โกคุผับ, เขตชิบูย่า
เจ้าของผับในชุดแจ็กเกตหนังสีดำทั้งตัวนั่งไขว่ห้างภายในห้องทำงานของตนเองอย่างอารมณ์ดี หลังจากได้ฟังลูกน้องคนสนิทอย่างชุนยะรายงานสถานการณ์ฝั่งแก๊งฮอนโจ บุหรี่นอกกลิ่นหอมเย็นถูกจุดสูบก่อนจะเลิกคิ้วมองหน้าลูกน้องของตนเอง ที่ยังไม่ยอมออกจากห้อง ทั้งที่รายงานเรื่องทั้งหมดจบลงไปนานแล้ว
“มีอะไรอีก?”
“ผมกังวลว่าการตอบโต้ของเราวันนี้ จะทำให้พวกมันเข้ามาวุ่นวายถึงบ้านใหญ่” น้ำเสียงของชุนยะบ่งบอกว่ากังวลอย่างที่เพิ่งพูด
ผู้นำแก๊งหนุ่มแค่นหัวเราะให้กับความวิตกของลูกน้องตนเอง ควันบุหรี่ที่เพิ่งถูกดูดลงปอดถูกดันออกทางลมหายใจจนคลุ้งไปทั้งห้องทำงาน ดวงตาสีไอริชมองไปยังดาบฝักไม้สีแดงซึ่งถูกวางบนโต๊ะทำงานก่อนจะดึงมันออกมาให้ลูกน้องคนสนิทเห็นคมมีด
“จะกลัวไปทำไม ในเมื่อคนเริ่มก่อนคือพวกมัน”
ไฟแค้นระหว่างแก๊งโอนิซึกะและแก๊งฮอนโจไม่ต่างจากภูเขาไฟฟูจิรอการปะทุ คุกรุ่น ยั่วยุ รอให้ฝ่ายใดปะทุขึ้นก่อนเพื่อที่อีกฝ่ายจะได้จัดการได้อย่างชอบธรรม สงครามครั้งนี้จึงไม่ใช้แค่การนองเลือดอย่างที่รุ่นพ่อของทั้งคู่เคยเผชิญ แต่มันคือสงครามประสาท
และเขาไม่ใช่คนประสาทแดก…
“หากท่านนานะทราบเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน คงไม่ค่อยสบายใจนัก”
“ก็อย่าให้รู้”
โอนิซึกะ นานะ คือแม่ของเขา ภาพสามีถูกฆ่าต่อหน้าในขณะที่กำลังเที่ยวฉลองในวันครบรอบแต่งงานฝังใจท่านมาก แม้จะกลัวว่าภาพนั้นจะเกิดกับเขาที่เป็นลูกชาย แต่ไม่อาจทำอะไรได้
โอนิซึกะต้องการคนสืบทอด และเขาคือผู้ชายคนเดียวของตระกูลที่เหลืออยู่ ธุรกิจที่ทำอยู่ไม่ได้เพียงแต่เลี้ยงดูคนในตระกูลโอนิซึกะให้ยิ่งใหญ่มาหลายสิบปี ทว่ากลับหล่อเลี้ยงชีวิตของลูกน้องและครอบครัวอีกหลายพันคนเช่นเดียวกัน
ลูกน้องคนสนิทลอบมองสีหน้าของผู้เป็นนายด้วยความห่วงใย ทุกครั้งที่มีเรื่องกับอีกแก๊ง ภาพในอดีตเกี่ยวกับผู้นำคนเก่าจะถูกนำมาฉายใหม่อีกครั้ง และมักจะจบด้วยสายตาเยือกเย็นผ่านนัยน์ตาสีไอริชของคนตรงหน้า
มันคือความเจ็บปวดที่โอนิซึกะ เรย์ไม่เคยมีเวลาให้เสียใจ เพราะทันทีที่พ่อของเขาตาย ชื่อของผู้นำคนใหม่จะถูกประกาศทันที ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้สมาชิกในแก๊งยอมรับในการขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่ สิ่งหนึ่งที่ผู้ชายอายุเพียงสิบเจ็ดทำลงไปหลังงานศพพ่อตนเองหนึ่งวัน คือการสังหารคนที่ลอบฆ่าพ่อตนเองต่อหน้าครอบครัวของอีกฝ่ายเช่นกัน
เมื่อเห็นสีหน้าของผู้เป็นนายหม่นลง คนเป็นลูกน้องจึงหาเรื่องคุยใหม่เบี่ยงประเด็น
“แล้วนายท่านจะทำยังไงกับเรื่องคุณไข่หวานครับ”
ชื่อของใครบางคนทำให้ยากูซ่าหนุ่มหลุดออกจากภวังค์ความคิดมืดมิด บุหรี่ที่ถือค้างในมือถูกดับลงกับที่เขี่ยบุหรี่ก่อนแววตาแห่งความเยือกเย็นจะมีประกายบางอย่างทดแทนจนชุนยะจับสังเกตได้
แต่คนที่คลุกคลีอยู่กับงาน เงิน และเลือดอย่างพวกยากูซ่าน้อยคนนักจะรู้จักสีหน้าแบบนี้
ชุนยะเองก็ไม่รู้จักความรู้สึกนั้น และมั่นใจว่าเจ้านายตนเองก็ไม่รู้...ไม่รู้ตัวว่ากำลังเป็นแบบไหน
“แล้ววันนี้ยัยจิ้งจอกเก้าหางทำอะไร”
เขาสถาปนายศศักดิ์ของมาเฟียสาวเป็นนางจิ้งจอกที่บำเพ็ญตนมาพันปีเรียบร้อย เพียงแค่ได้ยินชื่อ อาการเจ็บจี๊ดๆ บนซีกหน้าก็ปรากฏขึ้นมาจนนึกอยากจับเธอมาห้อยเล่นกับเพดานห้องทำงานสักชั่วโมง
“วันนี้มีแค่รถของลูกน้องแฝดของเธอที่ออกไปข้างนอกครับ ส่วนคุณไข่หวาน ลูกน้องของเรารายงานว่า เธอเปิดระเบียงออกมารับลมตอนเย็นสิบนาทีถ้วน ก่อนจะปิดประตูกลับเข้าไปในบ้าน”
“แล้วลูกน้องของยัยนั่นไปไหน”
“เอ่อ ไม่ทราบครับ”
“ไม่รู้?” สีหน้าของคนถามเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ฟังคำว่า ‘ไม่ทราบ’
ทำงานกับโอนิซึกะ เรย์ ไม่มีคำว่า ‘ไม่รู้’
“ก็นายท่านให้คนของเราตามดูคุณไข่หวาน”
คนถูกย้อนคำสั่งแทบสำลักควันที่ค้างในอากาศ ยิ่งสีหน้าของลูกน้องคนสนิทที่ลอบมองมายังเขาด้วยความไม่เข้าใจ ยิ่งทำให้ยากูซ่าหนุ่มรู้สึกหงุดหงิด
ไม่รู้จะด่าว่ามันไม่ได้เรื่อง หรือเป็นเขาที่สั่งไม่ชัดเจน
กุญแจรถฮาร์ลีย์ในลิ้นชักจึงถูกหยิบขึ้นมาพร้อมกับดาบบนแท่น
“ดูแลผับต่อด้วย วันนี้กูไม่กลับเข้าร้าน” เขาสั่งลูกน้องและกำลังจะเดินออกจากห้องทำงาน
“นายท่านจะไปไหนครับ? ไปหาคุณไข่หวาน”
“ไปไหนก็เรื่องของกู!!” พูดจบก็สะบัดหน้าเดินออกจากห้องไป
ทิ้งความสงสัยไว้ให้ลูกน้องหนุ่ม ว่าตนเองทำอะไรผิด เจ้านายถึงได้ขึ้นเสียงใส่
×××
ฮาร์ลีย์สีดำสนิทถูกขับจากชิบูย่ามายังบ้านพักในเขตมินาโตะ ดวงตาสีอ่อนใต้หมวกกันน็อกเต็มใบสีเดียวกับรถทอดสายตามองไปยังบ้านหลังหนึ่งซึ่งเปิดไฟสว่างไปทั้งหลัง ทุกจุดรอบบ้านมีชายฉกรรจ์คอยเดินตรวจตราผิดวิสัยปกติของคนที่นี่
ราวกับจะประกาศให้บ้านใกล้เรือนเคียงรู้ ว่านี่คือบ้านของมาเฟีย เธอท้าทายอำนาจรัฐด้วยการมาพักในเขตราชการไม่พอ แถมยังมีคนเดินถือปืนเดินไปเดินมาอีก
พ่อไม่สอนหรือไง ว่าการใช้ปืนในญี่ปุ่นมันต้องระวังขนาดไหน ไม่ใช่ทุกคนที่อยู่ที่นี่จะสามารถพกปืนไปไหนมาไหนด้วยได้ แม้แต่การลักลอบครอบครองปืนเถื่อนยังทำได้ยาก
แต่ยัยจิ้งจอกกลับมีลูกน้องที่สามารถถือปืนเดินรอบบ้านได้ถึงห้านาย เรย์มั่นใจว่าทั้งพวกแฝดและไข่หวานเองก็ต้องมีปืนพกส่วนตัว
คนแอบซุ่มจอดรถยืนมองเข้าไปในบ้านเกือบชั่วโมง ทว่ากลับไม่มีความเคลื่อนไหวจากคนที่อยากเจอจึงตัดสินใจขี่รถกลับ
เขาไม่คิดว่าการที่เธอเงียบมันหมายถึงเธอจะยอมแพ้ ผู้หญิงคนนั้นแพ้ไม่เป็น การที่เธอเงียบหายไปนั่นอาจเพราะกำลังวางแผนทำอะไรอยู่
รถฮาร์ลีย์ที่ขับมาชะลอความเร็วลงเล็กน้อย ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในซอยค่อนข้างเปลี่ยวไร้บ้านเรือน ถนนเส้นนี้เขาใช้ประจำตั้งแต่จำความได้ ดังนั้นจึงไม่มีอะไรน่ากลัว หากขับต่อไปอีกไม่เกินสิบนาทีก็จะถึงถนนที่เป็นทางเข้าบ้านของตนเอง
แต่แล้วรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งก็ต้องค่อยๆ ชะลอรถอีกครั้งจนหยุดนิ่ง เมื่อเห็นต้นไม้ใหญ่ล้มขวางทาง คนเป็นเจ้าถิ่นรู้ทันทีว่ามีบางสิ่งบางอย่างไม่ชอบมาพากล ถนนเส้นนี้ไม่เคยมีต้นไม้ใหญ่ขนาดนี้มาก่อน การที่มันมานอนขวางถนนย่อมเป็นเรื่องผิดปกติ
ความสงสัยของยากูซ่าหนุ่มถูกเฉลย เมื่อปรากฏชายเกือบสิบคนโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ที่นอนล้มบนพื้น พวกนั้นอาวุธครบมือ และดาหน้ามาที่รถของเขาพร้อมกับประหนึ่งซักซ้อมกันเอาไว้
ร่างสูงทำเพียงปิดเครื่องยนต์ ก้าวลงจากการควบขี่รถคันโปรดโดยไม่ได้ถอดหมวกกันน็อก
การถูกลอบทำร้ายไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ ไม่ต้องพูดพร่ำมีพิธีรีตองอะไร ยากูซ่าหนุ่มก็จัดการยกเท้าถีบหน่วยกล้าตายคนแรกที่ถือดาบกวัดแกว่งเข้ามาหา
ดาบในมือของเรย์ไวกว่า นอกจากจะยกปอกดาบขึ้นมากันดาบของอีกฝ่ายที่ฟาดลงมาทื่อๆ ยังใช้ปลายนิ้วโป้งดันคมดาบของตนเองออกจากฝัก ดึงออกมาฟันกลางอกของลูกน้องยากูซ่าได้ทันท่วงที
“อ๊ากกก!!!” เสียงกรีดร้องโหยหวนดังไปทั่วถนน แบบนี้บ้านหลังที่ใกล้ที่สุดแถวปากซอยก็อาจได้ยินเสียงและโทรเรียกตำรวจ
“อย่าร้องเหมือนคนเพิ่งเคยเจ็บตัว” เสียงทุ้มหัวเราะ พร้อมกับสั่งสอนลูกน้องจากอีกแก๊ง
ความกล้าเป็นเรื่องต้องชื่นชม แต่ฝีมือห่วยแตกก็ควรจะไปหลบอยู่ข้างหลัง ปล่อยให้เพื่อนแบก
หากเป็นคนของแก๊งโอนิซึกะถูกฟันแล้วร้องแบบนี้ เขานี่แหละจะตัดลิ้นลูกน้องตัวเองซ้ำเพราะมันดูกระจอก
“จัดการมันสิวะ นายสั่งให้จับเป็น!!” เสียงของคนที่ดูจะมีฝีมือตะโกนสั่งพวกที่เหลือให้เข้ามาหา
ไม้เบสบอลเหล็กเกือบสิบอันถูกชี้พุ่งเป้ามายังตนเอง พวกมันควงท่อนเหล็กข่มขวัญเขาเสียงดัง ‘ฟุบ ฟุบ’ พร้อมสะแหยะยิ้มยั่ว
ดวงตาสีไอริชมองหาคนที่มีช่องโหว่มากที่สุดก่อนจะลากมันมาจัดการ แต่คนของมันมีมาก ลำพังจัดการแบบหนึ่งต่อหนึ่งไม่เป็นปัญหา แต่มักจะมีพวกชอบแจม ลอบเข้ามาตีจากด้านหลัง ยากูซ่าหนุ่มจึงไม่มีโอกาสจัดการคนที่เหลือขั้นเด็ดขาด อย่างมากก็ทำได้เพียงถีบพวกมันลงไปนอนทับกันข้างทางเท่านั้น
กระทั่งหางตามองเห็นอาวุธมีคมเงาวับวิ่งเข้าหา ไอ้คนออกคำสั่งเมื่อกี้อาศัยช่วงที่เขาจัดการแก๊งไม้เบสบอลกะเฉือนลงกลางหลัง คนตัวโตจึงต้องรีบเบี่ยงตัวยกแขนขึ้นมากันอวัยวะสำคัญ ตั้งใจจะสลับมืออีกข้างมาจับดาบเอาคืนทีหลัง
ปัง!
“อ๊ากกก!!!”
ไม่ทันที่ดาบเล่มนั้นจะฝังลงบนท่อนแขนแกร่ง เสียงปืนก็ดังลั่นซอยตามด้วยเสียงกรีดร้องเจ็บปวดของลูกน้องยากูซ่าต่างแก๊ง
ดาบสีดำที่เงื้อค้างกลางอากาศตกลงบนพื้นราวกับภาพสโลโมชัน ก่อนที่ไอ้เวรนั่นจะลงไปนอนแดดิ้นหมดสภาพกับพื้น จับมือตนเองที่พรุนจากการถูกกระสุนปืนยิงทะลุอย่างน่าสังเวช
ปัง!
เสียงปืนนัดที่สองดังขึ้นพร้อมกับกระสุนที่วิ่งเฉียดศีรษะผู้นำตระกูลโอนิซึกะไปฝังบนอกของคนที่ถือไม้เบสบอลเหล็กจนล้มแน่นิ่ง มันคงตั้งใจเข้ามาฟาดเขาในตอนที่กำลังสนใจกับเสียงกระสุนนัดแรก
เสียง ‘เฮือก!’ จากลมหายใจสุดท้ายดังขึ้น จากนั้นลูกน้องยากูซ่าที่ถูกยิงเข้ากลางอกก็กระอักเลือดออกมาท่วมถนน คนอื่นๆ ที่ได้เห็นจึงพากันวิ่งกรู กระโดดหนีข้ามต้นไม้หนีกระเจิงคนละทิศละทาง
เจ้าของดวงตาสีไอริชผินหน้าไปมองยังต้นทางของกระสุน รถยนต์สีชมพูคอรัลแสบตารวมถึงการสาดไฟสูงจนมองหน้าคนขับไม่ชัด ทำให้ยากูซ่าหนุ่มเกิดความสงสัย กระทั่งเสียงเครื่องยนต์รถสี่ล้อเงียบลง ก่อนที่เสียงเปิดปิดประตูรถยนต์ดังตามมา
ร่างเล็กกะทัดรัดในชุดเดรสสั้นสีดำเดินลงจากรถพร้อมกับปืนพกสีเดียวกับชุด เธอเดินผ่านเขาไปยังศพของคนที่นอนจมกองเลือดก่อนจะยกเท้าขึ้นกระทืบกลางอกของศพซ้ำเต็มแรง
“ตายจริงนี่นา นึกว่าแกล้งตาย” เสียงเล็กๆ บ่นพึมพำเป็นภาษาที่เขาไม่รู้จัก ก่อนจะหันมายิ้มแฉ่งราวกับทำเรื่องดีๆ อะไรเอาไว้ “สวัสดีตอนดึกค่ะ เจอกันรอบนี้ ฉันมาถูกที่ถูกเวลาใช่ไหมคะ?”
รอยยิ้มหวานกับภาษาอังกฤษสุดมั่นออกมาจากปากคนที่เขาเพิ่งขับรถไปดูหลังคาบ้านเกือบชั่วโมง ไข่หวานเคลียร์ปืนและเก็บมือเข้ากับซองปืนข้างเอวอย่างชำนาญ ยืนไขว้แขนไปด้านหลัง เงยหน้าจ้องตาเป็นประกายราวกับเด็กรอฟังคำชม
“ชมสิ”
“ชมทำไม -_-” หมวกกันน็อกถูกถอดออกจากศีรษะวางบนรถคันโปรดตนเอง พร้อมกับน้ำเสียงไม่เข้าใจที่เธอสื่อ
“ไข่หวานช่วยคุณไง! ขอบคุณตามมารยาทสิ” เท้าเล็กๆ บนรองเท้าบูตหนังกระทืบปึงๆ ราวกับเด็กถูกผู้ปกครองขัดใจ
นั่นทำให้เรย์อดถอนหายใจหนักๆ ออกมาไม่ได้
“ขอบคุณ...ตามมารยาท”
รอยยิ้มหวานประดับบนใบหน้าเล็กหุบฉับ หลังจากฟังแล้วเข้าใจแจ่มแจ้งว่าเพิ่งถูกเขาประชด
“ไม่สำนึกบุญคุณคน”
“คนไหน คนที่เพิ่งวางยาผมแล้วหนีกลับไทยแบบคุณหรือเปล่า”
“เรื่องมันผ่านไปตั้งหลายวันแล้ว ลืมมันได้ไหมล่ะ คุณก็เซ็นลายเซ็นปลอมให้ฉันหรอก” มือบางยกขึ้นกอดอกตนเองก่อนจะเริ่มสาธยายเหตุการณ์เมื่อครู่เพื่อทวงบุญคุณ “ถ้าไข่หวานไม่ขับรถคันใหม่ออกมารับลม เรย์ซังคงได้ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงแล้ว”
“ที่นี่ไม่มีต้นมะม่วง”
“มันเป็นคำพูดที่หมายถึงตายถูกดินฝังกลบหน้า! จะต้นมะม่วงหรือซากุระ เมื่อกี้ไข่หวานก็จัดการมันช่วยคุณ”
“แล้ว?”
“เซ็นสัญญาเพิ่มส่วนแบ่งอีกสิบห้าเปอร์เซ็นต์ให้หน่อยสิ”
เขาว่าแล้ว...
“แล้วศพไอ้นี่ใครจะจัดการ”
“ไข่หวานช่วยคุณนะ! เรย์ซังก็เอาไปจัดการสิ”
เธอบอกปัดอย่างคนไร้ความรับผิดชอบ ถึงอย่างนั้นก็เข้าใจได้ว่าเป็นคนต่างถิ่น แม้จะเป็นคนต่างถิ่นที่พกปืนเดินร่อนไปร่อนมาทั่วโตเกียวก็ตาม
ยากูซ่าหนุ่มถอนหายใจเหนื่อยหน่าย เขายอมถูกฟันที่แขนดีกว่าต้องมาจัดการศพและต้องเตรียมตอบคำถาม หากตำรวจมาถามเรื่องเสียงปืนเนื่องจากเป็นเขตที่แก๊งตนเองคุ้มครองอยู่
ศพของลูกน้องยากูซ่าคู่อริถูกคนสวมถุงมือหนังลากไปโยนทิ้งข้างทาง เรย์ไม่ได้คิดจะโยนมันทิ้งไว้แบบนี้แต่ต้องซ่อนเอาไว้ก่อน อย่างน้อยก็จนกว่าชุนยะจะมาถึง
คนตัวสูงกอดอกมองคนที่ยังทำหน้าบึ้งตึงไม่รู้ร้อนรู้หนาวด้วยความหงุดหงิดใจ การเจอกับเธออีกครั้งในสถานการณ์แบบนี้เป็นเรื่องที่ยากูซ่าหนุ่มไม่ได้คิดเอาไว้
“เผื่อคุณจะไม่รู้ ความผิดแรกของคุณคือการยิงปืนในที่สาธารณะ” เสียงเข้มดุกลายๆ ต่อหน้าคนไม่สำนึกผิด
กฎหมายญี่ปุ่นเกี่ยวกับการครอบครองและพกพาอาวุธปืนเข้มงวดมาก โดยทั่วไปแล้วประชาชนไม่ได้รับอนุญาตให้ครอบครองหรือพกพาอาวุธปืน ผู้ที่จะครอบครองปืนได้จะต้องได้รับอนุญาตพิเศษ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการคัดกรองที่เข้มงวดและยาวนานจากทางการ
ขนาดเขาเองยังมีเพียงหนึ่งกระบอก และมันถูกเก็บไว้ที่คฤหาสน์ของตระกูล เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยเรื่องอาวุธต้องถูกจัดเก็บไว้ตามที่อยู่ในใบอนุญาต
“ความผิดข้อที่สอง คุณฆ่าคนบนถนนสาธารณะ คิดบ้างไหมว่าจะมีคนได้ยินเสียงปืนแล้วโทรแจ้งตำรวจ”
แถมเธอยังยิงถึงสองนัด
คนถูกดุเบ้ปากไม่ยอมรับความผิด เธอหมุนตัวเดินกลับขึ้นรถ ก่อนจะสตาร์ตและถอยรถกลับทางเดิม กระจกพร้อมหลังคาเปิดประทุนถูกเปิดออกเผยให้เห็นใบหน้าสวยราวกับจิ้งจอกพันปีอีกครั้ง
ปืนเจ้าปัญหาถูกโยนใส่มือหนาของคนเดินตามมาหยุดข้างรถ จากนั้นจึงยิ้มแฉ่งไม่ทุกข์ร้อน
“ฝากทำลายทิ้งพร้อมศพด้วยนะคะ”
เธอยกนิ้วชี้กับนิ้วนางแตะริมฝีปากกระจับของตนเอง ยกมันขึ้นกระดิกปลายนิ้วบอกลา พร้อมกับฝากคำพูดที่ทำเอาคนฟังขบสันกรามแน่น
“คิดซะว่าไข่หวานชดใช้เรื่องเมื่อคราวก่อนแล้ว ครั้งหน้าจะแวะไปคุยเรื่องสัญญาที่ผับนะคะ”
เสียงเหยียบคันเร่งรถยนต์ดังไปทั่วบริเวณ ก่อนที่รถเปิดประทุนสีชมพูคอรัลจะขับหายเข้าไปในความมืด ทิ้งให้ผู้นำแก๊งยากูซ่าต้องเป็นฝ่ายโทรเรียกลูกน้องตนเองให้มาจัดการเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุให้เรียบร้อย
ความแค้นของเรย์ถูกลงบัญชีเอาไว้อีกหนึ่งกระทง ยัยตัวแสบที่โผล่หัวมาแบบไม่ค่อยมีประโยชน์แล้วยังสร้างเรื่องทำเขาไม่ได้หลับได้นอนทั้งคืน!