บทที่ 11 หวั่นไหว

2103 คำ
เพราะความรีบในการปลีกตัวออกมาจากงานเลี้ยง เกวลินจึงเผลอไปชนกับบริกรหนุ่มคนหนึ่งเข้า โชคดีที่ของที่เขาถือมาด้วยเป็นเพียงแก้วแชมเปญที่เหลือเครื่องดื่มเล็กน้อยเท่านั้น ตัวเธอจึงไม่ได้เปื้อนอะไรมาก หญิงสาวเดินเข้ามาล้างตัวในห้องน้ำพลางทอดถอนใจ กับสารพัดเรื่องวุ่นวายที่ประดังประเดเข้ามา เรื่องตัวเลอะนี่ไม่เท่าไหร่ เพราะแค่เปลี่ยนชุดไปมันก็จบ ส่วนเรื่องที่เขาเคยแต่งงานมาก่อน อันนี้เกวลินก็พอรู้อยู่แล้ว จะมีก็แต่เรื่องความเจ้าชู้ของเขานี่แหละ ที่แม้จะเคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง แต่ก็เพิ่งจะมาเห็นหลักฐานแน่ชัดเอาวันนี้ ซึ่งไอ้เรื่องสุดท้ายเนี่ย เป็นเรื่องที่ไม่ว่ายังไงเธอก็ ‘รับไม่ได้จริง ๆ’ เพราะงั้นเธอคงต้องพยายามขีดเส้นระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวให้ชัดเจนกว่านี้เสียแล้ว ระหว่างที่กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ พร้อมกับกำลังตัดสินใจว่า ควรกลับเข้าไปในงานทั้งที่ชุดยังเปียก หรือกลับไปที่ห้องพักก่อนดีเพื่อไดร์ชุดให้แห้งก่อน จู่ ๆ ข้อมือของเกวลินก็ถูกกระชากจากด้านหลัง “โอ๊ย!” ร่างบางเซถลาไปตามแรงดึงนั้น ก่อนจะต้องเบิกตากว้าง เมื่อคนตรงหน้าคือ ‘แฟนเก่า’ ที่เคยคบกันสมัยมหาวิทยาลัย “พะ พี่ชิน!” เกวลินพยายามออกแรงดึงแขนตัวเองกลับทันที เมื่อเห็นเต็มสองตาแล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร เพราะถึงแม้เรื่องมันจะผ่านมานานแค่ไหน แต่เธอยังจำได้ว่าผู้ชายคนนี้เคยทำร้ายร่างกายของเธอ “ทำเป็นสะดีดสะดิ้งนะอีเด็กเวร! มึงมานี่!” “ปล่อยนะ!” เสียงหวานร้องโวยวายออกมาด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่ยื้อยุดร่างกายของตนอย่างเต็มที่ แต่มีหรือที่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอจะไปสู้แรงของคนที่ตัวใหญ่กว่าตัวเองขนาดนี้ได้ สุดท้ายเธอจึงถูกฉุดกระชากไปยังทิศที่ห่างจากโถงจัดงานมากขึ้นเรื่อย ๆ “ถ้าไม่อยากโดนตบ ก็หุบปากซะ!” ชินกรตวาดใส่คนที่ตัวเองลากมาด้วยความโมโห หลังจากจับ ‘ตัวต้นเหตุ’ ที่ทำให้ชีวิตเขาพังมาถึงบริเวณที่คนไม่ค่อยพลุกพล่าน เขาแค้นอีเด็กนี่มากที่ทำให้เขาถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย เพราะมันไม่ใช่แค่เรียนไม่จบ แต่จากที่ชินกรกำลังดังในเน็ต พอข่าวนี้เผยแพร่ออกไป อนาคตเขาก็ดับในชั่วพริบตา ผู้ติดตามจากที่เคยมีเกือบแสนในโซเชียลมีเดียลดลงเหลือแค่ร้อยกว่า ๆ เงินที่เคยได้จากงานรีวิวก็หายไปในชั่วพริบตา และเพียงไม่นาน เขาก็ไม่มีอันจะกินถึงขนาดต้องมาเป็นพนักงานเสิร์ฟงอกง่อยในโรงแรมอย่างที่เห็น แต่เกวลินที่รู้ว่าหากไม่หาทางหนีให้ได้เสียตั้งแต่ตอนนี้ ความซวยจะมาเยือนตัวเองจริง ๆ จึงพยายามหาทางเอาตัวรอดและสู้แรงคนตรงหน้าสุดใจ “ใครมันจะไปทำตามให้โง่เล่า!” ทันทีที่พูดจบ หญิงสาวก็ไม่รอช้าเลยที่จะกระแทกรองเท้าส้นสูงของตัวเองลงไปที่ขาของอีกฝ่าย แต่คนตรงหน้าดันหลบได้ แถมยังดึงให้เธอเสียหลัก จนถลาเข้าไปใกล้มันกว่าเดิมด้วย “ปากดีนักนะมึง!” ทันทีที่เห็นมือใหญ่ง้างขึ้นกลางอากาศ เกวลินที่รู้ตัวว่าหลบไม่ทันแน่ แล้วจึงหลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บปวด แต่แม้จะมีเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้น แต่เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บตัวตรงไหน ผัวะ! “มึงมาต่อยกูทำเหี้ยไรเนี่ย!? มาเสือกเรื่องของผัวเมียเขาทำไมวะ!?” หญิงสาวลืมตาขึ้นมองทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้น ก่อนจะรีบถลาเข้าไปคว้าแขนของคนที่เข้ามาขวางตรงหน้าตัวเองแทบไม่ทัน เมื่อเขาทำท่าจะเข้าไปต่อย ‘ไอ้พี่ชิน’ ที่ตอนนี้ถูกพนักงานเสิร์ฟสองคนจับหิ้วปีเอาไว้ ดูจากมุมปากที่แตกของชินกร เธอเดาว่า ‘ผัวะ’ เมื่อกี้ ก็คงเป็นฝีมือของคุณนุที่ไปต่อยปากหมอนี่เข้าให้ แต่เพราะกลัวว่าจะมีใครแอบถ่ายคลิปจนชื่อเสียงของคุณนุเสียหาย เกวลินจึงต้องพยายามกอดรัดแขนของเจ้านายตัวเองเอาไว้เพื่อห้ามเขา ทางด้านดนุพลที่ออกมาตามหาเกวลิน แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอสักที จึงวานให้พนักงานเสิร์ฟแถว ๆ นั้นช่วยหา ใครจะไปคิดละว่า จะมาเจอไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ทำท่าจะตบน้องเกลของเขา ภาพน้องเกลที่หลับตาแน่นด้วยความหวาดกลัว มันทำให้ดนุพลฟิวส์ขาดขึ้นมาโดยพลัน และร่างกายของเขาก็ขยับไปตะบันหน้ามัน ก่อนจะรู้ตัวเองอีกด้วยซ้ำ แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ขอสั่งสอนมันอีกสักทีเถอะว่ะ มาเรียก ‘น้องเกลของเขา’ ว่า ‘เมีย’ เต็มปากเต็มคำแบบนี้ กูไม่ปลื้มเลย! ผัวะ! “คุณนุ!!” คนตัวเล็กถึงกับหลุดตะตะโกนขึ้นมาอย่างลืมตัว เพราะคนที่เธออุตส่าห์รวบแขนเอาไว้สุดแรง กลับหันไปเตะเสยปลายคางไอ้พี่ชินนั่นเข้าเสียอย่างนั้น หญิงสาวมองไปรอบตัวด้วยความหวาดระแวง เพราะกลัวว่าจะมีใครแอบถ่ายภาพการใช้ความรุนแรงของท่านประธานดนุพล และเอามาใช้แบล็คเมลเขาทีหลัง แต่พอเห็นว่าไม่มีใครแถวนั้น เกวลินก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ “ไม่เป็นอะไรใช่ไหม? ไอ้หมอนี่มันทำอะไรเกลรึเปล่า?” “เกลไม่เป็นไรค่ะคุณนุ ...ขอบคุณที่ช่วยนะคะ” “ปล่อยกูสิวะ! พวกมึงจะมาจับกูไว้ทำเหี้ยอะไร!? กูแค่คุยกับเมียกู คนนอกอย่ามาเสล่อ!” ดนุพลถึงกับขากระตุกขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินคำว่า ‘เมีย’ จากปาก ไอ้หมอนี่เป็นรอบที่สอง ก่อนที่เขาจะประเคนรองเท้าเข้าที่สันดั้งมันอีกครั้งอย่างอดไม่ได้ จริง ๆ ก็อยากต่อยมันอยู่หรอก แต่พอดีน้องเกลจับแขนเอาไว้ เลยทำไม่ได้ จะว่าไป...ปากเน่า ๆ แบบไอ้หมอนี่ ก็เหมาะกับการใช้ตีนอยู่แล้วไหม? น้องเกลของเขามองการณ์ไกลสุด ๆ!! “พี่ชินนั่นแหละที่ต้องหยุดพูด! เลิกกันไปเป็นชาติแล้ว ยังมีหน้ามาเรียกคนอื่นว่า ‘เมีย’ อีก! ไอ้ที่โดนไล่ออกจากมหาลัยนี่มันไม่ได้ช่วยให้สำนึกเลยใช่ไหม?” หนุ่มใหญ่ถึงกับเบ้หน้าอย่างลืมตัว เมื่อคำพูดของสาวน้อยที่เดินมาประจัญหน้ากับไอ้คนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า ทำให้ดนุพลรู้ว่าสองคนนี้เคยคบกันมาก่อน ดูทรงน้องเกลของเขาต้องโดนมันหลอกแหง ๆ ไม่งั้นเด็กคนนี้ไม่มีทางหลวมตัวลงไปคบคนสันดานแย่อย่างมันหรอก! แต่ใด ๆ ก็คือเลิกย้ำคำว่า ‘เมีย’ ได้บ่? คนทางนี้ใจเจ็บไปหมดแล้วนะรู้ไหม “จะให้กูสำนึกเหี้ยไร!? เป็นเมียก็ต้องรองมือรองตีนผัวไหม? โดนตบนิด ๆ หน่อย ๆ ทำเป็นเรื่องใหญ่ กระแดะฉิบหาย!” เกือบแล้วจริง ๆ ที่เกวลินจะพุ่งเข้าไปตบปากเน่า ๆ นั่น เพียงแต่ดันมีคนเข้ามาขัดจังหวะก่อนเสียได้ “มีเรื่องอะไรกันรึเปล่าคะ?” หัวหน้าพนักงานเสิร์ฟหญิงเข้ามาสอบถามสถานการณ์ด้วยความตกใจ หลังจากมีคนมารายงานว่าเกิดเรื่องวุ่นวายตรงนี้ แต่ยังไม่ทันที่เกวลินจะได้เปิดปากรายงานพฤติกรรมเฮงซวยของ ‘พนักงาน’ คนนี้ กลับมีอีกเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นเสียก่อน “ไอ้บ้านั่นมันมาต่อยผม แถมยังให้ไอ้พวกโง่พวกนี้มาจับตัวผมไว้อีกต่างหาก พี่นิลต้องให้ความยุติธรรมกับผมนะ!” เพราะทนฟังความตอแหลตลบตะแลงของไอ้หมอนี่ไม่ไหว หญิงสาวที่จะไม่ยอมให้เจ้านายตัวเองโดนกล่าวหาฝ่ายเดียวจึงพูดแทรกขึ้นมา “พนักงานคนนี้ลากฉันมาจากห้องน้ำและพยายามจะใช้กำลังกับฉัน คุณผู้ชายคนนี้เขาก็แค่เข้ามาช่วย แต่ถ้าคุณไม่เชื่อที่ฉันพูด ลองไปเปิดกล้องวงจรปิดดูก็ได้ค่ะ” “อีเกล! ใครอนุญาตให้มึงพูดวะ!?” “แล้วทำไมต้องรอให้ใครมาอนุญาต? ปากก็ปากฉัน ในเมื่อพี่ชั่วเอง แล้วทำไมฉันต้องเข้าข้างด้วย?” “กูเป็นผัวมึงนะ!” “พี่ไม่ใช่ผัวฉัน! ก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ฉันเคยบังเอิญหลงผิดไปคบด้วย แต่ตอนหลังพอตาสว่างแล้วถึงได้เลิกไง!” “น้องเป็นแฟนเก่าของชินเหรอ?” เพราะมัวแต่หันไปเถียงกับอดีตแฟน เกวลินจึงไม่ทันได้สังเกตเลยว่า หัวหน้าพนักงานเสิร์ฟหญิงเมื่อครู่นี้มีสีหน้าที่เปลี่ยนไป แต่ในเมื่อถาม เธอก็จะตอบให้ เพราะในเมื่อยืนเถียงกันมาขนาดนี้แล้ว ถึงยังไงมันก็ไร้ประโยชน์ที่จะปิด “ค่ะ แต่เลิกมาเกือบเจ็ดปีแล้ว” เพราะสัมผัสได้ถึงสีหน้าที่เปลี่ยนไปแทบจะทันที เกวลินจึงเดาได้ไม่ยากเลยว่าเธอคนนี้อยู่ในสถานะไหน ตากลมเหลือบมองชินกรที่หน้าเสียไปทันทีที่ ‘พี่นิล’ คนนั้นตวัดสายตาไปหา ก่อนจะเอาคืนคนที่โพนทะนาให้เธออับอายเล่นเมื่อครู่นี้ ด้วยวิธีการที่แทบจะไม่ต้องออกแรงอะไรเลย “เราเคยคบกันสมัยมหาวิทยาลัย แต่เขาคบผู้หญิงซ้อนกับหนูอีกห้าคน ไม่รวมสาว ๆ ตามผับที่เขาไปไข่ทิ้งไว้ และยิ่งกว่านั้น เขาชอบใช้กำลัง ถ้าพี่คบกับเขาอยู่ก็ระวังไว้นะคะ เพราะคนคนนี้เขาไม่รู้จักคำว่า ‘พอ’ หรอก” ดนุพลถึงกับถึงบางอ้อขึ้นมาในทันที กับความสัมพันธ์ครั้งเก่าของ เกวลิน ก่อนจะหันไปมองเขม่นใส่คนที่ตอนนี้หน้าเจื่อนสนิทอย่างเอาเรื่อง แต่เพราะไม่อยากเสียเวลายืดเยื้อ ในฐานะคนที่อาวุโสที่สุด เขาจึงพูดแทรกขึ้นมา “ผมต้องการพบผู้จัดการ ผู้ชายคนนี้ทำร้ายร่างกายเลขาของผม” เขาว่าพลางคว้าข้อมือของเกวลินที่ตอนนี้แดงเป็นรอยมือขึ้นมาให้ทุกคนเห็นโดยทั่วกัน แน่นอนว่าประโยคนั้น ทำให้หัวหน้าพนักงานเสิร์ฟหญิงคนนั้นอึกอักขึ้นมาในทันใด “คุณคะ คือเรื่องนั้น...” “จะไม่เรียกมาให้เหรอ?” “ถะ ถ้าเรื่องนี้ไปถึงผู้จัดการ ชินคงถูกไล่ออกแน่ ๆ เพราะงั้น...” “ลูกน้องของคุณแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันไม่ได้ ใช้ความรุนแรงกับลูกค้า ข่มขู่เธอให้เกิดความหวาดกลัว และทำให้เธอเสียชื่อเสียงเพราะคำพูดชั้นต่ำ สิ่งที่เขาทำเป็นการเอาอาชีพมาบังหน้าเพื่อก่ออาชญากรรม มันผิดกฎหมาย ส่งผลต่อความปลอดภัยของลูกค้า และความน่าเชื่อถือของโรงแรม ซึ่งผมต้องการเอาเรื่องอย่างถึงที่สุด แต่ถ้าคุณไม่เรียกผู้จัดการมาให้ ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอก เดี๋ยวผมไปคุยกับเจ้าของโรงแรมนี้เองก็ได้ ถึงยังไงเราก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้วละนะ” “...” “ว่าไงครับ? จะเลือกทางไหนดี? ถ้าคุณเรียกผู้จัดการมาตอนนี้ เขาจะซวยแค่คนเดียว แต่ถ้าผมกดโทรหาเจ้าของที่นี่เมื่อไหร่ พวกคุณจะซวยกันหมด เวลาของผมเป็นเงินเป็นทอง เพราะงั้นขอคำตอบด้วยครับ?” “...ดิฉันจะไปเรียกผู้จัดการมาให้เดี๋ยวนี้ค่ะ” เกวลินอดไม่ได้จริง ๆ ที่จะหันไปมองแผ่นหลังของดนุพลด้วยความชื่นชม เพราะหากเขาไม่เข้ามาช่วยเป็นธุระให้ เรื่องทั้งหมดคงจะจบลง โดยที่ไอ้พี่ชินนั่นไม่ได้รับบทลงโทษอะไร ที่จริงคุณนุจะทำเป็นปิดหูปิดตาปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปก็ได้ แต่เขาก็ไม่ทำแบบนั้น เพราะเห็นแก่เธอที่เป็นผู้เสียหายไง แล้วแบบนี้จะไม่ให้เธอรู้สึกดีกับเขาได้อย่างไรกัน?
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม