รถยุโปคันหรูถูกขับออกจากร้านอาหารเพื่อกลับไปส่งเธอที่คฤหาสน์ ตลอดเวลาที่อยู่บนรถเทรซิสเอาแต่จ้องมองที่ไอแพดตรวจงานโดยไม่เอ่ยอะไรออกมา ทำเอาแม่สื่อที่นั่งอยู่ข้างๆ นั่งบิดตัวคิดไม่ตก ไม่รู้จะเริ่มต้นคำถามอย่างไร
“จะพูดอะไรก็พูด” เสียงทุ้มดังขึ้นโดยที่สายตายังไม่ได้ละจากหน้าจอ
“อลิซ...สวยไหม?” ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่นหลังจากถามคนตรงหน้า มือทั้งสองข้างกุมประสานกันวางบนตักอย่างลุ้นคำตอบ
คิ้วหนาเลิกขึ้นเมื่อได้ยินคำถามประหลาดจากคู่หมั้นสาว พับจอไอแพดวางลงข้างลำตัว ก่อนจะรั้งเอวสวยขึ้นมานั่งที่ตักอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ถามทำไม?” นิ้วชี้เรียวของเขาตีกลีบปากอวบอิ่มเหมือนกับจับผิดเด็กดื้อได้ ริมฝีปากหยักค่อยๆ ยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน “จะหาเมียน้อยให้ฉันเหรอ?”
“มะ ไม่ใช่ ก็เผื่อชอบไง” คนตัวเล็กพูดได้ไม่เต็มปากว่าถ้าชอบก็รีบไปจีบ เนื่องจากตนเองก็ยังอยู่ในร่างของคู่หมั้นของเขา ใครได้ฟังคงรู้สึกว่าเบลล่าพิลึก
“มองฉันเป็นคนเหี้ยหรือไง มีคู่หมั้นอยู่แล้วจะไปสนใจใครได้อีก”
คำตอบที่ได้ยินพร้อมกับดวงตาคมของเทรซิสที่สื่อออกมาเวลาจริงจังทำให้เธอไม่กล้าถามอะไรต่อ จึงพยักหน้าแล้วนั่งเงียบๆ ต่อไป ทั้งที่ในใจเกิดความสงสัยไม่น้อย
ทำไมเทรซิสที่ตอนนั้นตกหลุมรักอลิซตั้งแต่แรกเจอ มิหนำซ้ำกลับเฉยเมยไม่รู้สึกอะไรได้ขนาดนี้ สถานที่ซึ่งทั้งสองได้เจอกันครั้งแรกคือร้านแห่งนี้ไม่ผิดแน่ แต่เป็นอีกหนึ่งปีหลังจากนี้
ถูกสถานที่ แต่อาจจะผิดที่เวลา
เธอทำไทม์มิ่งนิยายเพี้ยนไปแล้วหรือเปล่า?
เอี๊ยด!!
รถยนต์ที่นั่งอยู่จะเบรกฉับพลัน ทำเอาคนตัวเล็กซึ่งกำลังนั่งใจลอยคิดถึงความผิดพลาดของตนเองวันนี้ถลาเกือบจะล้มไปด้านหน้า โชคดีที่เทรซิสรั้งตัวเธอเข้ามากอดแนบอกเอาไว้ จึงไม่พุ่งตกลงจากตักแกร่ง
“ไอ้เวร ขับรถอะไรของมึง!” มาเฟียหนุ่มสบถคำหยาบออกมา เมื่อรถที่ขับมาด้วยความเร็วคงที่หักเลี้ยวลงข้างทางแล้วเบรกสุดแรง
“ขอโทษครับนาย ผมเห็นลูกแมวมันนอนเจ็บอยู่กลางถนน” มือซ้ายหนุ่มพูดจบก็ผลุนผลันลงจากรถไป
เติร์ดหายไปจากรถชั่วครู่ ก่อนจะกลับเข้ามาพร้อมกับลูกแมวสีเทามีลวดลายในมือ
นักเขียนสาวมองแมวเด็กนอนหายใจรวยระรินในอุ้งมือของลูกน้องมาเฟียพร้อมกับสบถในใจออกมา
“เอาแมวมาให้เบลล์แล้วรีบไปคลินิกที่ใกล้ที่สุด” เธอออกปากสั่งเติร์ดอย่างลืมตัว เธอรีบรับแมวมานอนบนตักตนเองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
คลินิกสัตว์แห่งหนึ่ง
“กระดูกขาหลังหักนะคะ คงต้องอยู่รักษาตัวดูอาการที่คลินิกประมาณสองสัปดาห์” สัตวแพทย์หญิงแจ้งอาการลูกแมวที่นอนหลับในกรง ก่อนจะเดินแยกเพื่อไปจดบันทึกการให้ยา
เบลล่ามองเจ้าเหมียวในกรงอย่างวิตก หลังจากที่เห็นผลเลือดของมันก็นึกอะไรบางอย่างออกมาได้ มือเรียวยกขึ้นคลึงขมับตนเองอย่างด้วยความกังวล
“มันไม่เป็นไรแล้วเบลล์” เทรซิสกระตุกแขนคู่หมั้นสาวให้หันมา พร้อมกับสวมกอดเธอไว้เป็นการปลอบโยน
เธอไม่ได้ห่วงแมวสักหน่อย เธอรู้อยู่แล้วว่าลูกแมวตัวนี้จะปลอดภัย แต่ที่กำลังเครียดอยู่ก็คือ แมวตัวนี้ควรจะเป็นอลิซที่มาเจอ ไม่ใช่พวกเธอ
ผลเลือดที่บ่งบอกว่าเป็นแมวพันธุ์ผสมระหว่างแมวจรและอเมริกันช็อตแฮร์ ลวดลายสีเทาเข้ม ดวงตาสีอำพันเหมือนสีของบรั่นดีที่เทรซิสชอบดื่ม และพบมันนอนเจ็บบนเส้นทางไปร้านอาหารที่อลิซทำงานอยู่
แมวตัวนี้ควรจะเป็นแมวที่อลิซช่วยเหลือ แล้วเติบโตมาเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างเทรซิสและอลิซ แต่เติร์ดดันขับรถมาเจอมันเข้าเสียก่อน
“แล้วเราจะทำยังไงกับแมวนี้ต่อ” ในเมื่อเรื่องมันบานปลายมาถึงขนาดนี้ ทางออกที่ดีที่สุดก็คงต้องหาคนเลี้ยงดูแมวตัวนี้ต่อ
ที่คฤหาสน์ของเธอเลี้ยงไม่ได้แน่นอน เพราะพ่อของเบลล่าแพ้ขนสัตว์รุนแรง การนำสัตว์เลี้ยงเข้าบ้านรังแต่จะมีเรื่องให้ทะเลาะกันเพิ่มเสียเปล่า
“ให้ไอ้เติร์ดเอาไปเลี้ยง” มาเฟียหนุ่มโยนภาระให้ลูกน้องทันที
“คอนโดผมเลี้ยงแมวไม่ได้” เติร์ดส่ายหน้า โบกมือปฏิเสธคำสั่งเจ้านายแทบอย่างรวดเร็วเช่นกัน
“งั้นก็เหลือแต่เทรซิสแล้วล่ะ เพราะป๊าแพ้ขนสัตว์ เบลล์พากลับบ้านไม่ได้”
“ไม่เอา ไม่ชอบแมว” ใบหน้าหล่อส่ายหน้าปฏิเสธจริงจัง หลุบสายตามองแมวเด็กที่นอนอยู่ในกรงเล็กน้อย “รักษาเสร็จก็เอาไปปล่อยที่เดิม”
คนตัวเล็กถลึงตาใส่คำพูดใจร้าย ก่อนจะฟาดมือลงกับแผงอกแกร่งเป็นการทำโทษ
“นิสัยไม่ดี”
“อยากเลี้ยงก็เลี้ยงเอง กลับได้แล้ว”
แรงที่มีมากกว่ากระตุกแขนเรียวให้เดินออกจากคลินิกด้วยกัน คนตัวเล็กหน้ามุ่ยไม่สบอารมณ์กับวิธีการแก้ปัญหาของเขา
ความจริงก็ความผิดเธอเองที่ไม่ได้เขียนให้เขาเป็นพวกรักสัตว์
เออ เธอผิด!!
“หยุดทำหน้าเหมือนตูด มันไม่ได้ทำให้ฉันใจอ่อน” คำพูดหยาบคายออกมาจากปากคนนั่งเบาะหลังคนขับด้วยกันพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
หางตาของเธอมองอีกฝ่ายเพียงเล็กน้อย ไม่อยากสนทนากับพวกแล้งน้ำใจ
สาธุ ขอให้ตำรวจจับตอนส่งของ!
“เบลล์~ อย่าทำตัวเป็นเด็กๆ” เสียงทุ้มเรียกเธอพร้อมกับใช้มือจับหัวไหล่มนให้หันกลับไปคุยกัน
แต่นั่นแหละเธอออกแรงสะบัดสะบิ้ง ในเมื่อไม่ช่วยไอ้แมวเด็กก็อย่าหวังว่าเธอจะยอมเป็นเด็กดีเชื่อฟังเขา
“เบลล์” พอพูดดีด้วยแล้วเธอไม่สนใจ น้ำเสียงของเทรซิสก็เข้มขึ้นอย่างพยายามวางอำนาจใส่
แต่เธอต้องใจแข็ง เธอหงอไม่ได้
เขาเป็นบ้าเหรอ ถึงกล้าพูดว่าจะเอาแมวอายุไม่ถึงเดือนกลับไปปล่อยริมถนน
“เออ! เลี้ยงก็เลี้ยงวะ!!”
สิ้นประโยคยอมจำนนต่ออาการรั้นของคู่หมั้นสาว มาเฟียหนุ่มก็ยังมิวายสบถคำหยาบออกมาอีกหลายคำ แต่หญิงสาวเลือกที่จะปล่อยผ่าน เพราะยังไงตอนนี้แมวเด็กก็มีที่ซุกหัวนอนเรียบร้อย
“แต่แค่ให้มันอยู่ในเพนท์เฮาส์นะ หาข้าวหาน้ำกินเองละกัน”
“บ้าหรือไง แมวเด็กมันจะหาข้าวกินเองได้ยังไง?”
“งั้นแม่พระอย่างเธอก็ทำสิ ช่วยกันทำก็มาช่วยกันรับผิดชอบ”
ดวงตาคมตวัดมองเขาฉับ เมื่อกี้เขาพูดเหมือนมันเป็นลูกที่เธอกับเขาผลิตขึ้นมาลืมตาดูโลก
เออ เธอผิดอีกก็ได้ ก็เป็นคนสร้างให้เขาเป็นแบบนี้เองนี่หว่า
แล้วไอ้นิสัยแบบนี้เสือกขายดีในหมวดอีโรติกด้วยนะ หัวจะปวด พระเอกที่เขียนเอาไว้มีพวกธงเขียวนับสิบคน แต่ดันทะลุมิติมาอยู่ในนิยายที่มีไอ้บ้านี่เป็นพระเอก
เหน่ย!
“กำลังด่ากันในใจป่ะ?”
“บะ บ้า~ เทรซิสอุตส่าห์ช่วยเจ้าเหมียวเอาบุญ เบลล์จะคิดแบบนั้นทำไม” เธอรีบประจบประแจงเขาทันที ฉีกยิ้มหวานจนตาเป็นสระอิแล้วเอนศีรษะซบไหล่แกร่งเอาไว้
“งั้นก็แวะไปซื้อของใช้ให้มัน แล้วค่อยกลับเพนท์เฮาส์”
ว้าว...คงมีแต่ความใจป๋าเนี่ยแหละที่เป็นส่วนดี ที่เธอรู้สึกว่าไม่ได้คิดผิดที่ใส่ลงไป
ใบหน้าเล็กพยักหน้าตอบตกลง ไม่สนใจใบหน้าหล่อเหลาที่เป็นฝ่ายหงิกงอแทนตนเองเรียบร้อย
หลังจากชอปปิงหาของแต่งห้องต้อนรับลูกแมวอายุไม่ถึงเดือนเรียบร้อย เธอก็ทำท่าจะขอแยกกลับบ้าน แต่เทรซิสกลับบังคับให้เธอมาอยู่รอร้านขายอุปกรณ์สัตว์นำมาส่งที่เพนท์เฮาส์ด้วยกันด้วยเหตุผลง่ายๆ
‘ไม่อยู่ก็จะเอาไปทิ้งถังขยะให้หมด แล้วไอ้แมวนั่นก็เตรียมไปอยู่วัดได้เลย’
สันดานหยาบสมกับเป็นมาเฟียจริงๆ
“แล้วจะให้แมวอยู่ห้องไหน?” เธอเดินสำรวจรอบห้องเขา กลัวว่าเทรซิสจะให้แมวอยู่ในที่แปลกๆ จนทำให้มันตายก่อนจะได้ทำหมัน
“ส้วม”
“เอาดีๆ ดิ๊”
“จะเอาดีๆ ก็ห้องนั้น” นิ้วเรียวของเจ้าของห้องชี้ไปยังประตูซึ่งถูกปิดเอาไว้
ร่างสูงเดินนำไปเปิดประตูพยักเพยิดให้คนตัวเล็กเข้าไปในห้อง
“จะเข้าหรือเปล่า”
“อะ อืม”
เธอเดินเข้าไปข้างในเป็นคนแรก แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเพราะมันคือห้องนอนที่มีร่องรอยการใช้งานเป็นประจำ เตียงซูเปอร์คิงไซซ์สีเข้มวางบนพื้นพรมสีเทาไร้ฐานเตียง ห้องนอนสไตล์ลอฟท์ดิบเถื่อนตามแบบฉบับผู้ชายทำให้รู้ได้ทันทีว่านี่คือห้องนอนของเขา
กริ๊ก!
เสียงลงกลอนทำเอาร่างบางหันขวับด้วยความตกใจ เทรซิสยืนกอดอกจังก้าขวางประตูเอาไว้ไม่ให้เธอไปไหนได้
“อะ อะไร”
“จะให้เอาดีๆ ไม่ใช่เหรอ?”