โกคูผับ, ชิบูย่าซิตี้
หนึ่งสัปดาห์เต็มที่ยัยจิ้งจอกหายเข้ากลีบเมฆ ยากูซ่าหนุ่มไม่ได้รับรายงานจากลูกน้องถึงการเดินทางกลับมาที่โรงแรมของเธอแม้แต่น้อย
หรือว่าจะไหวตัวทันแล้วย้ายที่พัก ฝ่ามือหนาตบโต๊ะเสียงดัง ‘ปึง!’ หลังจากนึกเรื่องนี้ได้ ทำเอาลูกน้องที่นั่งด้วยกันสะดุ้งโหยง เขาลืมไปว่ายัยนั่นมันเจ้าเล่ห์ การที่เธอที่กลับแผ่นดินเกิดไม่ได้แปลว่าลูกน้องของเธอจะกลับด้วยทั้งหมด
“ส่งคนไปเช็กกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ว่าลูกสาวของเจ้าของวีกรุปกลับมาที่นี่หรือยัง?”
“อีกแล้วเหรอครับนายท่าน?” ลูกน้องยากูซ่าครวญครางเมื่อได้ยินคำสั่งเกี่ยวกับวีกรุปอีกแล้ว
“อีกแล้วอะไร กูเพิ่งสั่ง!”
“ก็ทั้งอาทิตย์นายให้พวกผมไปนอนเฝ้าหน้าโรงแรมจนเป็นไข้เลือดออกไปคนหนึ่ง คราวนี้ต้องไปป้วนเปี้ยนกับพวกเจ้าหน้าที่รัฐมันจะดีเหรอครับ”
“นายท่านสนใจเธอเกินไปหรือเปล่าครับ”
“พวกมึงก็ลองโดนวางยาแล้วตบหน้าแบบกูสิ!”
“ก็นายยอมให้เธอทำ...เอง” ลูกน้องนายนั้นก้มหน้างุด พูดคำสุดท้ายออกมาเสียงแผ่วหลังจากเจอสายตาคาดโทษจากผู้เป็นนาย
“จะทำไม่ทำ? มึงไม่ทำกูจะให้มึงกลับไปอยู่ที่บ้าน” การขู่กลายๆ ซึ่งหมายถึงจากการทำงานในผับเป็นยามเฝ้าบ้านทำให้ลูกน้องหนุ่มหน้าตาตื่น
“ทะ ทำครับนาย! ภายในพรุ่งนี้ได้เรื่องครับ”
ไม่มีใครอยากถูกลดตำแหน่งหน้าที่ เพราะนั่นหมายถึงเงินเดือนที่ได้ย่อมมีการปรับเปลี่ยน
“กูจะเอาเย็นนี้”
เจ้านายเขาเอาแต่ใจฉิบหาย...
ลูกน้องยากูซ่านายนั้นก้มหน้ารับคำสั่ง รีบวิ่งออกจากห้องทำงานก่อนจะโดนปลอกดาบคาตานะข้างตัวเจ้านายเคาะหัวแตก
เรย์ถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ ใจไม่สงบพอที่จะทำงานเอกสารจึงเดินลงไปตรวจผับด้วยชุดยูกาตะผ้าฝ้ายสีเข้มกอดดาบคาตานะปลอกไม้แดงไว้ข้างลำตัวตามปกติ
ความจริงจะพกปืนก็ได้ แต่เพราะไม่สะดวกในการเก็บเสียงจึงเลือกใช้ดาบความยาวหกสิบเซนติเมตร ซึ่งเป็นของประจำตระกูลซามูไรเก่าแก่ของตนเอง
ทันทีที่รองเท้าเกี๊ยะแตะพื้นชั้นล่างก็พบกับความผิดปกติบางอย่าง พนักงานผู้หญิงซึ่งน่าจะประจำอยู่ที่หน้าร้านคอยเรียกลูกค้าหายไปหนึ่งคน แม้ยากูซ่าหนุ่มจะจำชื่อเธอไม่ได้ แต่จำได้แม่นว่ามีหนึ่งคนที่หายไป
“ไปถามหน้าร้าน ว่าผู้หญิงอีกคนไปไหน?” ร่างสูงออกคำสั่งกับลูกน้องตนเองซึ่งยืนใกล้ราวบันไดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ยามเฝ้าร้านก้มหัวรับคำสั่งรีบวิ่งออกไปนอกร้าน ก่อนจะรีบกลับมาบอกผู้เป็นนาย
“ไปห้องน้ำครับ สิบห้านาทีที่แล้ว”
“เรียกคนอีกสี่คนตามกูไปที่ห้องน้ำ”
สัญชาตญาณที่มีบอกว่าเรื่องนี้ไม่ปกติ ยากูซ่าหนุ่มผลุนผลันไปยังห้องน้ำของแขกแทนที่จะเป็นห้องน้ำพนักงาน อย่างแรกที่โอนิซึกะ เรย์ทำคือการลองเปิดประตูห้องน้ำฝั่งผู้ชายซึ่งถูกเลื่อนปิดเอาไว้ ปกติที่นี่จะไม่ปิดห้องน้ำ ยกเว้นกำลังทำความสะอาดและตอนนี้ไม่ใช่เวลาทำความสะอาดที่ว่า
กึกๆ
เสียงตัวล็อกถูกรั้งติดกันแน่นหนาจนเปิดไม่ออก ส่งสายตาให้ลูกน้องไขกุญแจตามด้วยการย่างสามขุมเข้าไปยังหน้าห้องน้ำห้องสุดท้ายซึ่งกำลังถูกใช้งาน
ลูกน้องที่ติดตามมารู้หน้าที่ เดินเข้าไปอีกห้องแล้วขึ้นเหยียบฝาชักโครกดูห้องซึ่งถูกลงกลอนและรีบรายงาน
“เธออยู่ในห้องนี้ครับ”
ปัง!
หัวหน้าแก๊งหนุ่มยกเท้าถีบเต็มแรงตัวล็อกก็หลุดออก สภาพที่เห็นทำให้เจ้าของร้านเลือดขึ้นหน้า พนักงานหญิงร้านตนเองในสภาพถูกมัดมือปิดปากกำลังนั่งทับร่างของลูกค้าชายและถูกล็อกแขนเอาไว้ ในขณะเดียวกันก็ถูกอีกคนคร่อมทับด้านบน และกำลังจับต้นขาเตรียมทำเรื่องทุเรศกันในร้านของเขา
“ฮื่อ~!!!” เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือดังลอดผ่านเทปกาวปิดปาก
ลูกค้าสองคนที่ถูกจับได้แสดงอาการตกใจหน้าซีด ตามด้วยการผลักเธอออกจากห้องน้ำล้มหน้าคะมำกับพื้น รีบออกมายืนตัวสั่นต่อหน้าเขา
“นะ นังนี่มันเสนอขายให้พวกเราเอง”
“เออใช่! เพิ่งรู้ว่าโกคูผับก็ไม่ต่างจากบาร์เปลื้องผ้าในคาบูกิโจ...อึก!!”
สิ้นคำพูดหยามเหยียดเปรียบเทียบสถานที่ซึ่งตนเองปกครองเป็นบาร์อย่างว่า ดาบคมก็ตวัดออกจากฝักสะบั้นหั่นหูข้างขวาตกลงพื้นอย่างเลือดเย็น
เสียงร้องระงมด้วยความเจ็บปวดดังไปทั่วโถงทางเดินห้องน้ำ คนเจ็บล้มลงไปกับพื้นรีบยกมือกุมตำแหน่งหูที่เคยมีร้องไห้คร่ำครวญ โชคดีที่ห้องน้ำค่อนข้างเก็บเสียง จึงไม่มีลูกค้าข้างนอกได้ยินเสียงน่าสยดสยองนี้เข้า
อีกคนเห็นชะตาของเพื่อนก็รีบคุกเข่าประสานมือเข้าหากันอ้อนวอนขอชีวิต ปลายดาบคมจึงเลื่อนมาจ่อกลางหน้าผาก เอ่ยถามความระยำที่เพิ่งทำไปเมื่อครู่
“มึงทำอะไรลูกน้องกู!!”
“พะ พวกเราผิดไปแล้วครับ! จะไม่ทำอีกแล้วครับ!!”
“กูให้มึงตอบว่ามึงทำอะไรไว้ ไม่ใช่ให้มาขอชีวิต!” สิ้นเสียงตะคอกดุดัน หูข้างเดียวกันก็ถูกยากูซ่าหนุ่มเฉือนทิ้งตามเพื่อนไป คมดาบถูกเก็บเข้าฝักทั้งที่ยังเปื้อนเลือด ส่งให้ลูกน้องนำไปทำความสะอาดเพราะเพิ่งปนเปื้อนสิ่งโสมมอย่างไม่จำเป็น “ถ้ามีหูแล้วไม่รู้จักฟังคนอื่นก็ไม่ต้องมี”
ร่างสูงเพิกเฉยกับเสียงร้องเจ็บปวดจากพวกสวะ เบนสายตาหันมามองพนักงานสาวที่นั่งกอดเข่าตัวสั่นมองคราบเลือดตรงหน้าไม่วางตา เธอในตอนนี้ถูกลูกน้องของเขาแก้มัดและคลายเทปกาวบนริมฝีปากเรียบร้อย
“มันทำอะไรเธอหรือยัง”
พนักงานสาวส่ายหน้าปฏิเสธ รีบประสานมือกับอกก้มหน้ากล่าวขอบคุณเขาซ้ำๆ
“มะ ไม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ ฮึก... ขอบคุณนะคะนาย”
“วันนี้กลับไปพักผ่อน ฉันไม่หักเงิน” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยขึ้นก่อนจะหันกลับมามองสองตัวปัญหา “จัดการมัน เอาอวัยวะกับทรัพย์สินที่ติดตัวทั้งหมดไปขายแล้วโอนเข้าบัญชีผู้หญิงคนนี้”
ลูกน้องยากูซ่าลากชายฉกรรจ์สองนายออกไปทางหลังร้าน หัวหน้าแก๊งหนุ่มจึงเดินกลับห้องทำงาน ตามด้วยแม่บ้านสามถึงสี่คนรีบเข้ามาปิดประตูทำความสะอาดราวกับเป็นเรื่องพบเห็นตามปกติ
คนที่มาใช้บริการที่นี่ต้องทำตามกฎ พวกที่รักษากฎไม่ได้ไม่มีสิทธิ์เหยียบโกคูผับเป็นครั้งที่สอง ความหงุดหงิดใจถูกระบายออกด้วยการจุดบุหรี่สูบ กลิ่นหอมสดชื่นจากบุหรี่นอกทำให้นึกถึงใครบางคนแล้วยิ้มออกมาไม่รู้ตัว
ในตอนนี้หากเธอกลับมาที่ญี่ปุ่นคงดีไม่น้อย อย่างน้อยๆ โอนิซึกะ เรย์จะได้รู้สึกว่าญี่ปุ่นไม่น่าเบื่อเกินไป
ก๊อกๆ
‘ขออนุญาตครับ’
เสียงลูกน้องดังขึ้นจากหน้าประตูทำให้เขามีความหวัง เรื่องที่ให้ไปตามดูคงได้ความคืบหน้าจึงรีบมารายงาน
“เข้ามา” เสียงทุ้มอนุญาตอย่างวางมาด เก็บความอยากรู้อยากเห็นแทนที่ด้วยอาการไม่ยินดียินร้าย
ลูกน้องวัยไล่เลี่ยกันโผล่หน้าเข้ามาหาอย่างนอบน้อม คนเป็นนายก็ถึงก็หุบยิ้มจ้องเขม็งเผลอจิ๊ปากใส่อย่างไม่ได้ตั้งใจ
คนละคนกับที่ให้ไปตามเรื่องยัยจิ้งจอก!
“รีบพูด กูจะทำงาน”
ลูกน้องนายนั้นเกาหัวแกรก ทำตัวไม่ถูกกับเสียงที่เปลี่ยนไปกะทันหันของเจ้านาย ก่อนจะรีบส่ายหน้าวางบัตรสีขาวลงบนโต๊ะให้ผู้เป็นนายดู
มองแค่หางตาก็รู้ดีว่าเป็นบัตรสมาชิกแก๊งยากูซ่าคู่อริ นั่นยิ่งทำให้เรย์เหยียดยิ้มมุมปากออกมาอย่างไร้ซึ่งความกลัวเกรง
“ศพพวกมันเผาทิ้งหรือยัง?”
“ยังครับนาย”
“ดี” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาสั่งงานลูกน้องด้วยแววตาเป็นประกายนึกสนุก คนรับคำสั่งรีบกดใบหน้าลง ถอยออกไปจัดการก่อนที่ศพจะเริ่มแข็งตัว
เท้าหนายกขึ้นพาดกับขอบโต๊ะอย่างอารมณ์ดี วันนี้เขาอยากดื่มแต่ไม่รู้จะไปดื่มที่ไหนดี ลำพังการดื่มในห้องกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อไปเสียแล้วตั้งแต่ได้ชิมสปาร์กกลิ้งไวน์รสเลิศวันนั้น
ติ๊ง!
เสียงข้อความจากโทรศัพท์ดังเรียกความสนใจจากเจ้าของร่างสูง เรย์ยกเท้าลงเปิดอ่านข้อความจากลูกน้องก็ยิ่งมีความสุขจนหลุดหัวเราะ
‘ตม. แจ้งว่าคุณไข่หวานกับสองแฝดเดินทางมาถึงญี่ปุ่นเมื่อคืนนี้ครับ ผมตรวจสอบแล้วเธอย้ายไปพักที่บ้านพักในเขตมินาโตะห่างจากผับของเรายี่สิบนาที’
โลเคชันบ้านพักในเขตดังกล่าวถูกส่งตามมาพร้อมภาพถ่ายของยัยจิ้งจอกที่ออกมาวิ่งรอบบ้านเมื่อเช้า สปอร์ตบาร์สีชมพูซากุระเข้าชุดกับกางเกงผ้ายืดอวดสัดส่วนสีเดียวกัน นั่นทำให้ยากูซ่าหนุ่มนึกถึงสีของแอลกอฮอล์คืนนั้น
คงต้องหาเวลาไปทักทายกันหน่อย ก่อนที่เธอจะตีเนียนทำเป็นลืมว่าหยามหน้าอะไรเขาไว้
×××
เขตคาบูกิโจ, โตเกียว
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของแก๊งฮอนโจ โดยมีฮอนโจ โยสุเกะเป็นหัวหน้าแก๊งคนปัจจุบัน ร่างกำยำสูงใหญ่กว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตรนั่งไขว่ห้างยิ้มกริ่มกับข้อความที่ลูกน้องเพิ่งรายงานว่าเป้าหมายเพิ่งกลับมาถึงญี่ปุ่น
โยสุเกะส่งคนไปสืบเรื่องของไข่หวานตั้งแต่ได้ยินข่าวว่าพ่อของเธอเดินทางมาเจรจาธุรกิจกับแก๊งโอนิซึกะครั้งแรก เขาจำได้ว่ามีรูปถ่ายของเธออยู่ในลิ้นชักสักที่ในห้องทำงานเมื่อนานมาแล้ว ยากูซ่าหนุ่มนึกอยากเห็นหน้าว่าที่เมียในอนาคต พอนึกออกว่าเธอสวยจนตะลึง แต่ตอนนี้อยากเอามารำลึกความหลังเสียหน่อยก่อนจะได้บีบจับตัวเป็นๆ
ลิ้นชักหลายอันถูกดึงออกมาหาซองที่ซุกเก็บไว้ตั้งแต่เมื่อหลายเดือนก่อน จนแล้วจนรอดโยสุเกะก็ยังหามันไม่พบ และกำลังจะต่อสายเรียกลูกน้องมาช่วยหา
ครืด... ครืด...
เสียงโทรศัพท์ที่ไหนสักแห่งกำลังสั่น ตามด้วยเสียงเรียกเข้าเป็นเพลงกล่อมเด็กชวนหงุดหงิด มันไม่ได้มาจากโทรศัพท์ของเขาที่วางบนโต๊ะทำงานแน่นอน โยสุเกะยืนฟังปาดเดียวก็จับต้นเสียงได้ว่าดังขึ้นจากในลิ้นชักไม้ขนาดใหญ่ติดผนังห้อง
พรึ่บ!
“เฮ้ย!” ร่างสูงถึงกับผงะเมื่อดึงลิ้นชักออกมา ยิ่งได้กลิ่นคาวคลุ้งจากของเหลวสีแดงที่เริ่มจับตัวกันเป็นลิ่มเลือด หัวหน้าแก๊งยากูซ่ายิ่งมั่นใจว่าเป็นของจริง
ศีรษะมนุษย์สองหัวกลิ้งออกมากระทบกันตามแรงดึงลิ้นชักใหญ่ ใบหูของทั้งคู่หายกันไปคนละข้าง ส่วนปากทั้งสองก็ถูกงัดบังคับให้คาบบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ โยสุเกะจำได้ ว่าพวกนี้คือลูกน้องตนเองที่เขาสั่งให้ไปกวนตีนพวกโอนิซึกะ
ศีรษะแรกถูกยัดปากด้วยบัตรสมาชิกแก๊งสองใบของคนตาย อีกหัวอมโทรศัพท์ซึ่งถูกตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้เพื่อให้เขามาเจอ
ปัง!!
“ไอ้เวร!!” ยากูซ่าหนุ่มสบถพร้อมกับยกเท้าถีบลิ้นชักปิดเข้าที่
เสียงโหวกเหวกโวยวายของผู้เป็นนา ยทำให้ลูกน้องนับสิบกรูเข้ามาในห้องอย่างพร้อมเพียง
“เกิดอะไรขึ้นครับนายท่าน”
ชิโระ ลูกน้องคนสนิทเป็นหน่วยกล้าตายเอ่ยปากถาม ทว่าเจ้านายคนเองเอาแต่ยืนเท้าเอวหายใจฟึดฟัดไม่สบอารมณ์ ทอดสายตามองลิ้นชักที่ถูกปิดไม่สนิทด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว
ทันทีที่เดินเข้าไปเปิดมันออกมีครั้ง เหล่าชายฉกรรจ์ต่างก็รีบเบือนหน้าหนีกับภาพตรงหน้า บางคนทนไม่ไหวถึงกับวิ่งออกไปอาเจียนด้านนอก
“อะ เอ่อ โอนิซึกะทำ...”
“ก็เออสิวะ! ถ้ามันมาลอบฆ่ากูป่านนี้กูตายห่าไปแล้ว พวกมึงดูแลพื้นที่ยังไงให้คนของมันแอบลอบมาถึงสำนักงานใหญ่ได้” น้ำเสียงเข้มตะเบ็งเสียงด่าไม่ลืมหูลืมตา หัวใจในอกข้างซ้ายยังเต้นถี่หลังจากรู้ว่าพวกนั้นแอบเข้ามาในนี้ได้โดยที่ไม่มีใครเห็นแม้แต่คนเดียว
“ขอโทษครับนาย พวกเราจะรัดกุมกว่านี้ครับ!” ลูกน้องคนสนิทเป็นตัวแทนเอ่ยปากขอโอกาสอีกครั้ง
นิ้วชี้หนาจึงชี้มายังหน้าของลูกน้องคนสนิท ตามด้วยการตวัดนิ้วเบนไปชี้หน้าคนอื่นๆ คาดโทษ
“ถ้ามีครั้งหน้า กูจะเอานิ้วพวกมึงคนละนิ้ว”
สิ้นคำขู่ของผู้เป็นนาย ลูกน้องยากูซ่าก็ก้มหน้ากันหัวหด ฮอนโจ โยสุเกะเป็นพวกเอาจริงกับสิ่งที่พูด หากวันไหนเขาได้ลั่นว่าไม่เก็บเอาไว้ก็คือไม่
“แล้วเราจะตอบโต้พวกมันกลับไปยังไงดีครับ?”
“กูจะจัดการมันเอง!! ไอ้พวกไม่ได้เรื่อง!!” ยากูซ่าด่าลูกน้องไร้หัวคิดซ้ำอีกรอบ เบนความสนใจไปยังแผนการของตนเองที่ตั้งใจเอาไว้ก่อนหน้า “พวกมึงรีบหาตัวลูกสาวของวีกรุปมาให้กู ถ่ายคลิปแบล็กเมลเอามันมาเป็นพวก จากนั้นกูจะใช้อำนาจว่าที่พ่อตากูถล่มแก๊งโอนิซึกะให้ราบ!!”
เขาตั้งเป้าหมายใหญ่เอาไว้ ตั้งใจจะใช้ทุกวิธีการในการได้มาเฟียสาวมาเป็นเมียอีกคนให้ได้