ไม่กี่วันหลังจากนั้นเพียงฤดีถูกเรียกตัวให้กลับบ้านด่วนทำให้หญิงสาวต้องลางานหลายวันรวมถึงพระรามด้วยที่ต้องเดินทางกลับพร้อมกัน
“พ่อกับแม่พูดว่าอะไรนะคะ” เพียงฤดีไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเพราะแม่ของเธอบอกว่าในอีกสี่วันข้างหน้าให้เพียงฤดีเข้าพิธีแต่งงานกับพระรามตามฤกษ์ที่ได้มา
“ลูกฟังไม่ผิดหรอก”
“ทำไมถึงเร็วขนาดนี้คะ”
ที่แรกก็คิดว่าพระรามคงจะเปลี่ยนใจหรือไม่ก็ฤกษ์อาจจะอีกนานหลายเดือนแต่ทุกอย่างดูผิดคลาดไปหมดแถมฤกษ์มงคลก็เร็วเสียจนหญิงสาวตั้งตัวไม่ทัน
“ก็ฝ่ายนั้นเร่งมากลัวว่าลูกแม่จะมีหลานติดท้องมาฝากแม่เสียก่อน”
“คุณแม่! แล้วเราจะเตรียมตัวทันเหรอคะ” งานกะทันหันเกินไปไหนจะชุดไหนจะแขกอีกต่อให้เวลาเยอะแค่ไหนก็ไม่ทันอยู่ดี
“ฝ่ายนั้นบอกไม่ต้องเป็นห่วงแค่ให้ลูกสาวแม่ทำตัวสวยๆก็พอ” จันทร์สุดายิ้มให้กับลูกสาวเพียงคนเดียวพระรามก็เป็นคนที่รู้จักกันมานานก็พอจะรู้นิสัยใจคอมาบ้างจึงวางใจยกลูกสาวให้
“คุณพ่อคะ” เพียงฤดีหันไปคุยกับพ่อตัวเองเพื่อจะขอความเห็นใจเพราะหญิงสาวยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานในเวลานี้
“ทุกอย่างถูกเตรียมตัวไว้หมดแล้วลูก” ภพเทพปลอบใจลูกสาวเมื่อไม่มีใครเห็นใจจึงยอมปล่อยวางเพียงฤดีแพ้แล้วคงต้องปล่อยไปตามนั้น
พระรามถือของเต็มไม้เต็มมือเข้ามาบ้านของเพียงฤดีพร้อมกับยกมือไหว้ว่าที่พ่อตาแม่ยายอย่างยิ้มแย้มแต่มีคนหนึ่งที่นั่งหน้าบึ้งบอกบุญไม่รับอยู่
“คุณพ่อคุณแม่สวัสดีครับ”
“ตารามเหรอเนี่ยไม่ได้เจอกันตั้งนานทำไมหล่อขึ้นขนาดนี้”
“พ่อเห็นครั้งสุดท้ายก็ตอนไปเรียนเมืองนอกแล้ว”
“ขอบคุณครับผมไม่ค่อยได้กลับบ้านด้วยแหละครับ” พระรามนั่งพูดคุยกับพ่อแม่ของเพียงฤดีอย่างออกรถแต่สายตากับมองหญิงสาวตลอดเวลา
“แล้วที่ว่าจะดูแลงานที่กรุงเทพจริงใช่ไหมลูก” จันทร์สุดาพูดอย่างเอ็นดูแต่ไม่รู้ว่าลูกสาวตัวเองก็เป็นลูกน้องของพระรามด้วย
“หนูดีไม่เล่าให้พ่อกับแม่ฟังบ้างเหรอ” พระรามที่เห็นว่าหญิงสาวนั่งเงียบจึงเอ่ยชื่อเพื่อให้หญิงสาวยอมมาคุยด้วยแปลกคนไปทำงานที่เมืองกรุงเสียนานแต่ไม่ยอมพูดอะไรให้ครอบครัวฟัง
“มีอะไรหรือลูก”
“ผมเป็นจ้าบริษัทครับแม่มาดูแลแทนพ่อธนินก็มีผู้ช่วยเลขาแสนสวยนั่งอยู่ตรงนี้ด้วยครับ” พระรามจ้องมองหญิงสาวที่ทำหน้าโตใส่เขาอย่างอารมณ์ดี
“จริงเหรอหนูดีพ่อกับแม่ไม่เคยรู้เลย” ภพเทพแปลกใจที่ลูกสาวไม่เคยพูดอะไรเกี่ยวกับพระรามให้ได้ยินเลยไม่รู้ว่าแอบไปรักกันตอนไหน
“หนูดีวาไม่สำคัญเท่าไร หนูขอตัวไปหาไอ้กล้วยก่อนนะคะ”
“กล้วย? ใครคือกล้วยครับ” ไอ้ที่หญิงสาวเรียกต้องเป็นผู้ชายอย่างแน่นอนกล้าดียังไงมาเรียกชื่อชายอื่นต่อหน้าเขา แต่หมู่บ้านนี้มีคนชื่อน่าเกลียดแบบนี้ด้วยหรือ
“ควายแม่เองจ้ะอยู่ที่สวน”
“นั้นผมขอตัวไปหาไอ้กล้วยพร้อมหนูดีเลยแล้วกันครับ” อยู่ดีไม่ว่าดีกลับอิจฉาควายซะงั้น เกือบได้วางมวยกับควายแล้ว
“ไปเถอะลูก” พระรามจึงยกมือไหว้ทั้งสองและรีบเดินตามหญิงสาวออกมาทางหลังบ้านซึ่งจะมีสวนและทุ่งนาห่วงออกไปจากบ้านพอสมควร
“หนูดีคุยกับพี่ก่อนสิครับ” พระรามรีบเดินมาคว้าต้นแขนของหญิงสาวไว้เพื่อให้หญิงสาวหยุดคุยกับเขาก่อน
“ทำไมพี่รามเอาแต่ใจแบบนี้คะ” วันแต่งงานใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดอยู่แล้วจึงใช้เวลาเตรียมงานนานพอสมควรบางคนก็ใช้เวลาเป็นปี
“หนูดีโกรธอะไรพี่ครับ”
“พี่รามคิดว่าการจัดการมันง่ายขนาดนั้นเลยหรือคะ”
“พี่มีเงินซะอย่าง เรื่องนั้นหนูดีไม่ต้องเป็นห่วง” แค่ใช้เงินทุกอย่างก็จบรับรองงานจะออกมาดีอย่างแน่นอน
“นั้นสิคะพี่รามมีเงินทุกอย่างก็ดูง่ายไปหมดรวมถึงเรื่องของเราด้วย” เพียงฤดีเดินไปหยุดที่คอกควายพระรามก็ไม่เข้าใจว่าหญิงสาวโกรธเรื่องอะไร
“หนูดีงอนที่เรื่องอะไรครับ”
“พี่รามอยากจะผูกมัดหนูดีเพราะกลัวอะไรคะ” เพราะยังไงเอก็หนีชายหนุ่มไม่พ้นอยู่แล้ว
“พี่แค่กลัว…ว่าหนูดีจะ”
“พี่รามรู้ดีนะคะว่าพี่คงไม่ปล่อยหนูดีไปไหน หนูดีแค่อยากมีเวลาเตรียมงานและอยากเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดเหมือนที่ผู้หญิงทุกคนอยากเป็น”
“พี่ขอโทษอย่างอนพี่เลยนะครับ” พระรามอยากจะอธิบายทุกอย่างให้หญิงสาวฟังเขาอยากสร้างครอบครัวกับเพียงฤดี และที่เขารีบเพราะเขาเฝ้ารอหญิงสาวมานานแล้ว
“กินเข้าไปเยอะๆ” เพียงฤดีหยิบหญ้าขึ้นมาให้ควายเพศผู้ที่กำลังโตเต็มวัยโดยมีพระรามยืนอยู่ข้างๆ ไปไหน
“หนูดีจะทำอะไรครับ”
“ตัดน้ำให้ควายค่ะ”
“เดี๋ยวพี่ตักให้” พระรามเดินไปตักน้ำในหนองน้ำใกล้ๆ แต่ตักมาหลายถังแล้วแต่ก็ไม่พอสักทีจนตอนนี้เหงื่อเริ่มไหลออกมาจนเสื้อเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
“หนูดี! แกล้งพี่ใช่ไหม” พระรามที่เห็นเพียงฤดีกำลังยื่นถือสายยางอย่างสบายใจโดยไม่บอกไม่กล่าวเขาเลยสักนิด
“พี่รามไม่เห็นสายยางเหรอคะ”
“ได้ เดี๋ยวพี่จะจัดให้ไม่ได้พักเลย” พระรามคาดโทษไว้ในใจตอนนี้เริ่มจะงอนหญิงสาวแล้วจริงๆ กว่าจะตักได้แต่ละถึงหนองน้ำก็อยู่ไกล
“ช่วยไม่ได้ พี่รามไม่ดูเอง” หญิงสาวส่งยิ้มให้อย่างผู้ชนะส่วนพระรามได้แต่เข็นเขี้ยวในใจ จึงเดินมาใกล้หญิงสาวและจับสายยางไว้แน่น
“พี่รามจะทำอะไรปล่อยเดี๋ยวนี้”
“ลงโทษเด็กดื้อไง” พระรามจับสายยางฉีดน้ำไว้แน่นและหันมาเข้าตัวทำให้ทั้งสองเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ
“กรี๊ดดดด พี่รามหยุดเดี๋ยวนี้นะ” เพียงฤดีเปียกไปทั้งตัวทำให้เสื้อเปียกชุ่มและแนบไปกับเนื้อหนังจนเห็นเสื้อชั้นในชัดเจนจนพระรามต้องกลืนน้ำลายลงคอและรีบถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก
“พี่รามถอดเสื้อทำไม”
“อยู่เฉยๆ” ชายหนุ่มถอดเสื้อออกเพื่อจะคลุมตัวให้หญิงสาวพระรามในตอนนี้ไม่มีเสื้อปิดกายเผยให้เห็นหมัดกล้ามอย่างน่ามอง
“เช็ดน้ำลายหน่อย หกหมดแล้ว”
“บ้าที่สุดเลย หนูดีจะกลับแล้ว”
“อื้อออ เดี๋ยวพี่กลับด้วย” ทั้งสองจึงเดินกลับบ้านของหญิงสาวเพียงฤดีกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านของตัวเอง โดยไม่ได้นึกถึงชายหนุ่มที่เดินกลับมาด้วยกัน
“ตายลูกทำไมเปียกอย่างนั้น” จันทร์สุดารีบเข้ามาดูพระรามที่เหมือนจะนั่งหนาวอยู่
“พอดีเล่นน้ำเพลินไปหน่อยครับ”
“เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องหนูดีเลยเดี๋ยวให้หนูดีเอาเสื้อพ่อของเขามาเปลี่ยน ไปๆ”
“จะดีเหรอครับ”
“อีกไม่กี่วันเราก็จะเป็นดองกันแล้วไม่ต้องเกรงใจ”
“ขอบคุณคุณแม่มากเลยนะครับ” พระรามจึงเดินขึ้นชั้นสองของบ้านไปและใช้มือบิดลูกบิดปรากฏว่าหญิงสาวไม่ได้ล็อกห้องจึงถือวิสาสะเดินเข้าไปและถอดเสื้อของตัวเองออกจนหมด
“ห้องน่ารักดี” มองไปมุมไหนก็มีแต่สีชมพูไปหมดไม่เว้นแต่ตู้เสื้อผ้าพระรามถือวิสาสะเดินสำรวจรอบห้อง
เพียงฤดีร้องเพลงไปอาบน้ำไปโดยไม่รู้ว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่คนเดียวเมื่อสระผมเสร็จจึงเดินออกมาต้องตกใจตาเบิกกว้างเพราะเห็นพระนอนอยู่บนที่นอน
“เข้ามาได้ยังไง ห้ามมองนะ!” เพียงฤดีรีบหาผ้าเช็ดตัวอีกผืนคลุมไหล่ไว้และจ้องมองพระรามอย่างเอาเรื่องกล้าดียังไงถึงเข้ามาในห้องนอนของเธอ
“ขาวอวบดีจัง เอ๊ย ห้องสวยดีจัง” พระรามมองเพียงฤดีตาไม่กะพริบพร้อมกับส่งยิ้มให้ขาวอวบอันนั้นเขายอมรับเพราะได้สัมผัสมาแล้ว
“พี่รามเข้ามาได้ยังไง”
“แม่ให้เข้ามาแล้วบอกหนูดีให้หาเสื้อผ้าเปลี่ยนให้พี่ด้วย ไม่เชื่อก็ถามแม่ได้นะ” เดี๋ยวจะหาว่าเขาโกหกอีกพระรามจึงหันมาเปิดทีวีแต่สายตาก็แอบมองหญิงสาวอยู่ตลอด
“แม่นะแม่ รอแป๊บหนึ่งหนูดีแต่งตัวก่อน”
“จะไปไหนครับ” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวหยิบเสื้อผ้าจะเดินเข้าห้องน้ำไปอีกรอบ
“หนูดีจะเข้าไปใส่เสื้อผ้า”
“ใส่ตรงนี้ก็ได้ ไม่เห็นต้องอายเลยพี่เห็นมาหมดแล้วแล้วก็ได้ชิมมันแล้วด้วย” ทั้งหอมทั้งหวานจนพระรามต้องติดใจและหลงจนโงหัวไม่ขึ้น
“คนบ้าทะลึ่ง! หนูดีไม่คุยด้วยแล้ว” เพียงฤดีรีบเดินเข้าห้องน้ำไปจึงรีบใส่เสื้อผ้าและออกมาหาเสื้อผ้าของผู้เป็นพ่อมาให้ชายหนุ่มสวมใส่
“เสร็จแล้วก็กลับบ้านพี่รามได้แล้ว”
เพียงฤดีนั่งเป่าผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งตาก็มองพระรามผ่านกระจกที่ยังคงนอนอยู่บนที่นอนอย่างสบายใจราวกับอยู่บ้านของตัวเอง
“เดี๋ยวพี่ช่วย” พระรามไม่สนใจและเดินลงจากเตียงเพื่อช่วยหญิงสาวเป่าผมให้แห้ง ผมนุ่มสลวยและหอมกลิ่นแชมพูทำให้พระรามต้องแอบสูดดมกลิ่นเข้าไป
“หนูดีนี่สวยไปทั้งตัวเลยนะ ไม่มีที่ติสักที่เลย” พระรามพูดออกมาแต่คนที่คิดไปไกลคือหญิงสาวที่เขินจนหน้าแดงเมื่อคิดถึงเรื่องที่ทั้งรักร่วมรักกัน
“พี่รามพูดอะไรก็ไม่รู้”
“หนูดีมีขี้แมลงวันกี่จุดพี่รู้หมดแหละ แต่ตรงใต้ราวนม...”
“พี่รามหยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ” เพียงฤดีรีบบอกให้ชายหนุ่มหยุดเพราะรู้สึกเขินอายทุกครั้ง
“ไม่เห็นต้องอายเลยก็พี่เห็นมาหมดแล้วแถมยังตีตราจองไว้ทุกส่วนด้วย” พระรามพูดออกไปแต่หญิงสาวนี้สิที่อายจนแก้มแดงขึ้นมา ยิ่งทำให้เพียงฤดีดูน่ารักน่าถนุถนอม
“แต่งงานแล้วย้ายไปอยู่บ้านกับพี่นะ”
“หนูดีไม่อยากไปอยู่บ้านพี่ราม” เมื่อคิดถึงหลานสาวแม่บ้านแล้วทำให้หญิงสาวไม่ชอบใจยิ่งนักที่จะต้องอยู่บ้านด้วยกัน
“หลานป้าณีพี่ไล่ให้กลับไปอยู่บ้านแล้วหนูดีไม่ต้องห่วง”
เพียงฤดีแปลกใจว่าทำไมพระรามถึงยอมไล่ออกก็เห็นว่ามาอยู่ด้วยตั้งนาน หากว่าพระรามเป็นคนไม่ทันคนก็คงจะเสร็จหลานสาวแม่บ้านไปแล้ว
“อะไรที่หนูดีไม่ชอบพี่ทำให้ได้หมดแหละที่พี่ให้หนูดีขอโทษน้ำก็เพราะว่าหนูดีใช้กำลัง การใช้กำลังมันไม่ดีรู้ไหมครับ” เขาอยากสอนให้หญิงสาวเติบโตเป็นผู้ใหญ่
“ก็เขามายั่วโมโหหนูดีก่อน”
“ต่อไปต้องใจเย็นๆ และระงับอารมณ์ตัวเองให้อยู่เข้าใจไหมครับ” พระรามเชยคางของหญิงสาวขึ้นมาและโน้มตัวลงไปจูบปากเพียงฤดีเบาๆ
“หนูดีขอโทษค่ะ หนูดีเข้าใจแล้ว” เพียงฤดีเข้าใจในสิ่งที่พระรามทำ เพราะมันดีต่อตัวของหญิงสาวทั้งนั้นและในอนาคตเพียงฤดีจะได้เติบโตและน่าเคารพนับถือ