รถยุโรปคันหรูจอดหน้าร้านอาหารสไตล์อเมริกัน ยุค 90’s การตกแต่งสไตล์เรโทร โซฟาคลุมโทนขาวแดงทั้งร้าน มีเก้าอี้บาร์ทรงสูงนวมแดงตัดกับพื้นลายตารางหมากรุก และผนังประดับด้วยป้ายลายคลาสสิคต่างๆ จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่าง คือ ป้ายร้านไฟนีออนที่เป็นเอกลักษณ์ของร้าน
พระเจ้าที่สร้างโลกในจินตนาการของเธอขึ้นมาได้ต้องสาปส่งขณะเปิดอ่านดีเทลสถานที่ที่เธอเขียนลงไปแน่ๆ
“ไปหาร้านนี้เจอที่ไหน” คนตัวสูงกวาดตามองการตกแต่งของร้านอย่างถูกใจ ก่อนจะนั่งลงที่มุมด้านในสุดของร้าน
“พี่เติร์ดนั่งด้วยกันก็ได้นะคะ”
คนตัวเล็กไม่ได้ตอบคำถามของคู่หมั้น แต่หันไปเรียกมือซ้ายคนสนิทของเขาแทน เมื่อเห็นว่าเติร์ดทำท่าจะไปนั่งชิลที่เก้าอี้บาร์คนเดียว
“คุณเบลล่าชวนผม?” เติร์ดเลิกคิ้วเข้มขึ้นอย่างุนงง เพราะปกติเบลล่าไม่สนใจใครนอกจากเทรซิส
“มีปัญหากับคำชวนเบลล์เหรอคะ” คนตัวเล็กตีฝีปากกลับ พลางเลิกคิ้วล้อเลียนท่าทางของเขา
หญิงสาวพอใจที่เห็นท่าทีฮึดฮัดของมือซ้ายหนุ่ม เข้าใจดีว่าเขาไม่ชอบเบลล่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะความจุกจิกไร้มารยาทของคู่หมั้นเจ้านาย แม้ตอนนี้เธอไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกับเติร์ด แต่เพราะความหมั่นไส้กับท่าทีตั้งแง่ของเขาจึงอดไม่ได้ที่จะแขวะเบาๆ
“ทะเลาะอะไรกันอีก” เทรซิสที่นั่งฟังเงียบๆ มาสักพักเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าลูกน้องตนเองยังไม่ยอมลงให้คนตัวเล็ก
“เทรซิสก็ดูลูกน้องตัวเองสิ เบลล์เริ่มก่อนที่ไหน”
หญิงสาวถือโอกาสชิงฟ้องก่อน ก่อนจะกอดอกพิงพนักโซฟา เอนศีรษะซบไหล่หนาพลางยักคิ้วหลิ่วตากวนประสาทให้เติร์ด
“จะกินอะไรก็สั่ง มึงนั่งนี่แหละ” มาเฟียหนุ่มตัดบทเพราะรำคาญเสียงเจื้อยแจ้วจากคนทั้งสอง
มือซ้ายยกมือเรียกพนักงานเข้ามารับออเดอร์ โดยมีเบลล่าเป็นคนสั่งเสียส่วนใหญ่ ไม่บืมที่จะกวาดตามองไปรอบร้าน ราวกับกำลังมองหาใครบางคน
“อลิซมาทำงานหรือยังคะ?” เธอถามกับพนักงานที่กำลังจดออเดอร์ เมื่อมองหาจนทั่วร้านแต่ไม่เจออีกฝ่าย
“น่าจะใกล้มาแล้วครับ คุณลูกค้าเป็นเพื่อนอลิซเหรอครับ” พนักงานถามอย่างไม่แน่ใจ ไม่คิดว่าเพื่อนร่วมงานจะรู้จักคนระดับนี้
“เปล่าค่ะ มาคราวก่อนแล้วเขาดูแลดี ขอบคุณนะคะ”
เมื่อพนักงานเดินกลับเข้าไปในครัว หญิงสาวก็ชะเง้อชะแง้มองไปที่หน้าร้านต่อ ก่อนจะเล็งมุมที่เทรซิสนั่งกับมุมที่เธอนั่งอยู่ว่ามุมไหนจะมองเห็นได้ถนัดกว่ากัน
“อะไร” เขามองท่าทีผิดปกติของคู่หมั้นตนเองอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจ
“เปล่าค่ะ” ใบหน้าหวานฉีกำยิ้มกลบเกลื่อนแผนในใจ ก่อนจะเปลี่ยนบทสนทนา “แล้วทำไมมากับเติร์ดล่ะคะ คาร์ลไปไหน”
เบลล่าแกล้งถามถึงมือขวาคนสนิทของเทรซิส
มาเฟียหนุ่มกดใบหน้ามองคนตัวเล็กอย่างรู้ทันว่าเธอจงใจตัดบทหนีคำถามของเขา แต่ก็ยอมตอบคำถามของเธออย่างว่าง่าย
“เมื่อคืนไอ้คาร์ลไปทำงานแทน วันนี้เลยให้หยุด” คำตอบของเทรซิสทำให้เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ทำงานตอนกลางคืนของเขา คงไม่พ้นงานผิดกฎหมาย แต่เมื่อวานที่อยู่ด้วยกันเขากลับไม่ได้บอกเธอเลยว่ามีงาน ทั้งๆ ที่หญิงสาวก็ไม่ได้มีท่าทีงอแง รั้งเขาอย่างแต่ก่อน
“ถ้ามีงานก็บอกกันสิ เบลล์ไม่อยากโดนกระแนะกระแหนว่าทำเทรซิสเสียงานนะ” ประโยคสุดท้ายเธอปลายตาไปที่เติร์ด จนเขาชะงักเงยหน้าจากมือถือมามองดุๆ
“ไม่เป็นไร เธอหลับไปแล้ว ฉันไม่อยากปลุก” คำตอบที่ออกมาราวกับมันไม่ใช่เรื่องสำคัญ ทั้งที่ความจริงแล้ว เทรซิสเป็นคนให้ความสำคัญกับงานมาก
“วันหลังพาเบลล์ไปส่งของด้วยสิ”
คนตัวเล็กพูดอย่างนึกสนุก เธอเคยเขียนฉากส่งของว่าเป็นโกดังร้าง ตึกร้าง หรือไม่ก็ท่าเรือ ที่มีทางหนีทีไล่หลายทาง อาวุธสงครามที่มาเฟียหนุ่มรับมา ถูกส่งต่อให้กับองค์กรอิสระปกป้องตนเอง หรือไม่ก็พ่อค้ายาเสพติดตามชายแดน ใจจริงก็อยากเห็นมันด้วยตาตนเองสักครั้ง
“ไม่ได้” มาเฟียหนุ่มตอบทันควัน มือแกร่งรั้งเอวเธอให้ขยับเข้ามานั่งเกยตัก จัดการบีบแก้มนุ่มอย่างมันเขี้ยวกับความคิดพิเรนทร์ที่ออกมาจากปากอวบอิ่ม
“โอ๊ย! อย่าบีบ หน้ายู่หมดแล้ว” มือเล็กตีแขนกำยำข้างที่บีบขย้ำแก้มเธอให้ปล่อย แต่ลูกครึ่งหนุ่มกลับหัวเราะเบาๆ แล้วย้ายมาดึงแก้มนวลอีกข้างแทน
การกระทำของคนทั้งคู่อยู่ในสายตามือซ้ายหนุ่ม เขามองท่าทีของเจ้านายตนเองเล็กน้อย จากนั้นจึงก้มหน้าสนใจโทรศัพท์ในมือตนเองต่อ
“เทรซิส มันเจ็บ”
มือเรียวคลายแรงบีบเมื่อเห็นว่าแก้มของเบลล่าแดงระเรื่อ เปลี่ยนเป็นเกลี่ยเรียวนิ้วเบาๆ ที่แก้มเนียน ใบหน้าคมฉายรอยยิ้มร้าย กดจูบลงที่ริมฝีปากอวบอิ่มก่อนจะตวัดลิ้นเลียเม้มเนินปากจนแดงเถือก ปลายจมูกคมไล้เรือนแก้มเธอสูดดมความหอมจากกลิ่นกายสาว
“นี่มันที่สาธารณะนะ” เธอปรามการกระทำของเขาหลังจากใบหน้าหล่อถอยออกห่าง
“ขออนุญาตเสิร์ฟนะคะ”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังหญิงสาวเรียกความสนใจจากคนทั้งคู่ที่กำลังตบตีกันให้หันไปมอง พนักงานหญิงในชุดเสื้อเชิ้ตยาวคลุมแขน ติดหูกระต่ายสีดำ กางเกงขายาวสีดำคล้องสายเอี๊ยมที่เป็นยูนิฟอร์มของร้าน
เบลล่าเอียงคอพิจารณาใบหน้าสวยสะกดของบริกรสาวอย่างไม่แน่ใจนัก ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้ม ผมยาวหยักศกสีเดียวกันกับสีตา ผิวขาวเนียนอมชมพู ปากหยักเล็กเป็นกระจับ เบลล่าไล่สายตาลงมาเรื่อยๆ กระทั่งหยุดที่สร้อยเงินจี้รูปดาวแปดแฉก
“อลิซ...”เสียงพึมพำเอ่ยชื่อคนเบื้องหน้าอย่างไม่ตั้งใจ แต่เสียงนั้นก็ดังพอที่จะทำให้เจ้าของชื่อได้ยินแขกเรียกชื่อเธอ
“คะ? คะ คุณรู้จักชื่ออลิซได้ยังไงคะ”บริกรสาวมีท่าทีตื่นตกใจกับการที่ถูกเรียกชื่อจากคนไม่รู้จักกันชัดเจน
คนถูกถามกลอกตาไปด้านข้างทำตัวไม่ถูก นึกถึงฉากที่ตนเองเขียนเมื่อครั้งที่เทรซิสเจอกับอลิซที่ร้านแห่งนี้ไม่ได้
“ปะ ป้ายชื่อ มีป้ายชื่อติดอยู่” นิ้วเรียวชี้ไปที่ป้ายชื่อสีขาวตัวอีกษรสีดำภาษาอักฤษบนอกเบื้องขวา “แล้วเบลล์ก็เคยมาที่นี่ด้วย เธอน่าจะจำไม่ได้”
เบลล่าส่งยิ้มในร่างบอบบางตรงหน้า รอยยิ้มหวานของอลิซยิ้มตอบกลับมาราวกับเข้าใจในสิ่งที่เธออธิบาย
‘รอยยิ้มเคลือบลิปกลอสสีชมพูหวาน จนทำให้เวลาของทั้งโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ’
วันนี้เธอได้มาเห็นกับมันด้วยตาตนเองแล้ว ว่าสิ่งที่เธอเขียนบรรยายไม่ได้เกินจริงเลย
บทสนทนาระหว่างคู่หมั้นสาวกับพนักงานหญิงถูกมาเฟียหนุ่มนั่งฟังอยู่เงียบๆ เบลล่าคุยกับคนตรงหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจเหมือนกับรู้จักเธอมานาน ไม่แน่ว่าการที่ชวนเขามาที่นี่ เหตุผลคงเพราะผู้หญิงคนนี้
หลังจากทานอาหารในร้านเรียบร้อย เติร์ดก็ทำหน้าที่ถือบิลไปจ่ายที่หน้าเคาน์เตอร์ โดยมีเบลล่าเดินตามไปด้อมๆ มองๆ ที่ตู้เค้กหน้าร้าน
“อลิซ อันไหนคือบับเบิ้ลกัมเหรอ” ร่างบางย่อตัวมองเค้กสีสันสดใสอย่างไม่แน่ใจ เค้กขึ้นชื่อของร้านเป็นเค้กสีรุ้งปาดด้วยครีมนมสดสีขาวใส่กลิ่นฟรุตตี้
“อันนี้ค่ะ”
“งั้นเอาบับเบิ้ลกัม สตรอเบอร์รี่เจนัวร์ เรดเวลเวท แล้วก็ช็อกโกแลตฟัดจ์” นิ้วเรียวจิ้มที่ตู้เค้กอย่างรวดเร็ว ลอบมองหน้าของอลิซที่กุลีกุจอคีบเค้กใส่ถาดอย่างน่าเอ็นดู “เอาอย่างละสองชิ้นนะ แล้วก็จัดแยกเป็นสองเซต”
อลิซพยักหน้ารับ ถือถาดเค้กเดินกลับเข้าไปหลังร้าน ก่อนจะเดินกลับมายืนที่หน้าเคาน์เตอร์ใหม่อีกครั้ง
“ซื้ออะไรเยอะแยะ” เขากระตุกแขนเธอเอาไว้ เพราะไม่คิดว่าเธอจะกินมันหมดคนเดียว “ฉันไม่ช่วยกินนะ”
“เบลล์ซื้อไปฝากคาร์ล” หญิงสาวตอบพร้อมกับพยักเพยิดใบหน้าไปทางเติร์ดที่ยืนอยู่ไม่ไกล “คาร์ลชอบกินของหวาน ใช่ไหมเติร์ด?”
มือซ้ายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากมือถือ ใบหน้านิ่งแสดงสีหน้าชะงักเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ายอมรับเรื่องที่เบลล่าพูด แม้ในใจจะอดสงสัยไม่ได้เพราะมันเป็นเรื่องที่น้อยคนนักจะรู้
แม้แต่เทรซิสผู้เป็นเจ้านายยังไม่รู้ ยกเว้นเขาที่รู้จักกับคาร์ลมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม
“คุณเบลล่ารู้เรื่องนี้ได้ยังไงครับ” เติร์ดจ้องไปที่คนตัวเล็กอย่างเคลือบแคลง
“รู้สิ รู้หมดแหละ เรื่องแบร์บริคตัวละแปดแสนของนาย เบลล์ก็รู้” ร่างบางหยักยิ้มมุมปากอย่างพอใจ กับอาการตกใจของมือซ้ายหนุ่มอีกครั้ง
ทำไมจะไม่รู้ เธอนี่แหละมัมหมีของพวกเขา!!