บทที่ 9 เธอที่แปลกไป

1318 คำ
ดนุพลอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตงิดใจแปลก ๆ เพราะตั้งแต่นั่งรถออกมาจากกรุงเทพ จนตอนนี้แทบจะพ้นเขตมอเตอร์เวย์อยู่แล้ว แต่น้องเกลของเขากลับเงียบอย่างผิดปกติ คือเขาไม่ได้หมายความว่าปกติเธอเป็นคนพูดมากหรืออะไรหรอกนะ เพียงแต่ว่าบรรยากาศรอบตัวน้องเกลเช้าวันนี้ มันดูไม่เหมือนอย่างที่เคยเท่านั้นเอง เกวลินยังคุยกับเขาเหมือนทุกวัน ตอบคำถามเขาทุกคำถาม แต่ดนุพลกลับสัมผัสได้ถึงกำแพงบางอย่างระหว่างเราสองคน นี่กูไปทำอะไรผิดมารึเปล่า? หรือเธอจะจำเขาได้แล้วกัน? หรือว่าน้องเกลรู้ตัวแล้วว่าเขาจีบอยู่...แต่เธอรู้สึกไม่โอเคเลยพยายามตีตัวออกห่าง? คนที่ขับรถอยู่ได้แต่นั่งเหงื่อตกอย่างทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่ว่าเขาจะเค้นสมองคิดแค่ไหน ก็นึกไม่ออกสักทีว่าตัวเองไปทำอะไรมา และแม้ว่าเขาจะพยายามรักษาท่าทางของตัวเองให้เป็นปกติแค่ไหน แต่ก็ไม่วายต้องเหลือบมองคนข้าง ๆ เป็นระยะ ๆ เพราะความประหม่าอยู่ดี หรือกูจะเข้าสมาคมกลัวเมียไปแล้ว? แต่กูยังไม่ได้น้องเขาเป็นเมียเลยไม่ใช่หรือไง? ทางด้านของเกวลิน แม้จะสัมผัสได้ว่าเจ้านายของตนกำลังสงสัยถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของตัวเอง แต่เธอก็ไม่ได้คิดจะอธิบายอะไรเพิ่มเติมแต่อย่างใด เพราะหลังจากที่คุยกับเพื่อนวันนั้น และกลับไปตกตะกอนนอนคิดมา เธอก็ตัดสินใจได้แล้วว่า จะขีดเส้นความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น มันอาจจะดูหลงตัวเองนิด ๆ แต่พอไปทบทวนดูดี ๆ เกวลินก็เริ่มฉุกคิดว่าสิ่งที่เขาทำกับเธอมัน ‘พิเศษ’ กว่าคนอื่น แต่ครั้นจะให้ออกตัวพูด เธอก็กลัวจะหน้าแตกอยู่เหมือนกัน สำหรับคนอื่นที่มองเข้ามาอาจจะรู้สึกว่าเธอโชคดี เพราะคนที่มาสนใจตัวเองเป็นหนุ่มในฝันที่โปรไฟล์เลิศเลอเสียขนาดนั้น ซึ่งเธอก็ไม่ปฏิเสธข้อนั้นหรอกนะ เพียงแต่มันก็อย่างที่เกวลินพูดกับเพื่อนตัวเองไปนั่นแหละ ว่าระหว่างเราสองคน มันต่างกันเกินไป จนแล้วจนรอด บรรยากาศน่าอึดอัดระหว่างเราสองคนก็ดำเนินไปจนถึงช่วงเย็น เกวลินที่แยกกับเจ้านายมายังห้องพักเพื่อเปลี่ยนชุดสำหรับงานเลี้ยง ได้นั่งมองเงาของตัวเองในกระจกพลางทอดถอนใจ “เฮ้อ...” พูดตามตรงว่าอึดอัด ไม่ใช่แค่กับคุณนุที่เธอพยายามจะทำตัวห่างเหิน แต่เขากลับยิ่งเข้าหามากกว่าเดิมเท่านั้น แต่รวมไปถึงงานประมูลการกุศลที่มีแต่คนสวมหน้ากากเข้าหากันเมื่อตอนบ่ายนี้ด้วย คือก็เข้าใจนะ ว่าแทบทุกคนมาที่นี่ก็เพื่อสร้างภาพลักษณ์ทางสังคม จะได้ดูเป็นคนใจบุญในสายตาคนอื่น ๆ คงเป็นเธอเองนั่นแหละที่ไม่ชินกับเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ แต่ยิ่งได้เห็นงานในวันนี้ เกวลินก็ยิ่งเข้าใจ ว่าการจะยืนอยู่เคียงข้างเขามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับเธอ “ต้องแต่งหน้าทำผมจัดเต็มแบบนี้กันทุกวัน คนอื่นเขาไม่เหนื่อยกันบ้างเลยหรือไง?” หญิงสาวอดไม่จริง ๆ ที่จะบ่น หลังจากที่เธอเพิ่งจะเกล้าผมตัวเองเสร็จหมาด ๆ ตอนนี้เธออยู่ในชุดเดรสยาวแขนกุดสีโอรส ที่ทำมาจากผ้าซาตินพอให้เล่นแสงเหมาะกับงานราตรี ชุดนี้มีดีไซน์ด้านหน้าที่ค่อนข้างปิด แต่ก็มี ดีเทลเปิดหลังนิดหน่อยเพื่อไม่ให้ตันจนเกินไป เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนที่ปกติเธอมักจะปล่อยสยายที่กลางหลัง วันนี้เกวลินก็จัดการรวบเป็นมวยต่ำเอาไว้ ส่วนเครื่องประดับ เธอก็ใส่เป็นกำไลมุกเล็ก ๆ กับต่างหูเข้าชุดกัน เพื่อไม่ให้มันโล่งจนเกินไป ก็เธอเป็นแค่ ‘ผู้ติดตาม’ จะให้แต่งตัวเยอะไปทำไม? เพราะงั้นเอาแค่ว่าถูกกาลเทศะและเหมาะกับตัวเองก็พอไหม อีกอย่าง เธอไม่มีปัญญาหาเครื่องเพชรราคาเฉียดร้อยล้านมาใส่อย่างแขกผู้มีเกียรติในงานคนอื่นหรอก “เป็นเลขา...ประมาณนี้ก็น่าจะได้อยู่แหละนะ” เกวลินยิ้มให้กับตัวเองในกระจกด้วยความภาคภูมิใจ เพราะปกติแล้วเธอไม่ใช่คนที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรแบบนี้เท่าไหร่นัก ปกติชีวิตประจำวันก็ใส่แต่ชุดทำงาน ส่วนวันหยุดก็แต่งตัวชุดอยู่บ้านสบาย ๆ เท่านั้น เพราะงั้นการที่ลุกขึ้นมาเนรมิตโฉมใหม่ให้ตัวเองได้ขนาดนี้ ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว ติ้ง! เสียงแจ้งเตือนของโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้น ทำให้เกวลินที่เพิ่งเตรียมตัวเสร็จอดไม่ได้ที่จะหยิบมันขึ้นมาดู ก่อนที่ข้อความของคุณนุซึ่งโชว์หราอยู่บนหน้าจอ จะทำเอาคนที่มัวแต่แต่งตัวหันไปดูนาฬิกาแทบไม่ทัน “อีกสิบห้านาที ตายแล้ว!” เพราะโดยมารยาทแล้ว เธอควรจะลงไปถึงหน้างานก่อนเจ้านายสักสิบห้านาที หญิงสาวจึงต้องรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความโดยพลัน [ดนุพล : เกล แต่งตัวเสร็จรึยัง? ใกล้ถึงเวลางานแล้วนะ] [เกวลิน : เรียบร้อยแล้วค่ะ!] [เกวลิน : ขอโทษที่ช้านะคะ ถ้ายังไงเดี๋ยวเกลลงไปรอคุณนุที่งานเลยนะคะ] [ดนุพล : เดี๋ยวผมไปรับที่ห้อง แล้วพวกเราค่อยลงไปพร้อมกันก็ได้] [เกวลิน : ไม่เป็นไรค่ะคุณนุ เดี๋ยวเกลงลงไปรอข้างล่างดีกว่า] [ดนุพล : ...แต่ผมยืนอยู่หน้าห้องเกลแล้วนะ] หน้าสวยหันขวับไปมองประตูห้องตัวเองแทบไม่ทัน ก่อนจะต้องรีบเก็บของคร่าว ๆ ยัดใส่กระเป๋าครัช เพื่อออกไปหาคนที่ยืนรออยู่หน้าประตู เธอสู้อุตส่าห์วางแผนว่าจะลงไปเตรียมตัวก่อนคุณนุ เผื่อจะได้ไปเดินสำรวจงานเลี้ยงคร่าว ๆ เอาไว้ก่อน และจะได้ไม่ต้องอยู่กันสองต่อสองให้อึดอัด แต่กลายเป็นว่าเธอแต่งตัวช้าจนเขามารับเสียอย่างนั้น! แกร็ก! “ขอโทษที่สายค่ะคุณนุ!” ทันทีที่โผล่พ้นออกมาจากประตูห้อง เกวลินก็ไม่รอช้าเลยที่จะก้มหัวข้อโทษคนตรงหน้า และเพราะรู้ว่าใกล้จะถึงเวลางาน เธอจึงรีบหันไปจัดการปิดประตูห้องพักตัวเองไปด้วยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ทางด้านดนุพลได้แต่ยืนอึ้งอยู่แบบนั้น เมื่อน้องเกลในลุคใหม่ที่ไม่คุ้นตานี้ กลับสวยตรึงใจจนเขาได้แต่ตะลึงค้าง ก็รู้อยู่หรอก ว่าเกวลินเป็นคนที่น่ารักทั้งหน้าตาและนิสัย แต่คนเรามันจะทั้งสวยทั้งน่ารักในคนเดียวกันได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอวะ? นี่เขาขอหวงเธอได้ไหม? คือใจมันหวงไปแล้วอ่ะ! นี่เปลี่ยนใจไม่พาไปงานตอนนี้ยังทันอยู่ไหมวะ? อยากเก็บไว้มองคนเดียวชะมัดเลย! “คุณนุ มัวทำอะไรอยู่คะ? เราต้องรีบกันแล้วนะ” เพราะเอาแต่ยืนทะเลาะกับตัวเองอยู่หน้าประตู กว่าจะรู้ตัวอีกทีหญิงสาวที่เขาคิดอย่างจะขังตัวไว้ ก็เดินนำไปกดลิฟต์รอเสียแล้ว ...แล้วคนอย่าง ‘ประธานดนุพล’ จะทำอะไรได้อีก นอกจากรีบวิ่งตามไปวะ?
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม