** คำเตือน❗️เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ ขอให้ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านครับ🩷
หลังจากที่คุณเจมส์กลับไปได้ไม่นาน เขาก็รีบติดต่อกลับมาหาฉันทันที วันนี้ที่ฉันกับคุณเจมส์นัดคุยกันเป็นวันศุกร์ คุณเจมส์คิดว่ายิ่งเข้าไปพบร่างบอสไวเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เขาเตรียมการให้ฉันเข้าไปที่โรงพยาบาลคิงวันพรุ่งนี้เลย แต่ที่น่าห่วงกว่าคือบอสดูเงียบลงไปเลยหลังจากที่ได้ยินที่ฉันบอกว่าเวลาของเขาเหลือน้อยแล้ว
“ บอส คิดอะไรอยู่คะ ”
เขามานั่งเหม่ออยู่ที่โซฟาตรงระเบียงห้องนอนแบบที่เขาชอบมานั่งอ่านหนังสือในทุกๆวัน ฉันเลยเดินเข้ามาดูอาการของเขาหน่อย เขาคงจะช็อคเหมือนกันแหละ ที่ชีวิตของตัวเองอยู่ระหว่างกลางของความเป็นและความตาย
( … )
“ คิดมากเรื่องที่ฉันพูดเมื่อเย็นหรอคะ ”
( อยู่ๆผมก็รู้สึกกลัวน่ะ เหมือนจะทำใจไว้แล้ว แต่พอเอาเข้าจริงๆ การทำใจไว้ก่อนล่วงหน้าเหมือนจะไม่ช่วยอะไรเลย )
ภาพเบื้องหน้าของเงาอันเรือนรางของชายหนุ่มลูกครึ่งหน้าตาหล่อเหลา สายตาที่เขามองทอดออกไปบนท้องฟ้ายามราตรีมันช่างหาคำอธิบายไม่ได้เลย เขาทำให้ฉันละสายตาออกจากใบหน้าของเขาไม่ได้แม้แต่เสี้ยววินาที
( จ้องอีกนิดผมจะทะลุแล้วนะไอล่า )
“ ตอนนี้ที่ฉันจ้องบอสอยู่ก็มองทะลุอยู่แล้วนะคะ ”
( ฉันจะจดเอาไว้ )
“ เรื่องอะไรหรอคะ ”
( เรื่องที่คุณกวนประสาทผม ถ้าผมตื่นขึ้นมาได้ ผมจะเอาคุณให้หนักเลย )
อึก
เอาให้หนักอะไรของเขาเนี่ย คำพูดดูธรรมดาแต่สายตาไม่เก็บเลยตาบ้า
“ ชิ ฉันไปเตรียมตัวอาบน้ำนอนก่อนดีกว่า พรุ่งนี้เดี๋ยวจะได้ไปทำเรื่องของบอสให้จบ จะได้รับค่าจ้าง บอสอย่าลืมค่าจ้างนะคะ ”
( ฉันไม่ลืมหรอกไอล่า )
“ น่ารักมากค่ะบอส ฝันดีนะคะ ”
ฉันลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอนโดยไม่ได้ฟังว่าบอสจะพูดอะไรต่อ ฉันไม่ได้เห็นแก่เงินหรอกนะ ไม่มีใครรู้หรอกว่าบอสจะกลับเข้าร่างได้หรือไหม หรือถ้ากลับเข้าร่างได้แล้ว บอสจะยังจำเรื่องราวของเราได้รึเปล่า
ครืด ครืด ครืด
ติ๊ด
“ ค่ะคุณเจมส์ ”
( ผมถึงแล้วครับ )
“ ได้ค่ะเดี๋ยวฉันลงไป ”
ติ๊ด
ฉันส่องกระจกเช็คความเรียบร้อยอีกที วันนี้ฉันเลือกแต่งกายด้วยกางเกงยีนส์ขายาวกับเสื้อแขนยาวเปิดไหล่เข้ารูปสีขาว ปล่อยผมยาวดัดลอนตรงปลาย ปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง เลือกสวมเป็นรองเท้าส้นไม่สูงมาก เอาไว้เตรียมพร้อมสำหรับวิ่งหนีโดยเฉพาะ เพราะฉันไม่รู้ว่าวันนี้จะต้องเจอกับอะไรบ้างน่ะสิ ไหนจะต้องรับมือกับคุณนายใหญ่แม่ของคุณลูเซียโนอีก เห้อ ห้าแสนที่ได้มามันจะคุ้มไหมเนี่ยยัยไอล่าเอ้ย
“ บอสจำได้ไหมคะว่าโรงพยาบาลอยู่ที่ไหน ”
( … )
ส่าย ส่าย
“ งั้นไปพร้อมฉันเลยนะคะ ”
( อืม )
“ สวัสดีครับคุณไอล่า ”
“ สวัสดีค่ะคุณเจมส์ ”
“ เชิญครับ ”
ปึก
“ บอสมาด้วยไหมครับ ”
“ ค่ะ นั่งอยู่ข้างหลัง ”
“ สวัสดีครับบอส ”
( เห้อ )
“ ถอนหายใจสินะครับ ”
“ คิก ว้าวคุณเจมส์นี่รู้ใจบอสจังเลยนะคะ ”
“ เราโตมาด้วยกันน่ะครับ ผมเห็นเขาเป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่งเลย เอาจริงๆถ้าให้ผมพูดแบบนี้ต่อหน้าบอสผมก็คงไม่กล้า เลยขอพูดตอนนี้เลยละกันนะครับบอส ”
ไม่น่าล่ะ บอสถึงได้เชื่อใจคุณเจมส์มากๆ อย่างว่าไม่งั้นคุณเจมส์ก็คงเป็นมือขวาของบอสไม่ได้หรอก ฉันมองกระจกหลังเห็นคนขี้เขินแกล้งเนียนหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างทั้งๆที่ปากกำลังกลั้นยิ้มอยู่
“ มีคนเขินด้วยล่ะค่ะคุนเจมส์ ”
( ไอล่า )
“ จริงหรอครับ คิกคิก ”
( เห้อ )
“ ดีจังเลยนะคะแบบนี้ ฉันขอถามได้ไหมคะว่าทำไมคุณถึงเชื่อใจฉัน ”
“ เพราะมันเหลือเพียงหนทางเดียวในตอนนี้ที่พอจะสามารถพาบอสกลับมาได้น่ะสิครับ ผมไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว บอกตามตรงพวกเราหมดหนทางแล้วจริงๆ ตอนนี้คุณไอล่าเป็นเหมือนความหวังอันหริบหรี่ของพวกเราเลยล่ะครับ ”
ผู้ชายวัยสามสิบปีผมทองหน้าตาดี ที่นั่งอยู่ด้านข้างของฉันมองตรงไปยังถนนเบื้องหน้า มุมปากยกยิ้มขึ้นเหมือนคนกำลังตั้งหน้าตั้งตารอความหวัง ทั้งๆที่เขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันจะทำมันสำเร็จได้หรือเปล่า
“ ฉันไม่ขอรับปากนะคะว่าฉันจะทำมันสำเร็จ แต่ฉันจะทำมันให้เต็มที่ค่ะ คุณเจมส์อาจจะยังไม่รู้ว่าบอสน่ะจ้างฉันแพงมากเลยนะคะ ”
“ หึ จริงหรอครับ บอสนี่ใจกว้างจังเลยครับ ”
( สนุกกันใหญ่เลยนะ )
“ พอตัวเลยล่ะค่ะบอสขา~ ”
( ผมขี้เกียจเถียงกับคุณแล้วไอล่า )
“ คิก คิก ”
เอี๊ยด
“ ถึงแล้วครับ พร้อมไหมครับคุณไอล่า ”
“ ฮู่ว พร้อมแล้วค่ะ ”
“ งั้นเราไปกันเลยนะครับ ”
“ ค่ะ แต่ก่อนอื่น มีที่ที่นึงที่ฉันต้องไปก่อนค่ะ ”
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลคิง คุณเจมส์ขับรถมาจอดที่ลานรถ vvip ของโรงพยาบาลคิง แต่ว่าฉันต้องไปที่ที่นึงก่อนจะพาคุณลูเซียโนเข้าไปในโรงพยาบาล ถามว่าโรงพยาบาลมีวิญญาณเยอะแยะมากมายไม่เห็นต้องขอแต่ทำไมกับคุณลูเซียโนเราถึงต้องทำ เพราะว่าฉันรู้สึกถึงสิ่งแปลกๆน่ะสิ ต้องไปสำรวจด้วยตัวเองก่อนฉันถึงจะวางใจได้ว่าคุณลูเซียโนสามารถเข้าไปได้โยไม่มีสิ่งกีดขวาง แล้วฉันก็ค่อนข้างเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองอีกด้วยว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ คุณลูเซีนโนถึงกลับเข้าร่างของตัวเองไม่ได้
“ ได้ครับ เดี๋ยวผมจะไปกับคุณด้วย เพราะถ้าเราเข้าไปพร้อมกัน ผมจะได้เซฟคุณด้วย ”
“ โอเคค่ะ ”
ตึก ตึก
ไม่รู้ว่าสิ่งนี้เรียกว่าความสามารถพิเศษได้รึเปล่านะ ที่ฉันมักจะไวต่อสิ่งลี้ลับและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ฉันเพิ่งเคยมาที่โรงพยาบาลคิงเป็นครั้งแรก แต่ฉันกลับสามารถรับรู้ได้ทันทีว่า ศาล ประจำโรงพยาบาลตั้งอยู่ส่วนไหนกันแน่ ฉันเดินนำพาตุณลูเซียโนและคุณเจมส์เดินมาเรื่อยๆ ตามทางด้านหลังของโรงพยาบาลคิง เมื่อเดินลึกเข้ามาก็พบเข้ากับสถานที่ที่ฉันกำลังตามหา ศาลของโรงพยาบาลคิงที่ทุกคนปกติกราบไหว้กันนั้นตั้งอยู่บริเวณหน้าโรงพยาบาล แต่ศาลที่มีเทพคุ้มครองจริงๆกลับเป็นเพียงศาลไม้เล็กๆที่ตั้งอยู่หลังโรงพยาบาล เป็นศาลไม้สีน้ำตาลเก่าๆ แต่กับสะอาดเหมือนมีคนคอยทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ มีต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นล้อมรอบอย่างหนาแน่น เมื่อก้าวเท้าเข้ามาบริเวณนี้เหมือนเป็นอีกสถานที่กับโรงพยาบาลเอกชนหรู บริเวรนี้ดูร่มรื่น สะอาดตา แต่กลับลึกลับ ส่วนด้านในศาลไม้มีคุณลุงสวมชุดสีขาวมีออร่าสีทองสว่างคนแสบตานั่งอยู่ด้านในนั้น
“ สวัสดีค่ะคุณลุงศาลเจ้าที่ ”
( … )
“ คุณลุงค้า ”
( ฮึ่ม มาผิดที่รึเปล่ายัยหนูคนนี้ )
“ หนูจะมาขออนุญาตพาคนๆนึงเข้าไปในโรงพยาบาลคิงค่ะ คุณลุงเจ้าที่ช่วยให้หนูพาเขาเข้าได้สำเร็จด้วยนะคะ ”
( ยัยหนูนี่คนรักนายเรอะ )
คุณลุง! ฉันได้ยินนะคะ! พูดจบลุงคุณเจ้าที่ก็ออกมาจากศาลไม้นั้น แล้วมายืนอยู่ข้างๆคุณลูเซียโน่ ไม่ตอบตกลงฉันไม่พอยังมาถามคำถามแปลกๆกับคุณลูกเซียโน่อีก แต่อีที่แปลกกว่าก็คือคำตอบของบอสฉันนั่นแหละ!
( ครับ เมียผม )
ขวับ
บอส! นี่ถ้าไม่ติดว่าฉันต้องแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นวิญญาณแล้วล่ะก็บอสโดนแน่!
( โฮะ แล้วข้างๆเมียนายนั่นใคร ชู้รึ )
( น้องชายครับ )
( ฮึมๆ ฝรั่งก็เชื่อเรื่องแบบนี้ด้วยสินะ แต่ทำไมถึงคิดว่าต้องมาที่นี่กันล่ะ )
( … )
( บอกยัยหนูนั่นสิว่าไม่ต้องแกล้งทำเป็นไม่เห็นข้าหรอก ข้ารู้)
“ แฮะๆ คุณลุงเจ้าที่รู้หรอคะ ”
( ฉันอยู่มาตั้งเท่าไหร่แล้วยัยหนูเอ้ย ว่าไงจะมาทำอะไรกันล่ะ เราน่ะคงจะมีบุญไม่น้อยเลยสินะถึงได้รู้แม้กระทั้งว่าที่ใดคือศาลจริง
“ ถ้าหนูมีบุญมากจริงๆคงไม่ลำบากแบบนี้หรอกค่ะ แฮะๆ ”
( บ้างอย่างมันก็มีเวลาที่เหมาะสมของมัน ว่าแต่เราน่ะรักเขามากเลยล่ะสิ )
“ คุณลุงคะ ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ ”
ฉันยกมือขึ้นปฏิเสธเหมือนกับคนเสียสติที่ยืนคุยกับอากาศคุณเจมส์ที่เห็นเหตุการณ์แบบนั้นก็ยืนมองฉันด้วยสายตากึ่งเชื่อกึ่งสงสัยแต่ก็ยืนมองฉันอย่างเงียบๆโดยไม่ท่วงอะไรฉันสักคำ
( เอาเถอะๆ จะทำอะไรก็รีบทำเเถอะอีหนู แล้วก็ลองมองหาอะไรที่มันอยู่ใต้ๆซะล่ะ )
“ คะ? ”
คุณลุงเจ้าที่มองตรงมาที่ฉันแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนจะแวบหายกลับเข้าไปในศาลไม้เช่นเดิม แต่สิ่งที่ท่านเจ้าที่ได้บอกกับก่อนไปนั้นมันติดใจฉันมาก ฉันคิดว่านั้นจะต้องเป็นคำใบ้อะไรสักอย่างให้ฉันในอนาคตแน่ๆ
“ ไปค่ะ บอส คุณเจมส์ ”