บทที่ 7 รุ่งรัศมีทรัพย์ Family

1796 คำ
ความสนิทสนมระหว่างเราทั้งคู่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะเขากับ เกวลินมีเรื่องให้ได้อยู่ด้วยกันแทบทุกวัน ดนุพลพาเลขาตะลอนไปคุยงานที่นั่นที่นี่ด้วยกันแทบทุกครั้งที่มีโอกาส ทั้งยังหาเรื่องตีซี้กับหญิงสาวจนพวกเราสามารถคุยกันได้โดยไม่รู้สึกขัดเขิน แต่ด้วยความที่วันนี้เป็นวันหยุด ดนุพลซึ่งไม่มีอะไรทำจึงมานั่งเล่นที่บ้านใหญ่เพื่อฆ่าเวลา ตาคมจับจ้องไปยังหน้าจอโทรศัพท์อย่างไม่เป็นอันทำอะไร หลังจากที่เมื่อกี้ตัวเองเพิ่งกดส่งข้อความไปหาคุณเลขา โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่ามีใครอีกคนเดินเข้ามาในห้อง ดลพัฒน์ที่เพิ่งออกมาจากห้องหนังสือ แล้วเห็นว่าพี่ชายเอาแต่ลุกลี้ลุกลนดูโทรศัพท์ ประหนึ่งว่าเป็นหนุ่มน้อยที่กำลังมีความรักครั้งแรก ก็อดไม่ได้ที่จะเบะปากมองบน เพราะเขาแทบจะไม่ต้องเดาให้เสียเวลาเลย ว่าคนที่มันกำลังนั่งรอข้อความอยู่ตอนนี้คือใคร ลำพังทุกวันนี้แค่ที่ต้องทนมองมันหางกระดิกตามเกลไปนู่นมานี่ที่ออฟฟิศ ก็ทำเอาเขาหงุดหงิดจนแทบบ้าอยู่แล้ว แล้วนี่ไอ้พี่ชายยังตามมาทำตัวรกหูรกตากันถึงบ้านอีก! “จ้องมันเข้าไปมือถือน่ะ ถึงมึงจะจ้องขนาดนั้น เกลก็ไม่ตอบมึงเร็วขึ้นมาหรอก” คนอายุน้อยกว่าพูดแซะอย่างนึกหมั่นไส้ ก่อนจะเดินเข้ามาทิ้งตัวลงบนโซฟาที่อยู่ใกล้ ๆ เมื่อเห็นพี่ชายถอนหายใจออกมา “ถามจริงเหอะ มึงตามติดน้องเขาเป็นปรสิตขนาดนี้ ไม่กลัวเกลรำคาญบ้างหรือไงวะ?” ดนุพลที่ได้ยินน้องชายพูดแบบนั้นก็ถึงกับหน้าบูด เพราะลึก ๆ เขาก็กลัวน้องเกลรำคาญอยู่เหมือนกัน แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อ... “ก็คนมันคิดถึงอ่ะ! คนไม่มีความรักอย่างมึงจะไปเข้าใจอะไร?” ดลพัฒน์ที่เห็นท่าทางง่องแง่งของพี่ชาย ก็อดไม่ได้ที่จะคิ้วกระตุกด้วยความหงุดหงิด โตเป็นควายขนาดนี้แล้วมันคิดว่าที่ทำอยู่ดูน่ารักหรือไง? “เออ กูไม่เข้าใจ ความคิดคนบ้าอย่างมึง ใครมันจะไปเข้าใจวะ” “ไอ้...!!!” แม้จะเป็นเพียงการโต้เถียงกันอย่างไม่จริงจัง แต่เสียงที่ดังขึ้นมานั้น ก็ทำให้ผู้ใหญ่อีกสองคนในบ้านมารวมตัวกันได้ นิลุบลผู้เป็นแม่ เมื่อเข้ามาในห้องรับแขกแล้วเห็นว่าสองพี่น้องสะบัดหน้าหนีไปคนละทิศละทาง ก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ลูกชายสองคนของเธอก็ยังหาเรื่องทะเลาะกันได้เสมอ “ทั้งสองคนทะเลาะอะไรกันอีกแล้ว หื้ม?” เธอถามอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งบนที่วางแขนของโซฟา ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางระหว่าง ลูกชายทั้งสอง แต่เพราะไม่มีคำตอบกลับจากสวรรค์ ดนัยที่รักและเทิดทูลภรรยายิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น จึงหันไปดุลูกชายที่ทำตัวไม่รู้จักโตกันสักที “แม่ถาม ก็ตอบ” “นุกับดลไม่ได้ทะเลาะอะไรกันสักหน่อย” เพราะเป็นคนต้นเรื่อง ดนุพลจึงชิงพูดขึ้นมาก่อน และหลังจากเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงเรียบร้อย เขาก็หันไปซบตักอ้อนมารดาทันที แน่นอนว่าภาพนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนคุ้นชินกันดี เพราะต่อให้ปกติเขาจะตีกับไอ้ดล หรือพ่อบ่อยแค่ไหน แต่ในบ้านนี้ไม่มีใครกล้าหือกับคุณนิลุบลหรอก! ดลพัฒน์ที่เห็นว่าคุณนายของบ้านหันมาถามตัวเองด้วยสายตา ว่าที่ ไอ้เด็กโข่งบนตักนั่นพูดเป็นเรื่องจริงไหม จึงพยักหน้าตอบออกไปให้มารดาสบายใจ “ก็อย่างที่ไอ้นุมันบอก ดลแค่แกล้งแซวมันเล่นนิดหน่อย ไอ้นุมันก็เลยหงุดหงิดน่ะ” “ดลเนี่ยนะแซวตานุ?” เพราะรู้ดีว่าลูกชายคนเล็กเป็นคนเอาจริงเอาจังกับชีวิต ไอ้เรื่องล้อเล่นหรืออะไรพวกนี้จึงไม่ค่อยมีมาให้เห็นสักเท่าไหร่ ถ้าบอกว่าเจ้านุไปแกล้งตาดลเล่นสิ อันนี้พอฟังได้ เพราะแต่ไหนแต่ไรลูกชายคนโตของเธอก็นิสัยแบบนั้นอยู่แล้ว “แม่อาจจะยังไม่รู้ แต่ตอนนี้ลูกชายคนโตของแม่กำลังไปติดสาวอยู่นะ” พอได้ที ดลพัฒน์ก็ถือโอกาสนี้ฟ้องแม่ตัวเองอย่างว่องไว ก็นะ บ้านนี้ถือคติใครเร็วกว่าคนนั้นได้หน้าไป เพราะงั้นต่อไอ้พี่ชายหันมาถลึงตาใส่ เขาก็ไม่สนใจอยู่ดี นิลุบลที่ได้ยินดังนั้นก็ผุดลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งประกบข้างลูกชายคนเล็ก เพื่อรอฟังรายละเอียดเรื่องนี้ต่อในทันที เล่นเอาคนที่ฟุบตักแม่อยู่ตอนแรกแทบจะล้มกลิ้งไปกับโซฟา “เรื่องนี้นุเล่าให้แม่ฟังเองก็ได้! แม่ไม่เห็นต้องไปฟังจากไอ้ดลมันเลยนี่นา!” ทันทีที่ลุกขึ้นมา ดนุพลก็หันไปทำหน้างอใส่มารดาที่ตอนนี้ย้ายไปนั่งข้างน้องชายตัวเองในทันที แต่คนที่ถูกลูกงอแงใส่กลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับท่าทางนั้น ก่อนจะหันไปกอดแขนลูกชายคนรองที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ให้ดลพัฒน์ลุกหนี เจ้าสองพี่น้องนี่น่ะชอบทำเหมือนจะตีกันก็จริง แต่สุดท้ายก็เห็นแอบช่วยกันทุกที คิดว่าเธอรู้ไม่ทันมุขตื้น ๆ แบบนี้หรือไง “ก็พวกลูกชอบไม่ยอมเล่าเรื่องความรักของตัวเองให้แม่ฟังกันนี่นา เพราะงั้นเรื่องของนุ แม่ก็ต้องถามจากดลนี่ล่ะ แล้วเอาไว้ถึงตาดลเมื่อไหร่ เดี๋ยวแม่ค่อยมาถามจากนุเอา” “อ่าว/อ่าว” จากที่ผลัดกันเล่นผลัดกันหยอกในตอนแรก แต่ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นสองพี่น้องต้องยอมแพ้ยกธงขาวให้กับแม่ในเสี้ยวพริบตา ดนัยที่เดินมาหย่อนตัวนั่งข้างดนุพล จึงหันไปกอดบ่าลูกชายบ้าง ก่อนจะดึงทุกคนกลับสู่เรื่องความรักของลูกชายคนโตแทน “แล้วสรุปว่ายังไง? แกอยากเล่าก็รีบเล่าสิ” “นุอยากเล่าให้แม่ฟัง แต่ไม่เล่าให้พ่อฟังสักหน่อย” “เอ้า! ไอ้ลูกเวรนี่!” หลักจากหยอกล้อกันเล่นอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดดนุพลก็หันมาเล่าเรื่องน้องเกลให้ครอบครัวของตัวเองฟัง แน่นอนว่าระหว่างนั้นดลพัฒน์ที่มีเลขามาฟ้องสารพัดแกล้งพูดใส่ไฟเป็นระยะ ๆ จนคนเป็นพ่อเป็นแม่ได้แต่เอือมระอากับพี่น้องคู่นี้ “สรุปสาวที่ว่านี่คือ น้องเกลคนเดิม เพิ่มเติมคือหาเจอแล้ว?” นิลุบลถามขึ้นหลังจากฟังเรื่องทั้งหมดจากลูกชายที่ยังเอาแต่ตีกันไม่เลิกสักที ส่วนดลพัฒน์เองก็แกล้งขยี้ไม่เลิก กับความพยายามจะจีบเด็กของคุณพี่ชาย “เพิ่มเติมกว่าคือเกลเป็นเลขามัน และเพิ่มเติมที่สุดคือทุกวันนี้ไอ้นุสั่งข้าวมันไก่กับชานมไข่มุกมาเลี้ยงแบบวันเว้นวัน ส่วนคนที่รับผลกรรมก็คือดลกับเอก ที่ตอนนี้ทั้งยูริค ทั้งน้ำตาลสูงปรี๊ดจนหมอกุมขมับกันหมดแล้ว” คนที่ถูกแฉจนหมดเปลือกแทบจะยกขาถีบน้องชายปากมากของตัวเองอยู่รอมร่อ ถ้าไม่ติดว่าถูกพ่อกอดคอเอาไว้ ดูมันสิ! ชอบนักกับการแฉให้เขาอาย นี่อีกนิดนึงเขาจะมุดเข้าใต้พรมอยู่แล้วนะ! “ถ้าไม่อยากแดก ก็ไม่ต้องแดกสิวะ! กูเคยเอาไปกรอกปากมึงรึไง?” “โทษทีนะไอ้พี่ชาย แต่มึงคงลืมไปใช่ไหมว่าทั้งชั้น 10 มีพวกเราอยู่กันแค่สี่คน ถ้ามึงซื้อมาให้น้องเขาคนเดียว เด็กขี้เกรงใจอย่างเกลคงกล้ารับของมึงหรอก! นี่พวกกูช่วยมึงอยู่แท้ ๆ ช่วยสำนึกหน่อยจะได้ไหม?” คนเป็นแม่ได้แต่ถอนหายใจปลง เพราะลูกชายสองคนตีกันแทบจะทุกประโยคเลยก็ว่าได้ และสุดท้ายคนห้ามทัพก็ต้องกลายเป็นเธออยู่วันยังค่ำ “เลิกทะเลาะกันได้แล้ว โต ๆ กันแล้วนะพวกลูกน่ะ ...แล้วนี่นุจะพาน้องเกลมาหาแม่เมื่อไหร่? แม่ก็คิดถึงเด็กคนนั้นอยู่เหมือนกันนะ” “คงต้องอีกสักพักแหละครับ เพราะเหมือนน้องจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า นุคือพี่ชายข้างบ้านที่เคยเล่นด้วยกันสมัยเด็ก ถ้าจะให้นุพาเกลมาที่นี่ นุก็คงจะต้องจีบเกลให้ติดก่อนนั่นแหละ” “แม่เข้าใจ... แต่ที่ลูกบอกว่าไปจีบน้อง ลูกก็ต้องระวังไม่ให้น้องเขา อึดอัดเกินไปด้วยนะรู้ไหม? นุจะไปเที่ยวยัดเยียดความรู้สึกของตัวเองให้น้องไม่ได้นะลูก” เพราะรู้ดีว่าลูกชายตัวเองยึดติดกับเด็กคนนั้นมาก ในฐานะที่นิลุบลเป็นแม่และเป็นผู้ใหญ่กว่า เธอจึงอดที่จะออกปากเตือนไม่ได้ ดนุพลที่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเข้าใจ เพราะถึงแม้เขาจะอยากได้น้องเกลมาเป็นเมียไว ๆ แต่เขาคงไม่ทำอะไรให้เธอไม่สบายใจเหมือนกัน “เรื่องนั้นแม่ไม่ต้องห่วง เพราะถ้าความรู้สึกของนุจะไปทำให้เกลลำบากใจ นุยอมตรอมใจเองดีกว่า” “โธ่ พ่อพระเอกของแม่” ดนัยที่เห็นว่าภรรยาตัวเองทำท่าปลื้มปริ่มจนน้ำตาจะไหล กับคำพูดน้ำเน่าของลูกชายคนโตก็ถึงกับเบะปาก ทำไมไอ้ลูกสองคนนี้มันชอบเรียกร้องความสนใจจากเมียเขากันจังวะ! ขอพื้นที่อ้อนเมียให้พ่อบ้าง มันจะตายรึไง! “แม่ พระเอกของแม่ไม่ใช่พ่อเหรอ?” คนเป็นพ่ออดไม่ได้ที่จะพูดตัดพ้อ เพราะตอนนี้ภรรยาสุดที่รักถูกลูกชายสองคนแย่งไป แต่คนที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอย่างดนุพลกลับไม่สนใจ ก่อนจะหันไปยักคิ้วให้บิดาด้วยท่าทางกวน ๆ “เสียใจด้วยนะพ่อ แต่นุว่าพ่อตกกระป๋องแล้วล่ะ” เออ! ให้มันได้อย่างงี้สิวะไอ้ลูกเวร! ถ้าไม่ติดว่าถีบมันตกโซฟาตอนนี้แล้วคืนนี้เมียจะไล่ออกไปนอนนอกห้อง ไอ้ลูกหมานี่ได้ลงไปนอนกลิ้งที่พื้นแล้ว!
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม