สภาพแวดล้อมขาวโพลนราวกับหมอกในตอนกลางวัน ทำเอาแอนนาเกิดความสับสนชั่วขณะ
เมื่อกี้เธออยู่ที่ออฟฟิศไม่ใช่เหรอ
ตายหรือยัง?
‘กึก...กึก...กึก...’
เสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินกระทบพื้นทางเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนเธอหยุดสนใจเรื่องของตนเองไปชั่วครู่ ยิ่งเสียงนั้นเข้ามาใกล้จุดที่ตนเองยืนอยู่สภาพห้องสีขาวก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปกลายเป็นห้องโถงกว้างหรูหรา เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาภายในงาน
แอนนาเงยหน้ามองแชนเดอร์เลียคริสตัลขนาดใหญ่กลางห้องโถง ความยิ่งใหญ่ของมันแสดงให้เห็นว่า ที่แห่งนี้คือสถานที่จัดงานเลี้ยงที่คนอย่างแอนนา ลีนส์ไม่มีวันได้รับเกียรติให้เข้าร่วม
ทุกคนในงานสวมหน้ากากขนนกปิดบังใบหน้า แต่งกายด้วยชุดสูทและเดรสธีมสีดำแดง แถมยังประโคมเครื่องประดับแบบจัดเต็มชนิดไม่กลัวถูกจี้ปล้น ต่างคนต่างขยับปากพูดคุยเรื่องของตนเอง แต่แอนนาไม่ได้ยินเสียงสนทนาสักประโยคราวกับเป็นลำโพงที่ถูกปิดเสียงเอาไว้
‘กึก...กึก...กึก...’
เสียงเดินนี่อีกแล้ว น่าแปลกที่เธอไม่ได้ยินเสียงสนทนาอะไรเลย แต่กลับได้ยินเสียงเดินของใครบางคนชัดเจนราวกับกำลังเดินวนไปมาในสมองของเธอไม่หยุด พนักงานออฟฟิศสาวหันตามทิศทางของเสียง จึงพบว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่งในชุดเดรสสีแดงโดดเด่นเพิ่งเดินมาถึงงาน
เจ้าของผมสีดำดันลอนจนหยิกธรรมชาติกับริมฝีปากกระจับปาดลิปสติกสีไวน์แดงกำลังเดินเข้างานด้วยสีหน้ามาดมั่นจนน่าหมั่นไส้
เป็นคนสวยแบบที่ไม่ต้องถามความเห็นใคร แต่แววตาหยิ่งยโสและร้ายกาจนั่นสิ
เพียะ!
ไม่ทันขาดคำมือที่ประดับด้วยเล็บเจลของเธอคนนั้นก็ประทับบนใบหน้าผู้หญิงอีกคนทันทีที่เดินถึงโต๊ะกลม
เสียงการสนทนาที่ไม่เคยได้ยินในตอนแรกก็ค่อยๆ ดังขึ้นจนได้ยินชัดเจนในที่สุด
“ไม่อ่านแชตกลุ่มหรือไง ฉันบอกว่าห้ามใส่ชุดสีเดียวกับฉัน” คนลงมือเชิดหน้าถามคนโดนตบด้วยมาดนางพญา
“ฉะ ฉันขอโทษนะวิเวียน ฉันเพิ่งกลับจากทิมเบอร์ตัน ไม่ได้จับโทรศัพท์เลย”
ผู้หญิงคนนั้นยกมือกุมหน้าตนเอง หลบตาอธิบายกับอีกคนด้วยอาการหวาดกลัว โดยที่เพื่อนอีกสี่ห้าคนได้แต่นั่งเงียบ ไม่มีใครยื่นมือช่วย
เดี๋ยวนะ! วิเวียน!?
แอนนารู้สึกเอะใจกับชื่อของยัยตัวแสบตรงหน้า ขยับตัวเข้าไปดูหน้าผู้หญิงคนนั้นใกล้ๆ โดยไม่รู้ตัว และมันก็เป็นอย่างที่นักเขียนเรื่องกระต่ายน้อยของคลาสันบรรยายหน้าตานางร้ายของเรื่องเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน
‘เธอคือนังตัวแสบ วิเวียน วิลกินสัน ผู้หญิงที่มีใบหน้าสวยสะกดดั่งฟ้าประทาน ผมสีดำสนิทราวกับผืนผ้าที่สะบัดตามสายลมยามรัตติกาล ดวงตาสีเดียวกันแฝงไปด้วยความเลือดเย็นและเด็ดเดี่ยวดั่งที่ชาร์ค วิลกินสันผู้เป็นบิดาปลูกฝังความอำมหิตไว้ในใจจนหยั่งรากลึกถึงก้นบึ้งหัวใจ’
แอนนายืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก ทำไมเธอถึงมาอยู่ในเรื่องนี้ได้ เมื่อรู้ว่าอีกคนคือใครก็อดไม่ได้ที่จะสำรวจสภาพแวดล้อมอีกครั้ง
ภาพฝูงชนสวมหน้ากากขนนกกับงานเลี้ยงสุดจะเลิศเลอเพอร์เฟกต์อลังการ
วันเกิดคริส คลาสัน!!
จำได้แล้ว! หลายตอนก่อนหน้ามีฉากที่คริส คลาสัน พระเอกของเรื่องพูดกับบันนี่ บลูเบลล์ว่าจะจัดงานวันเกิดที่โรงแรมของเธอ
ในตอนแรกแอนนานึกว่าคริสแค่ต้องการหาเรื่องคุยกับบันนี่ซะอีก นี่มีฉากงานวันเกิดจริงดิ!
“ทิมเบอร์ตัน? เหอะ! กลับบ้านนอกไปหาแม่ที่ถูกพ่อเธอขอหย่าเพราะคบชู้สินะ” วิเวียนค่อนขอดอีกคนด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด กอดอกมองเหยียดอย่างคนเหนือกว่า
ยัยบ้านี่สันดานเสียชะมัด ทั้งๆ ที่แม่ตัวเองก็ตายตั้งแต่เธอยังเด็กแล้วถูกพ่อเลี้ยงด้วยไม้เรียวมาตั้งแต่เด็กแท้ๆ ยังจะมีหน้ามาบูลลี่ครอบครัวคนอื่นอีก
แต่เอ๊ะ!
แอนนาเพิ่งสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง เธอยืนอยู่ตรงนี้ตั้งนาน ทำไมไม่มีใครสังเกตเห็นเลย หากเป็นปกติแอนนาคงถูกยัยวิเวียนคนนี้มองด้วยหางตาที่สะเออะยืนฟังตนเองกับเพื่อนสนทนากันไปแล้ว
เมเนเจอร์สาวทดสอบด้วยการหันไปคว้าแก้วเครื่องดื่มใกล้ๆ ก่อนจะตกใจผงะเมื่อมันวืดผ่านราวกับคว้าอากาศ
ไม่สิ! เป็นมือเธอต่างหากที่กำลังโปร่งใส
“ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้ หรือไม่ก็กลับไปซะ!”
“อนุโลมครั้งนี้ได้ไหมวิเวียน ฉันอยากมางานวันเกิดของคริส คลาสัน”
“เป็นแค่ยัยคนที่แม่มีชู้แต่กลับกล้าพูดขนาดนี้กับฉันงั้นเหรอ จำใส่หัวไว้...ว่าคริสเขาเป็นของฉัน” ดวงตาสีนิลวาววับหลังจากประกาศความเป็นเจ้าของต่อลูกชายประธานสภาเทศมนตรีชัดถ้อยชัดคำ
น่าสงสารมาก...ผู้หญิงคนนั้นหน้าเจื่อนไปเลย
ก็อย่างว่า คริส คลาสันโคตรจะฮอต ถึงจะสันดานสุนัขไม่รับประทานแต่สาวๆ กว่าครึ่งริเวิร์นเดลซิตี้ชอบเขา แต่สำหรับแอนนาแล้วไม่ใช่ เธอไม่ชอบพระเอกอย่างคริส คลาสันเพราะมันทำให้แอนนานึกถึงไอ้พีท ที่ทนอ่านต่อเพราะชอบบันนี่ บลูเบลล์และอยากเห็นจุดจบของวิเวียน วิลกินสันต่างหาก
อยากตบยัยนี่ชะมัด สักทีดีไหมนะ
“ฉะ ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น...” คนถูกตบอ้อมแอ้มโกหก “ฉันแค่อยากร่วมงานวันเกิดเขา ฉันรู้ว่าเธอชอบคริส คนอย่างฉันจะเอาอะไรไปสู้เธอล่ะวิเวียน”
“ก็ดีที่รู้ตัว...” รอยยิ้มภาคภูมิใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย
แวบหนึ่งแอนนารู้สึกว่าหากผู้หญิงคนนี้ไม่ชอบทำหน้าเหมือนนางปีศาจด้วยการแสยะยิ้มมุมปากคงเป็นผู้หญิงที่สวยมาก แต่จากการบรรยายของคนเขียนที่บอกว่า ก่อนที่บันนี่ บลูเบลล์จะมาอยู่เมืองนี้ วิเวียน วิลกินสันคือสาวฮอตประจำเมืองไม่ต่างจากคริส พระเอกของเรื่อง นอกจากจะเป็นถึงลูกสาวนายกเทศมนตรีของเมือง ความสวยยังโดดเด่นไม่ต่างจากเซเลบริตี้จนผู้ชายค่อนเมืองมองเหลียวหลัง
นอกจากวิเวียนจะเกลียดบันนี่เพราะรู้ว่าคริสชอบเธอ ยังเกลียดด้วยเหตุผลที่บันนี่สวยแย่งซีนตัวเองด้วยนั่นแหละ
“แปลว่าเธออนุญาตให้ฉันอยู่ในงานนี้ต่อใช่ไหม!” ผู้หญิงคนนั้นยิ้มแก้มปริ ดีใจที่ดูเหมือนคราวนี้วิเวียนจะยอมฟังง่ายๆ
ทว่า...
“ได้ เธออยู่ได้แน่ริชชี่”
ซ่า...!!!
เพล้ง!!
“กรี๊ด!!”
ไวน์สีแดงแก้วใหญ่บนโต๊ะถูกสาดใส่ผู้หญิงที่ชื่อริชชี่จนเลอะไปทั้งตัว แต่เสียงกรี๊ดเมื่อกี้ไม่ได้มาจากคนถูกสาด แต่เป็นเสียงของแอนนาเอง ที่ตกใจจากการถูกวิเวียนปาแก้วไวน์ทะลุร่างของเธอตกใส่พื้นจนแตก
“ถ้าจะอยู่ก็อยู่ในสภาพนี้ ไม่อย่างนั้นก็กลับไปซะ!”
แอนนาถึงกับครางในลำคอ สภาพเปียกโชกของริชชี่ไม่ได้ชวนมองแม้แต่น้อย นี่มันเป็นการบังคับให้กลับทางอ้อมชัดๆ
แอนนากอดอกมองยัยตัวร้ายของเรื่อง เธออยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะทำอะไรต่อ ยิ่งกว่านั้นคืออยากเจอหน้าบันนี่ บลูเบลล์
“เอาล่ะ พอแค่นี้ก่อน”
น้ำเสียงทรงอำนาจของใครบางคนดังขึ้นจากเหนือศีรษะ เพียงแค่รู้สึกถึงการมีอยู่ของเสียงนั้น งานเลี้ยงสุดอลังการตรงหน้ารวมถึงผู้คนในงานก็หายวูบไป เหลือเพียงห้องสีขาวไร้ขอบเขตสว่างจ้างอีกครั้ง
ไม่มีใครอยู่ตรงนี้เลยสักคน...
ยกเว้นเสียแต่ร่างของใครคนหนึ่งที่ยังยืนกอดอกแบบเดียวกันกับแอนนา
วิเวียน วิลกินสันยังคนยืนกอดอกด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง ก่อนที่ใบหน้าสละสลวยนั้นจะหันมาจ้องหน้าเธอพลางเหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อย
ผู้หญิงคนนี้มองเห็นเธอ!!