เธอผล็อยหลับไปหลังจากรับประทานมื้อเย็นเสร็จ ความจริงต้องบอกว่าเพราะคิดมากเกินไปจนหลับ นึกเหตุผลอื่นของการที่เบลล่าให้เธอมาใช้ชีวิตในร่างตนเองไม่ได้ นอกจากว่าต้องการให้นักเขียนอย่างเธอเข้าใจความเจ็บปวดของตนเอง
แล้วหลังจากนั้นคืออย่างไรต่อ เธอต้องอยู่ในร่างเบลล่าไปอีกนานแค่ไหน แล้วตอนนี้เบลล่าตัวจริงอยู่ที่ไหน ในร่างเธอในโลกความจริงหรือเปล่า
กระทั่งรู้สึกตัวอีกครั้ง เมื่อที่นอนด้านหลังตนเองถูกกดลงจนต้องลืมตาขึ้นมาในความมืด ราวๆ หนึ่งชั่วโมงที่แล้วเทรซิสบอกว่าจะนั่งดื่มที่ห้องนั่งเล่น แต่ตอนนี้สัมผัสที่กำลังเคล้นคลึงบริเวณบั้นท้ายจากมือเย็นๆ ทำให้เธอรับรู้ว่าเขาเพิ่งอาบน้ำมา
“เบลล์” เสียงเรียกแผ่วเบาคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ว่าคนเรียกกำลังรู้สึกยังไงดังขึ้น
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้หันไปมอง หรือทำให้เขารู้ตัวว่าตนเองไม่ได้หลับ
“ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้หลับ หันมา”
คนที่ดีแต่ออกคำสั่งกับคนอื่นเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด ก่อนที่แสงสว่างสีวอร์มไลต์จากหัวเตียงฝั่งของเขาจะถูกเปิดขึ้นมา ส่วนมือที่วางอยู่บนบั้นท้ายของเธอก็เริ่มออกแรงบีบเบาๆ
“ฉันง่วง” ในที่สุดเสียงหวานก็ต้องพึมพำบอกเขาอย่างขอความเห็นใจ “ถ้านานกอดฉัน ฉันต้องมีอารมณ์แน่เลย”
เทรซิสหัวเราะกับคำพูดตรงไปตรงมาของคนตรงหน้า มือที่วางอยู่บนสะโพกอวบเปลี่ยนเป็นการพาดลงบนเอวของคนตัวเล็กแทน
“ถ้าแค่นี้คงได้ เธอคงไม่เสร็จเพราะแค่ถูกฉันวางมือที่เอวตอนนอน”
“นายมันปากเสีย” ดวงตากลมโตค่อยๆ หลับตาพริ้มอีกครั้ง ก่อนจะเบิกตาโพลงเมื่อร่างกายแกร่งขยับเข้าไปมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากด้านหลัง “ทำแบบนี้ฉันนอนไม่ได้นะ...”
“เธอพูดจริงหรือเปล่า ที่เรื่องที่บอกว่าอนาคตข้างหน้าเธออาจจะนอนกับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน”
ที่แท้ก็เรื่องนี้
ร่างเล็กพลิกตัวหันไปคุยกับเขาอย่างจริงจัง บางทีการพูดคุยด้วยดีๆ คนอย่างเทรซิสอาจรับฟัง
“อาการที่เบ...ที่ฉันเป็นตอนนี้มันคือระยะเริ่มต้น นายคงเห็นว่าฉันไม่เคยปฏิเสธนาย ต่อให้มันจะรุนแรงหรือป่าเถื่อนขนาดไหน” การกระทำไร้ซึ่งความอ่อนโยนบนเตียงมันยิ่งปลุกเร้าให้เธอถึงสวรรค์เร็วขึ้น
ความโหดร้าย และผิดศีลธรรม มันยิ่งทำให้จิตใจเบื้องลึกของเบลล่าโหยหามันซ้ำๆ
“ในตอนนี้นายยังต้องการร่างกายของฉัน มันจึงไม่เกิดปัญหา แต่ในอนาคตข้างหน้า ถ้าฉันไม่มีนายไว้คอยช่วยแบบนี้จะทำยังไง นายคิดหรือเปล่า?” คนตัวเล็กสบตานิ่งมองหน้าของเขา ก่อนที่จะถือวิสาสะเอื้อมมือจับแก้มสากเบาๆ เป็นการขอร้อง “ฉันอยากหาย อยากใช้ชีวิตปกติไม่ใช่ว่าหายแล้วจะเลิกคบกับนายนี่”
“ฉันจะมั่นใจได้ยังไง วันนี้เธอยังจับฉันโยนให้คนอื่น”
“ต่อให้ฉันโยนนายให้คนอื่น ถ้านายไม่ไปฉันจะทำอะไรได้”
“แล้วไม่คิดว่าฉันจะเสียใจ? เหอะ!” มือของเขาบีบคางเธอจนหน้ายู่ ก่อนจะฉวยเอาจูบของเธอตามอำเภอใจ “อยากท้องก่อนเรียนจบหรือไง?”
“หยาบคายชะมัด ฉันไม่อยากคุยกับนายแล้ว”
นักเขียนสาวขยับตัวนอนหันหลังให้อีกครั้ง แต่ทว่าเทรซิสกลับตามเข้ามาเอาแผ่นอกแกร่งเบียดหลังเธอนอนอย่างเอาแต่ใจ
จำได้ว่าไม่เคยใส่นิสัยปัญญาอ่อนแบบนี้ ปกติเขาควรจะเป็นคนคูบ สุขุม เย็นชา แต่ร้อนแรงบนเตียง
แล้วทำไมมันติ๊กถูกแค่อย่างหลังกันล่ะ
“นี่...” เสียงทุ้มดังขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เธอเพิ่งนอนหันหลังให้ไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ
“อย่ามาชวนฉันคุย จะนอน โอ๊ย!” เสียงหวานร้องครางด้วยความเจ็บ
ไอ้หมาบ้านี่มันกัดไหล่เธอ!
“อย่ากัดฉันเทรซิส” น้ำเสียงเจืออารมณ์หงุดหงิดเปล่งออกมาอย่างลืมตัว
แต่ให้ตาย เธอเจ็บมากจริงๆ เขากัดเธอจนจมเขี้ยวเลยก็ว่าได้
“จะไปหาหมอวันไหน ฉันจะไปด้วย”
“ไม่ต้องหรอก ฉันไปคนเดียวได้”
“ฉันถามว่าวันไหน...” มือหนาจับเธอหันกลับมาคุยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“...มะรืนนี้ก็ได้” สุดท้ายก็ต้องอ้อมแอ้มให้คำตอบออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“กับหมอคนเดิมไหม?”
คราวนี้เธอเองที่เป็นฝ่ายเงียบ พยายามใช้ความคิดว่าหมอคนเดิมคือใคร เคยเขียนฉากที่เบลล่ามีสัมพันธ์กับนายแพทย์วัยกลางคนเพียงครั้งเดียว นอกนั้นมักจะเป็นการบรรยายกล่าวถึงมากกว่า
“ฉัน...อยากได้หมอผู้หญิง”
“ก็ดี ฉันจะเลือกให้” รอยยิ้มกริ่มคล้ายกับพอใจสิ่งที่เธอพูดแสดงออกมาอย่างไม่ปกปิด
“จุ้น!” เธอด่าเขาอย่างไม่จริงจังนัก คงเป็นเพราะหมั่นไส้ท่าทางกวนประสาทของมาเฟียหนุ่มเมื่อครู่นั่นแหละ
“หัดพูดกับผัวดีๆ ถ้าไม่อยากมีรอยทั้งตัวตอนไปหาหมอ”
“กรี๊ดดด~!! แสลงหูมาก ผัว!? เราเป็นแค่คู่หมั้นกับคู่นอนกันไม่ใช่หรือไง?”
“คู่นอน? เห็นฉันเป็นแค่คู่นอนเหรอ!?”
ร่างแกร่งขยับขึ้นมาคร่อมทับ คนนอนอยู่ใต้ร่างทำตาปริบๆ เทรซิสจ้องหน้าเธอพร้อมกับจิ๊ปากใส่ด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะตัดสินใจทิ้งร่างลงทับตัวเธอจนแทบบี้แบน
“อึก! จะ เจ็บนะ” ไอ้บ้านี่...
“เธอนี่วอนจริง เลยนะ” ฟันคมกัดเข้าที่ไหล่ข้างเดิมของคนตัวเล็กอีกครั้ง ก่อนที่ฝ่ามือร้อนจะสอดเข้ามาในเสื้อยืดของเธอพร้อมกับบีบฐานนมเธอเล่นเบาๆ “อยากอุ้มท้องเรียนตอนปีสุดท้ายหรือไง”
“มะ ไม่เอานะ”
“งั้นก็กลับมาเป็นคนเดิมสักที...” ใบหน้าของอีกฝ่ายซุกลงกลางอกเธองอแงคล้ายเด็กเอาแต่ใจ “เราหมั้นกันมาตั้งนาน แต่วันนี้จู่ๆ เธอก็พาฉันไปหาผู้หญิงคนอื่นเนี่ยนะ...”
“เทร...”
“ฉันไม่มีค่ากับเธอเลยหรือไง”
“ไม่ใช่แบบนั้น” เธอคิดน้อยไปหน่อย ลืมไปซะสนิทว่านี่คือเทรซิสก่อนที่จะเจออลิซในอีกสองปีข้างหน้า
ตอนนี้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ใช่คู่นอน แต่คือคู่หมั้น และเพิ่งมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันได้ไม่นาน
เขาคงรู้สึกแย่มาก...
“ขอโทษ จะไม่ทำแล้ว”
“ก็ลองทำอีก” ดวงตาสีเข้มของอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาสบตากันในความมืด “เธอจะได้เห็นฉัน อย่างที่ไม่เคยเห็น”
ใบหน้าสวยเจื่อนลงกับคำพูดนั้น เขาโกรธเธอมากขนาดนั้นได้ยังไง
ยกเว้นว่า...
“ชอบฉันเหรอ?”
“ไม่ชอบแล้วจะหมั้นทำไม”
คุณพระ...
เทรซิสเมื่อสองปีก่อนเจออลิซเคยชอบเบลล่า เรื่องนี้ขนาดเธอที่เป็นคนเขียนยังไม่รู้เรื่องเลย
“ทำไมถึงชอบ”
“เธอแปลก”
“ฮะ?”
“เธอ-แปลก”
ไอ้บ้านี่!!
“เธอน่าสนใจมาก อยู่ดีๆ ก็ทำตัวเหมือนเลิกชอบฉัน ทั้งที่ชอบฉันมากมาตั้งแต่ยังเด็ก เธอทำเหมือนเบลล่าเพื่อนวัยเด็กของฉันไม่มีอยู่บนโลกนี้แล้ว”
อ้อ...เขาคงหมายถึงเธอในตอนที่มาอยู่ในร่างของเบลล่าแล้ว
เดี๋ยวนะ...
งั้นก็แปลว่าที่เทรซิสบอกว่าชอบเธอ เขา-ชอบ-เธอ ไม่ใช่เบลล่า
“ชะ ชะ ชอบฉัน!?”
“ติดอ่างทำไม ตลก -_-”
“นายชอบฉัน ชอบฉันเนี่ยนะ”
เธอน่ะ เป็นมัมหมีของเขาได้เลยนะ ก็เธอคือคนที่สร้างเขาขึ้นมา แล้วจะมาชอบเธอเนี่ยนะ
“แล้วทำไมฉันจะชอบเธอไม่ได้”
นั้นก็เพราะ...นั่นสิ ทำไมจะไม่ได้
“แล้วถ้าวันหนึ่งฉันกลับไปเป็นแบบเดิมล่ะ ไปวิ่งตามนายเหมือนเดิม ทำตัวน่ารำคาญ เอาแต่ใจ”
“ทำไงได้ล่ะ ก็ฉันชอบเธอไปแล้ว และไม่คิดจะชอบคนอื่น”
ให้ตาย ใจเธอเต้นแรงชะมัด ต่อให้มันจะเป็นแค่เรื่องในนิยายก็เถอะ
“แล้วสรุปฉันชอบเธอได้หรือเปล่า?” คนที่นอนซุกหน้าอยู่กลางอกนุ่มเงยหน้าถามอย่างเอาแต่ใจ
เป็นมาเฟียแต่มีมุมนี้เนี่ยนะ คิดว่าทำแบนี้มันน่ารักมากหรือไง
“ก็คงได้แหละ...”
น่ารักก็ได้ ชิ!