Prologue
ปึง!
ซองจดหมายสีขาวสองฉบับถูกโยนลงบนโต๊ะของผู้อำนวยการหนุ่มวัยกลางคนด้วยความโกรธ เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอมส้มกระแทกตัวนั่งลงที่เก้าอี้ด้านหน้าโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาตด้วยซ้ำ
“ทำไมไม่เคาะประตู”
ผู้จัดการสาวแค่นหัวเราะอย่างดูถูกให้กับคนบ้าอำนาจที่ถามถึงมารยาททั้งที่บางวันเธอมองเข้ามาในห้องทำงานของเขา พีทยังจุดบุหรี่สูบในห้องแอร์อยู่เลย
“จดหมายนี่มันอะไรคะ!!” แอนนาผลักซองที่เพิ่งปาใส่โต๊ะเขาเพื่อขอคำอธิบาย
พีทไม่หยิบมันออกมาดูด้วยซ้ำ เพราะเขานั่นแหละเป็นคนส่งจดหมายพวกนี้ไปที่อีเมลของฝ่ายบุคคล
“ไม่พอใจเรื่องเงินเดือนเหรอ มันปรับขึ้นตามโครงสร้างบริษัท” เขาพูดราวกับเป็นเรื่องไม่สำคัญ
“ไม่ใช่ค่ะผู้อำนวยการ ฉันเขามาคุยเรื่องการเลื่อนขั้นของเด็กในทีมต่างหาก”
“อ้อ...จริงด้วย ลูกน้องในทีมคุณเพิ่งได้ขึ้นเป็นซีเนียร์สองคน”
“แต่สองคนนั้นไม่ใช่คนที่ฉันส่งรายชื่อให้คุณ!!”
แต่ดันกลายไปเป็นพนักงานใหม่อย่างโอลิเวียกับป้าเมแกนที่วันๆ ไม่ทำห่าอะไรเลย!
“ซอรี่นะแอนนา ปีนี้แผนกของเรามีโควตาซีเนียร์แค่สองที่ ฉันเห็นว่าเมแกนอยู่ในบริษัทมายี่สิบห้าปีแล้ว มันน่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสม”
“เหอะ! คุณมองที่ความอาวุโสเหรอพีท เคยแหกตาดูไหมว่าเมแกนเป็นยังไง เราเข้างานเก้าโมงเช้าแต่เมแกนมาสิบโมง แถมมาถึงแล้วยังเดินถืออาหารเช้าไปกินในครัวกว่าจะออกมาก็ปาไปสิบเอ็ดโมง คอมพิวเตอร์ยังเปิดไม่ถึงสองชั่วโมงก็ออกไปกินมื้อเที่ยงแล้วด้วยซ้ำ”
“...”
พีทกลอกตาไปมองผ้าม่านริมหน้าต่าง ทำท่าทางเหนื่อยหน่ายหลังจากฟังเธอสาธยายเรื่องลูกน้องในแผนก เขาจิ๊ปากพร้อมยกมือลูบหนวดจิ๋มเหนือริมฝีปากตนที่ตื่นมาบรรจงเล็มทุกเช้าพลางทำท่าครุ่นคิด
แอ็กติ้งที่ทำมาตลอดห้าปี! เหมือนจะรับฟังแต่ก็ไม่...
“ไม่เป็นไรพีท งั้นเรามาดูโอลิเวียดีกว่า...” แอนนาเงียบตั้งสติก่อนจะเริ่มคุยเริ่มพนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงครึ่งปี แต่มีคดีกับเธอนับไม่ถ้วน “เดือนนี้โอลิเวียมาสายเจ็ดครั้ง แถมยังลางานโดยที่ไม่แจ้งล่วงหน้า”
แน่นอนว่าเธอส่งเรื่องนี้ให้พีทไปจัดการกับฝ่ายบุคคลหลายครั้ง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือความเงียบ
เรื่องที่รายงานหายเข้ากลีบเมฆราวกับเธอฝันไป!
“คนเรามันก็ต้องมีธุระปะปังเร่งด่วนกันบ้าง~”
“ธุระเหรอ ฉันได้ข่าวว่าเธอป่วยเพราะตามไปช่วยคุณดูทิศทางลมที่สนามกอล์ฟเมื่อวันเสาร์”
“นั่นไง~ เธอช่วยผมทำงานตอนวันหยุด บุคลากรที่ทุ่มเทให้กับองค์กร รู้หรือเปล่าว่าผมไปตีกอล์ฟกับผู้อำนวยการบริษัทไอที...”
“แล้วโอลิเวียที่เป็นธุรการไปทำอะไรที่สนามกอล์ฟ! มันหน้าที่เลขาไม่ใช่เหรอ” เมเนเจอร์สาวพูดแทรกก่อนที่อีกฝ่ายจะอธิบายจบด้วยซ้ำ
คราวนี้พีทไม่ตอบ เขาทำทีเป็นหยิบเมาส์คอมพิวเตอร์มาเคาะเล่น จากนั้นก็หมุนตัวหันหลังให้แกล้งทำเป็นหาสายชาร์จ แต่เมื่อหันกลับมาเห็นแอนนายังคงเอาแต่กอดอกจ้องหน้ากดดันจึงถอนหายใจ
“ก็ได้ๆ งั้นผมจะเปลี่ยนจากเมแกนเป็นเด็กคนโปรดคุณคนหนึ่ง เลือกมาสิ”
สติของเธอขาดผึ่งนับตั้งแต่ประโยคนั้น แอนนารู้สึกเหมือนความดันเธอพุ่งขึ้นจนอุณหภูมิบนใบหน้าร้อนวูบไปหมด
“เลือกสิ คนของคุณหนึ่ง คนของผมหนึ่ง” เขาผลักแฟ้มหล่นใส่ตัวเธอพลางเลิกคิ้ว
ในที่สุดพีทรับออกมาโต้งๆ ว่าโอลิเวียคือคนของตัวเอง
“ไปตายซะพีท!!”
เธอปาแฟ้มใส่เขาคืนด้วยความหงุดหงิด เดินกลับมานั่งกระแทกก้นลงบนเก้าอี้ทำงานตนเองตามด้วยการยกสองมือกุมศีรษะแน่น
“แอนนา หน้าพี่ดูไม่ค่อยดีเลย มันแดงมาก” หนึ่งในลูกทีมของเธอเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าเจ้านายสาวเพิ่งออกมาจากห้องผู้อำนวยการด้วยท่าทีโกรธจัด
นี่คือหนึ่งในคนที่ทุ่มเทกับงาน แต่พีทกลับยกตำแหน่งที่ควรจะเป็นของเธอให้เมแกนและโอลิเวีย
“ก็ฉันโมโหน่ะสิ!” แอนนามั่นใจว่าตนเองเสียงดังมาก แต่เธอไม่ได้พูดเพราะระบายความหงุดหงิดใส่ลูกน้อง
เธอพูดกระทบสองคนนั้นที่นั่งถัดออกไปต่างหาก แถมโอลิเวียยังทำท่ายักไหล่ไม่แคร์อีก
แม่งเอ๊ย!
“เราไม่เป็นไร”
“พวกเธอไม่เป็น แต่ฉันเป็น!”
ให้ตาย...เธอปวดหัวเหมือนมันกำลังจะระเบิดเลย แถมตัวเธอยังร้อนมาก
แอนนาโบกมือเชิงไล่ลูกน้องตนเองกลับไปทำงานต่อ ปัญหานี้ไม่ควรกวนใจใครจนกระทบกับเวลางาน
เมเนเจอร์สาววัยสามสิบถอนหายใจอย่างพยายามสงบสติอารมณ์ตนเอง รู้ดีว่าสาเหตุที่ทำให้พีทกวนตีนเธอแบบนี้เพราะแอนนาเคยเป็นลูกน้องของคู่แข่งในการทำงานมาก่อน
ซึ่งหัวหน้าคนเก่าเธอก็ถูกปฏิบัติอย่างเดียวกับที่พีทกำลังทำ ด้วยการโปรโมตพีทขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการแทนตัวเองที่ขึ้นไปเป็นไดเร็กเตอร์ ทั้งที่หัวหน้าคนเก่าของเธอทำงานถวายชีวิต
แต่สำหรับแอนนา เธอไม่มีทางลาออกถ้าไม่ผิด!! คนที่ต้องลาออกควรเป็นเขากับอีนั่น!!
ยาคลายเครียดที่ได้รับการจ่ายจากแพทย์ถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าสะพาย แต่เมื่อพนักงานออฟฟิศสาววัยสามสิบก้มลงไปใต้โต๊ะทำงานตนเองหวังหยิบขวดน้ำขึ้นมากลับพบความว่างเปล่า
น้ำหมด...
ยาที่เพิ่งเอาออกมาจากขวดจึงถูกเก็บไว้ที่เดิม เอาไว้ค่อยกินหลังจากเสร็จธุระคงไม่เป็นไร
ติ๊ง!
ติ๊ง!!
ติ๊ง!!!
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์คนในออฟฟิศพร้อมใจกันดัง คนที่ปวดหัวเพราะความดันขึ้นรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย แต่ทำอย่างไรได้ ในเมื่อหนึ่งในบรรดาหลายสิบการแจ้งเตือนนั้นมีเครื่องของเธอด้วย
และเมื่อหยิบมันขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นการแจ้งเตือนอัปเดตนิยายรายตอนที่กำลังเป็นกระแสตอนนี้
‘กระต่ายน้อยของคลาสัน’
นิยายรักโรแมนติกที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับบันนี่ บลูเบลล์ สาวน้อยน่ารักทายาทโรงแรมใหญ่ในริเวิร์นเดลซิตี้ เมืองหลักของการดำเนินเรื่องทั้งหมด ที่ดันขายโก๊ะจนถูกตาต้องใจ คริส คลาสัน พระเอกที่เป็นลูกชายของประธานสภาเทศบาล แต่ดันมีนางร้ายอย่างวิเวียน วิลกินสันลูกสาวนายกเทศมนตรีประจำเมืองเป็นมารผจญคอยขัดขวางความรักของทั้งคู่ตลอด ทำให้คลาสันเข้าใจบันนี่ผิดหลายครั้งจนเกิดฉากดราม่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำเอานักอ่านอย่างพวกเธอทัวร์ลงนักเขียนสามวันสามคืนติดก็ทำมาแล้ว
แต่ความประสาทแดกของพระเอกและความใสซื่อของนางเอกกลับเป็นจุดขายของเรื่อง แถมยังมีคนรอสาปนางร้ายของเรื่องแทบทุกครั้งที่ออกมา
หรือขนาดไม่ได้ออกมาตอนนั้นยังถูกด่ากระทบ คิดดูสิ!
อธิบายเป็นตุเป็นตะขนาดนี้คงไม่ต้องบอกว่าติดเข้าเส้นขนาดไหน วันไหนนักเขียนไม่อัปเดตตอนใหม่แทบนอนกันไม่หลับ
พอคิดถึงตอนที่กำลังอ่านค้าง ความดันหัวยิ่งพุ่งขึ้น เมื่อคืนหลังจากอาบน้ำและกำลังจะเข้านอนดันไปอ่านเจอตอนยัยวิเวียนใส่ร้ายว่าบันนี่ขโมยของเพื่อนสนิทตนเองแถมกำลังจะวางยาพระเอกให้หลับนอนกับตัวเองซะด้วย
วันนี้คงเป็นตอนหลังจากนั้น ถ้าคลาสันเสร็จยัยนั่นเธอคงอกแตกตาย!
แต่ตอนนี้แอนนาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะอ่านนิยาย เธอต้องไปคุยกับฝ่ายบุคคลเรื่องปรับตำแหน่งคนในทีม ก็เลือกเองแล้วกันว่าจะฟังคนที่ทำงานอย่างเธอ หรือว่าไอ้เวรที่วันๆ เอาแต่หาอีหนูตัวใหม่มาปรนเปรอตนเอง
“ฉันจะไปหาเอชอาร์ ทำงานกันเงียบๆ ล่ะ”
แอนนาตัดสินใจเปิดหน้าชน ถ้าเธอที่เป็นหัวหน้าไม่ปกป้องลูกน้องตนเอง แล้วตำแหน่งที่ได้มามันจะมีค่าอะไร
แฟ้มในมือถูกยกขึ้นมากอดเข้ากับอกแน่น แต่เพียงร่างระหงคว้าสูทตนเองขึ้นมาสวมและหยัดกายลุกขึ้น โลกที่มองเห็นก็หมุนคว้างทรงตัวไม่อยู่ ก่อนจะรู้สึกว่าศีรษะตนเองกระแทกของแข็งจนสั่นไปทั้งหน้า
“แอนนา!!”
“กรี๊ดดด!!!”
เสียงกรีดร้องโวยวายดังขึ้นในขณะที่โลกของเธอกำลังมืดมิด เพราะเธอตัดสินใจไม่กินยาเมื่อกี้หรือเปล่า
ไม่สิ! เพราะมีคนอย่างพีทต่างหาก
“ทำไงดี!! แอนนาชักไม่หยุดเลย!! #@£¢£%#&฿#”
เธอจับประเด็นคำพูดของลูกน้องตนเองหลังจากนี้ไม่ได้เลย บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้ตั้งสติกันตอนทำงาน
เธอควรจะรีบตามรถพยาบาล ไม่ใช่โวยวายแบบนี้
แม้จะอยากพูดอย่างนั้นแต่ร่างกายกลับไม่อาจขยับได้ตามใจนึก เสียงแตกตื่นของคนทั้งออฟฟิศทำเอาเมเนเจอร์สาวปวดหัวยิ่งกว่าเดิม เธอยอมแพ้ร่างกายตัวเองแล้ว
แต่ก่อนตาย อย่างน้อยขออ่านนิยายตอนใหม่ก่อนไม่ได้เหรอ