“ผมไม่นึกเลย ว่ามิสวิรัลวีร์จะจัดห้องต้อนรับเป็นการส่วนตัวขนาดนี้”
เสียงนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ ซึ่งได้รับฉายาว่าเป็นเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์เบอร์หนึ่งในฮ่องกงกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น หลังจากลิฟต์โดยสารพามาหยุดที่ชั้นบนสุดของโรงแรมหรูกลางกรุงเทพมหานคร
มาเฟียสาวผู้เดินตามหลังเบ้ปากกับคำพูดของอีกฝ่าย มองการกระทำที่ขัดกับคำพูดนั่นด้วยสายตารังเกียจ
แทบจะถอดกางเกงรอเธออยู่แล้ว...ตอแหล
ทันทีที่ชายวัยกลางคนหย่อนกายนั่งลงบนโซฟาหนังเนื้อดี ร่างระหงในชุดเดรสสีเบอร์กันดีจึงค่อยๆ หย่อนสะโพกผายได้สัดส่วนลงบนโซฟาตัวเดียวกันอย่างมีจุดประสงค์แอบแฝง
ลูกน้องคนสนิทซึ่งเป็นคู่แฝดที่ติดตามนายหญิงก็รู้งานเป็นอย่างดี คนหนึ่งหยิบขวดไวน์สีชาดเปิดออกและรินเสิร์ฟ ในขณะที่อีกคนหรี่แสงไฟภายในห้องเป็นโทนสีส้มโรแมนติกและเปิดเพลงคลาสสิคเคล้าคลอเสริมบรรยากาศ จากนั้นจึงพากันออกไปรอด้านนอก ไม่รบกวนเวลาส่วนตัวของเจ้านายกับ...เหยื่อ
“แล้วคุณอีริคชอบห้องนี้ไหมคะ?” น้ำเสียงหวานเชื่อมเอ่ยถามความเห็นของคู่ค้าคนสำคัญด้วยใบหน้าทรงเสน่ห์เหลือล้น
สายตาคมเฉี่ยวราวกับนางจิ้งจอกปรายตาไปยังห้องนอนใหญ่ด้านใน หลอกล่อให้อีกฝ่ายจินตนาการจนหน้าแดงหูแดงไปถึงไหนต่อไหน
“ชะ ชอบมาครับ ผมไม่คิดว่ากรุงเทพตอนกลางคืนจะสวยขนาดนี้” ปากของนักธุรกิจชายเอ่ยชมความงามยามราตรีของเมืองหลวง
แต่กระนั้นสายตากลับเอาแต่จับจ้องเรียวขาขาวที่โผล่พ้นเดรสยาวสีไวน์ของเธออย่างหื่นกระหาย
“ผมอยากรู้จริงๆ ว่าคืนนี้จะได้เห็นอะไรที่สวยกว่าวิวกรุงเทพหรือเปล่า...” แก้วไวน์เปล่าถูกยกกระดกดื่มและวางลงบนโต๊ะ ก่อนที่มือหนาจะค่อยๆ ปลดเสื้อสูทพาดวางไว้บนที่พักแขนของโซฟาอวดมัดกล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าให้ฝ่ายตรงข้ามเห็น “ผมเซ็นให้แล้ว เปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งที่คุณขอสูงกว่าคนอื่นที่ลงทุนด้วยเม็ดเงินเท่ากันพอตัว หวังว่าคุณจะไม่...”
“ชิ่ง?”
“มิสวิรัลวีร์ต้องเข้าใจ ข่าวลือเรื่องนี้ของคุณหนาหู ผมไม่อยากพลาดเหมือนคนที่ผ่านๆ มา”
“หึ คนพูดไม่ได้กิน ส่วนคนกินเขาไม่เอาไปพูดหรอกนะคะ...” ริมฝีปากเคลือบลิปสติกเผยอขึ้นอย่างยั่วยวน
พลอยให้คนมองจินตนาการถึงรสรักร้อนแรง หากถูกเธอก้มปรนเปรอด้วยริมฝีปากกลางหว่างขา
“งั้นเอาแบบนี้ดีไหมคะ?”
ร่างระหงหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินทิ้งสะโพกหายเข้าไปในห้องนอนและกลับมาอีกครั้งพร้อมกับของบางอย่างในมือ
จีสตริงชิ้นน้อยสีเดียวกับเดรสที่เธอกำลังสวมใส่
มาเฟียสาวโน้มตัวลงมาสบตานักธุรกิจหนุ่มใหญ่ ก่อนจะสอดมันเข้าไปเก็บในกระเป๋าเสื้อสูทของอีกฝ่ายที่ถอดทิ้งเอาไว้
“คิดซะว่านี่เป็นมัดจำ ส่วนต้นกับดอก หลังจากอาบน้ำล้างเหงื่อออกแล้วค่อยมารับที่ฉัน” ปลายนิ้วเรียวเชยคางของอีกฝ่ายให้ละสายตาจากหน้าอกคู่ใหญ่ของตนเองขึ้นมาสบตา “หรืออยากให้ฉันไปอาบน้ำด้วยกันคะ?”
“มะ ไม่ ผมชอบตัวหอมๆ ของคุณตอนนี้” ไวน์อีกแก้วของมาเฟียสาวถูกอีริคคว้าขึ้นมากระดกจนหมดแก้ว ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของอีกฝ่ายจะเดินหายเข้าในห้องนอนพร้อมกับจีสตริงสีเบอร์กันดี
ไข่หวานนั่งรอที่โซฟาอย่างใจเย็น กระทั่งได้ยินเสียงสายน้ำจากเรนชาวเวอร์กระทบพื้นกระเบื้อง จึงรีบคว้ากระเป๋าสะพายของตนเองวิ่งแจ้นออกจากห้องพักชั้นบนสุดของโรงแรมทันที!
หนึ่งในลูกน้องคนสนิทยืนรอที่หน้าห้องพักหากเกิดกรณีไม่คาดฝัน อย่างน้อยการเอาปืนจ่อหัวข่มขู่อาจจะเวิร์กในบางกรณี
“วินซ์อยู่ไหน” เจ้านายสาวเอ่ยถามแฝดพี่ของเขาในขณะที่สับฝีเท้าเดินเข้าลิฟต์
“เอารถไปจอดรอด้านหลังโรงแรมครับ” วิคเตอร์รายงานความคืบหน้าที่ได้รับจากคู่แฝดตนเองให้เจ้านายสาวทราบ ตามด้วยการถามความเห็นเกี่ยวกับคู่ค้า ที่ถูกเธอหลอกให้อาบน้ำรอเก้ออยู่ชั้นบนของโรงแรม “เรื่องของคุณอีริคเราจะจัดการยังไงดีครับ”
หากไม่มีอะไรมาปิดปาก เขาต้องโวยวายฟ้องพ่อของเธออย่างแน่นอน
“เรียกดารากับนางแบบมาดูแลแทน” การแก้ปัญหาด้วยวิธีเดิมๆ ถูกเอ่ยออกไปอย่างไม่คิดมาก “อย่าลืมเก็บหลักฐาน”
สัญญาก็เซ็นแล้ว และเธอให้ผู้หญิงถึงสองคนมาอยู่เป็นเพื่อนคืนนี้ หากยังไม่พอใจก็ยกเลิกและจ่ายเป็นค่าปรับสิบเท่า พร้อมกับเตรียมแถลงข่าวคลิปหลุดก็แล้วกัน
“จัดการเรียบร้อยครับ” โทรศัพท์ส่วนตัวถูกยัดเก็บลงในกระเป๋ากางเกง หลังจากทำงานตามที่นายหญิงสั่งเรียบร้อย
ทั้งคู่เดินซิกแซก หลบลูกน้องของอีริคไม่กี่นาทีก็ถึงรถที่วินซ์จอดติดเครื่องรอโดยสวัสดิภาพ
“นายด่าแน่เลยครับ” แฝดคนพี่ผู้ทำหน้าที่ขับรถเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล
เวกัส ผู้เป็นบิดาของไข่หวานทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาและกล้าได้กล้าเสีย เงินที่ลงทุนไม่มีคำว่าตระหนี่ให้อับอายมาถึงม้าเพกาซัสบนโลโก้บริษัท
แตกต่างจากลูกสาวที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำวีกรุปในอีกไม่ช้า เพราะไข่หวานถือคติ ‘กอบโกยคือกำไร’ ลงทุนน้อยได้เยอะ ยิ่งลงทุนไปเยอะยิ่งต้องได้
การเจรจาธุรกิจบ่อยครั้ง เธอใช้วาทศิลป์โน้มน้าวอีกฝ่ายให้คล้อยตามสำเร็จ จบที่ต่างฝ่ายต่างเซ็น และได้รับผลประโยชน์เป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย นานๆ ครั้งถึงจะมีพวกอยากลองของ ชอบเล่นท่ายาก อยากได้ทั้งเงินของบริษัทและเธอที่เป็นลูกสาวคนโตไปนอนกกด้วย การเสนอส่วนแบ่งที่สูงลิบลิ่วผิดปกติจึงตามมา จากนั้นก็แล้วแต่บุญทำกรรมแต่งของแต่ละคน
ซึ่งที่ผ่านมามีแต่พวกคนบาป...เลยอดขึ้นสวรรค์กับคนสวยอย่างเธอ
“เงียบไว้สิ” คนที่นั่งเบาะหลังสั่งลูกน้องด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าไม่สามารถปิดบังหูตาของท่านได้ก็ตาม
“นายหญิงเพลาๆ วิธีนี้บ้างนะครับ เงินเดือนพวกผมจะไม่เหลือกันอยู่แล้ว” เพราะนายใหญ่ไม่กล้าลงโทษลูกสาว คนซวยจึงเป็นลิ่วล้ออย่างพวกเขาสองคน
“พูดมากจังพวกแฝดเนี่ย” ริมฝีปากอวบอิ่มจิ๊ปากอย่างไม่ชอบใจ เปิดกระเป๋าหยิบเช็คสีขาวออกไปฟาดไหล่ของวิคเตอร์อย่างไม่แรงนัก “เอาไปแบ่งกันแล้วหุบปาก”
เช็คจำนวนหนึ่งล้านบาททำเอาสองแฝดทำตาโตเหล่มองกันและกัน จากนั้นจึงพากันโห่ร้องด้วยความดีใจก้องรถ แต่เพียงได้ยินคำถามถัดมาจากผู้เป็นนาย เสียงโห่ก้องนั้นกลับค่อยๆ เงียบลงพร้อมกับบรรยากาศมาคุคืบคลานเข้ามา
“แล้วกางเกงในซื้อไปเท่าไหร่ ฉันจะได้จ่ายคืน”
แน่นอนว่าจีสตริงก็ของปลอมที่สั่งให้ลูกน้องไปหามาแบบสดๆ ร้อนๆ เตรียมเอาไว้ในห้องนอนของโรงแรม
ไม่มีใครเป็นบ้าถอดกางเกงในตนเองให้คนแปลกหน้าถือแบบนั้น
“ร้านเจ๊ศรีเจ้าเดิมครับ ตัวละร้อยเก้าสิบเก้าบาท” เสียงห้าวของวิคเตอร์รายงาน พร้อมกับลอบมองหน้าพี่ชายฝาแฝด
“เดี๋ยวนะ... คราวก่อนร้านเจ๊ศรีขายเก้าสิบเก้าบาทนี่”
ราคาแพงกว่ารอบก่อนหนึ่งร้อยบาท เป็นเรื่องที่เธอรับไม่ได้
เครื่องคิดเลขในหัวของไข่หวานตอนนี้กำลังบวกลบคูณหารค่าใช้จ่าย ทั้งค่าโรงแรม ค่าไวน์ และค่าตัวดารากับนางแบบที่จ้างมาคืนนี้จนหัวหมุน
“เจ๊ศรีบอกว่ากดสั่งไม่ทันโพรโมชันวันที่ 6 เดือน 6 ครับ ล็อตนี้เลยราคาแพงหน่อย”
คำตอบเป็นเหตุเป็นผลถูกวินซ์อธิบายให้ฟัง แม้รู้ดีว่าเจ้านายสาวของพวกตนไม่รับรู้ และไม่รับทราบ
“เอาเช็คไปขึ้นเงิน แล้วโอนคืนมาด้วยหนึ่งร้อยบาท บัญชีเดิม!!”
ลูกน้องแฝดถอนหายใจพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เงยหน้ามองผ่านกระจกหลัง เห็นเจ้านายตนเองนั่งกอดอกไม่สบอารมณ์ก็ถึงกับท้อใจ
“คะ ครับนายหญิง -_-;”
ขี้งกฉิบหาย...