคน
ราเมศหัวเราะหึหึ เมื่อได้ยินสิ่งที่ไอยเรศคิด ถ้าหมอนี่จำอดีตได้หมด คงจะรู้ว่าแก้วเจ้าจันทร์นี่ล่ะดื้อที่สุดแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับไอยยาวัต
ไอยเรศฉวยมือของพีรยาให้เดินตาม เขาไปคุยกับบรรดาผู้ใหญ่ชุมชนและกรรมการวัดคนอื่น เขารู้ดีว่างานวัดนี่ล่ะ แหล่งกระจายข่าวชั้นดีของเมือง ผู้คนต่างมองไอยเรศกับหญิงสาวที่มาด้วยกันอย่างแปลกใจ
ปกติพ่อเลี้ยงหนุ่มอัธยาศัยดีก็จริง ใจบุญก็ใช่ แต่เขาก็ถือตัวอยู่มาก การที่จะเห็นว่าเขาปฏิบัติต่อใครในฐานะคนพิเศษถึงขั้นจับจูงกันตลอดเวลา เป็นสิ่งที่ไม่มีใครเคยเห็นเลย ทุกคนต่างมองพีรยาอย่างทึ่งปนเอ็นดู
“แฟนพ่อเลี้ยงเหรอคะ” อจ.วารุณีทัก “หน้าตาน่ารักเชียวค่ะ พ่อเลี้ยงไปหลอกเด็กที่ไหนมาคะ” ท่านสัพยอก
พีรยาอ้าปากจะปฏิเสธ แต่ไอยเรศชิงตอบว่า “เด็กแถวๆ นี้ล่ะครับอาจารย์ น้องมดเป็นเพื่อนรุ่นน้องคุณวินด้วย” ก่อนจะหันมาบอกเธอว่า
“อาจารย์วารุณี คุณยายของฟ้าไงคะน้องมด” หญิงสาวจำต้องพนมมือไหว้เมื่อเห็นท่านมองมาไม่วางตา
“สวัสดีค่ะคุณยาย”
“ไหว้พระเถอะลูก แล้วหนูมากับใครคะ” ท่านถามโอภาปราศรัย
“มากับเพื่อนอีกคนค่ะคุณยาย ตอนนี้อยู่ช่วยงานในครัวกับคุณฟ้า เอ่อ..หนูขอตัวไปดูในครัวนะคะ” เธอหาทางเลี่ยงสถานการณ์ที่แสนอึดอัด แต่ไอยเรศบอกว่า
“ไม่ต้องไปหรอกจ้ะ ในครัวคนเยอะมากแล้ว”
มือแข็งๆ ของเขาดึงมือเธอไว้ไม่ให้ลุกหนี ผู้คนมากมายบนศาลาทำให้เธอไม่กล้าโวยวาย พระเริ่มลงศาลาและสวดในเวลาต่อมา อีกไม่นานนักนภดาราและอวิกาก็ตามมาสมทบบนศาลาสองสาวเลือกนั่งพับเพียบด้วยกันบนพื้นศาลาที่ปูด้วยเสื่อผืนใหญ่ พีรยาเห็นดังนั้นจึงรีบลุกจากเก้าอี้บุนวมที่นั่งอยู่ขอตัวมาหาเพื่อนทันที หญิงสาวนั่งลงข้างอวิกาด้วยความรีบร้อน เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดตามหน้าผาก นภดารามองเธออย่างสังเกตุ
“มดไปไหนมาคะ ท่าทางเหนื่อย”
“ไปเดินเล่นมาค่ะ เจอคุณยายของฟ้าด้วยท่านใจดีมาก ฟ้าไม่ต้องพูดคะค่ะนะ คุยสบายๆ ดีกว่า” พีรยาตอบ
“จริง คุยสบายๆ ดีกว่า พี่ขอนั่งด้วยได้ไหมสาวๆ” ไอยเรศทรุดตัวลงนั่งพับเพียบข้างๆ พีรยา ท่าทางเขาดูผ่อนคลาย
“ได้ค่ะพี่ช้าง เพิ่งมาเหรอคะ” นภดาราถามชายหนุ่ม
“มาสักพักแล้วจ้ะ” เขาตอบพอดีกับที่โฆษกประกาศเชิญเจ้าภาพไปประเคนภัตตาหาร ไอยเรศแตะข้อศอกพีรยาให้ลุกขึ้น
“ไปประเคนด้วยกันครับ มด ฟ้ากับอ้อมไปไหวไหม” เขาถามเพราะรู้ว่าสองสาวกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ อวิกาส่ายหน้า
“ไม่ถนัดเลยค่ะ พี่ช้างกับมดไปเถอะ แล้วฟ้าล่ะ” อวิกาหันไปถามเพื่อนใหม่ ซึ่งก็ส่ายหน้าเหมือนกัน
“ฟ้าไม่ถนัดพิธีการ พี่ช้างกับมดไปเลยค่ะ”
“เราก็ไม่ถนัด ขอนั่งตรงนี้ดีกว่า” พีรยาพูดขึ้นมาบ้าง
“ไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยเถอะครับมด เร็วๆ พระท่านรออยู่”
เขาดึงมือเธอให้ลุกตาม คราวนี้คนเห็นทั้งศาลาเห็นชัดกว่านั่งที่เก้าอี้อีก พีรยารู้สึกอยากหายไปจากตรงนั้นทันที
กรรมการวัดจัดให้ไอยเรศประเคนภัตตาหารและเครื่องไทยทานในลำดับที่สอง ซึ่งแน่นอนว่ามันเด่นมาก.... พีรยารีบประเคน ในจังหวะที่จับถาดใหญ่ซึ่งเธอกับไอยเรศแตะมือคนละฝั่งนั้น ราเมศปรากฏกายขึ้นกล่าวคำโมทนาสาธุ กายทิพย์ของผู้รักษาคุ้มเวียงบัวทำความเคารพพระเถรานุเถระซึ่งพระท่านก็รับรู้ได้เช่นกัน และกล่าวคำโมทนาสาธุตอบกลับก่อนที่ร่างนั้นจะเลือนหายไป
ได้พบแล้วหนึ่ง ทำบุญร่วมชาติแล้วหนึ่ง ขาดอีกเพียงหนึ่งเท่านั้น ราเมศคิดก่อนจะกลับไปที่คุ้มเวียงบัว
ในระหว่างที่รับพรจากพระสงฆ์ พีรยาเหมือนตกอยู่ในภวังค์ เธอเห็นภาพซ้อนขึ้นมาว่า แก้วเจ้าจันทร์อยู่บนศาลาวัดเช่นนี้ กำลังจัดเตรียมภัตตาหารเพื่อถวายแด่พระสงฆ์ มีบรรดานางต้นห้องและพี่เลี้ยงช่วยกันเตรียมด้วย พวกเธอมากันที่วัดเป็นการส่วนตัวเพียง 5-6 คนเท่านั้น ทันใดนั้นมีชายคนหนึ่งเข้ามาทักเธอ
“น้องเจ้าจันทร์ พี่ขอถวายด้วยได้ไหม”
เจ้าจันทร์เงยหน้ามองชายผู้นั้นด้วยความตกใจ “เจ้าพี่ไอยยาวัต ทำไมเจ้าพี่มาที่นี่ ไม่ไปวัดหลวงดอกรึ”
“ถ้าน้องไปวัดหลวง พี่ก็จะไปด้วย”
“อย่าพูดแบบนั้นเลยเจ้าค่ะ ถ้าเจ้าพี่คำพารู้ว่าท่านมาที่นี่ข้าจะเดือดร้อน” เจ้าจันทร์พูดด้วยความลำบากใจ
“เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับพี่สาวของน้องเลย เอาเถอะตอนนี้อยู่ในวัดไม่เหมาะจะพูดเรื่องส่วนตัว น้องไปประเคนเถอะพี่จะช่วย”
น้ำมนต์ที่กระเซ็นมาโดนตัว ทำให้พีรยารู้สึกตัวเธอหันไปมองไอยเรศโดยอัตโนมัติ พบว่าเขามองเธออยู่แล้ว
หลังจากที่พระฉันแล้ว ให้พรแล้วผู้คนส่วนหนึ่งที่มาช่วยงานร่วมทานอาหารบนศาลา ส่วนนภดาราและคุณยาย พสุเตรียมตัวกลับ รวมถึงพีรยาและอวิกาด้วย
ไอยเรศถามอวิกาว่า “พี่มีเรื่องจะคุยกับมด อ้อมขับรถกลับบ้านเองได้ไหมครับ”