“คุณสวยมาก...”
มาเฟียสาวสะดุ้งกับประโยคแรกที่เอ่ยทักทาย ลมหายใจกลิ่นมินต์หอมสะอาดกับแพขนตาของอีกฝ่ายกะพริบถี่ๆ มองมายังเธอราวกับต้องการให้ดูออกว่ากำลังสนใจเธอขนาดไหน
“สวยไม่เท่าดอกไม้ในมือคุณหรอกค่ะ” ลูกสาวมาเฟียใหญ่ส่งยิ้มหวานโปรยเสน่ห์ต่อทันที ไม่คิดว่ายังไม่ทันหย่อนเบ็ด แซลมอนหนุ่มก็กระโดดขึ้นเหนือผิวน้ำมากินเหยื่อถึงที่
“ของในกระเช้าคงเอามาให้ผม” เขาดึงมันไปถืออย่างว่าง่าย แต่กลับไม่สนใจซองเอกสารในมือข้างเดียวกันแม้แต่น้อย ตามด้วยการส่งช่อดอกไม้ในมือตนเองให้เธอถือเป็นการแลกเปลี่ยน
ช่อดอกไอริสสีม่วงครามสีเดียวกับสีของดวงตาคนให้ ถูกห่อหุ้มด้วยกระดาษสาญี่ปุ่นสีขาว ดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของเขตชิบูย่าและกระดาษห่อที่ผลิตในประเทศ แสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายภูมิใจในถิ่นกำเนิดตนเองมากขนาดไหน
ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงก้มโน้มตัวลงสูดกลิ่นหอมละเมียดละไมของมัน พยายามใส่ใจสิ่งที่อีกฝ่ายให้อย่างทะนุถนอม หวังสร้างความประทับใจให้ยากูซ่าหนุ่มตรงหน้า
“เกิดมาเพิ่งเคยได้กลิ่นดอกไอริสญี่ปุ่นเลยค่ะ หอมสะอาดมาก ขอบคุณนะคะ” เธอวิจารณ์ดอกไม้ในมือตามเนื้อผ้า ไม่ได้เสริมแต่งอะไรลงไปเพราะคุณภาพดอกไม้ที่กำลังถืออยู่เป็นเช่นนั้นจริงๆ
“ผมค่อนข้างแปลกใจที่มาเฟียอย่างคุณรู้จักชื่อดอกไม้” เขาเองก็แสดงออกว่ากำลังทึ่งที่เธอบอกชื่อดอกไม้ได้ถูกต้อง
“ทำไมคะ? ฉันควรจะรู้จักอะไร” เธอช้อนตาท้าทายอีกฝ่ายเป็นนัย ก้มสูดดมดอกไม้ในมืออีกครั้งและเผยรอยยิ้มชวนฝันออกมา “แม่ของฉันเคยทำร้านดอกไม้ค่ะ ฉันรู้จักดอกไม้หลายชนิด”
“ผมไม่เชื่อ”
“...” รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าสวยเกือบเจื่อนลง เมื่อได้ยินคำตอบจากเขา
หรือเขาอ่านการแอ็กติ้งระดับฮอลลีวูดของเธอออก ก่อนที่ความกังวลจะล่องลอยไปไกลหลังจากได้ยินประโยคนั้น ยากูซ่าหนุ่มก็แค่นหัวเราะขบขันกับท่าทีของเธอพร้อมกับเฉลย
“เอาไว้ผมจะชวนคุณไปที่บ้าน ที่นั่นคุณย่ากับคุณยายปลูกดอกไม้ไว้หลายอย่าง เราค่อยไปพิสูจน์กันที่นั่น”
ที่แท้ก็มุกชวนผู้หญิงเข้าบ้าน...
“ยินดีค่ะ” ดวงตาเฉี่ยวจ้องกลับอีกฝ่ายอย่างท้าทาย ไข่หวานจงใจสร้างจินตนาการให้กับอีกฝ่ายนัยน์ตาและน้ำเสียงของตนเอง
ยิ่งเขาแสดงออกว่าชอบเธอมากขนาดไหน เธอจะยิ่งแสดงออกว่าชอบเขาให้มากกว่า
ไข่หวานปล่อยให้อีกฝ่ายโปรยเสน่ห์ใส่ตนเองเต็มที่ ไม่ว่าเขาจะสาดคำหวานใส่เธอกี่พันคำ มาเฟียสาวก็ยิ้มรับและเชื่อในทุกประโยคที่อีกฝ่ายเอื้อนเอ่ยออกมา
เธอเจอผู้ชายประเภทนี้มาเยอะแล้ว ดีหน่อยที่คนนี้ไม่ใช่พวกปากว่ามือถึง นอกจากสายตากับคำพูด ไข่หวานจึงไม่รู้สึกว่าอีกฝ่ายพยายามครอบครองเธออย่างที่คนอื่นๆ ทำ
ประตูห้องอาหารถูกเจ้าของผับผลักปิดลง คนภายนอกหมดสิทธิ์เข้าจนกว่าเขาจะอนุญาต ด้านในมีเชฟสองคนกำลังยืนเตรียมอาหารด้านหลังเคาน์เตอร์ และทั้งคู่มีมารยาทมากพอที่จะไม่ฟังว่าลูกค้าคุยอะไรกัน
“โอนิซึกะ เรย์คือชื่อผม ขอโทษที่แนะนำตัวช้า” เขาเปิดบทสนทนาใหม่ขึ้นมา หลังจากพาเธอมานั่งและส่งกระเช้าเครื่องดื่มที่ได้รับให้พ่อครัวไปจัดการ
“ไข่หวานค่ะ คุณโอนิซึกะเรียกฉันว่าไข่หวานได้เลย”
“งั้นคุณควรเรียกผมว่าเรย์”
“ทำไมคะ?”
“เพราะถ้าไปที่บ้านของผม เรย์จะเป็นชื่อเดียวที่คุณเรียกแล้วผมหันกลับมาทันที” สายตาเชื่อมที่มองกลับมาพร้อมกับคำตอบบ่งบอกว่าเขาคิดมากกว่านั้น
“ค่ะ เรย์ซัง” มาเฟียสาวจึงแสร้งใช้มือปัดผมไปด้านหลัง เผยให้เห็นช่วงลำคอบนเดรสเกาะอกสีแดงยั่วยวนอีกฝ่ายจนต้องมองอย่างไม่อาจละสายตา “หลังจากเซ็นสัญญาวันนี้ ฉันจะรีบนำมันกลับไปให้คุณพ่อเซ็นแล้วรีบกลับมาให้คุณพาไปที่บ้านนะคะ”
คนตัวเล็กรีบเอาธุรกิจมาอ้าง บีบให้อีกฝ่ายรีบตัดสินใจ ยิ่งเซ็นเร็วเท่าไหร่ เธอจะเข้าไปในบ้านเขาตามคำเชิญไวเท่านั้น
ข้ออ้างที่เอาไว้หลอกคนตรงหน้า เพราะความจริงไข่หวานตั้งใจจะชิ่งทันทีที่เขาจรดปากกาลงนามเหมือนที่เคยทำกับคนอื่นๆ
นั่นแหละ ต่อให้เขาหล่อขนาดไหน เธอก็ไม่คิดจะแบให้เขาอยู่ดี
“หรือเราควรเซ็นกันวันหลัง คุณจะได้อยู่ญี่ปุ่นกับผมนานๆ”
คำเชื้อเชิญแฝงความหมายลึกซึ้ง ทำเอาเจ้าของร่างงามดวงตาเป็นประกายวาววับ ยิ่งเห็นว่าใบหน้าและลำคอของตนเองกำลังถูกยากูซ่าหนุ่มจับจ้องยิ่งรู้สึกได้ใจ
“ฉันคงไม่มีเวลาอยู่กับคุณนานขนาดนั้น”
“งั้นแค่คืนนี้...”
“...”
“แค่คืนนี้ถึงเช้า คงไม่รบกวนคุณจนเกินไป”
รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าเฉี่ยวของเธอทันทีที่ได้ยิน มือเรียวถูกอีกฝ่ายกุมเอาไว้ก่อนจะดึงขึ้นมาจูบบนหลังมือจนรับรู้ความร้อนจากริมฝีปาก
“ฉันไม่มีปัญหาค่ะ เพียงแต่ฉันอยากถือหุ้นของโกคูผับเพิ่มขึ้นอีกสักห้าเปอร์เซ็นต์ คิดว่าไม่น่าเกินกว่าที่กฎหมายของญี่ปุ่นกำหนด”
เอกสารในมือถูกเปิดออกทันทีอย่างไม่ลังเล หัวหน้าแก๊งยากูซ่าไม่สนใจกระดาษสีขาวที่มีการเปลี่ยนสัญญานั้นด้วยซ้ำ
เธอเห็นว่าอีกฝ่ายหยิบปากกาบนเคาน์เตอร์ขึ้นมาเซ็น ก่อนจะวางมันไว้อีกฝั่งข้างตนเอง
“สัญญานั่น...”
“ผมจะคืนให้พรุ่งนี้เช้า...หวังว่าคุณจะเข้าใจ”
สิ้นคำที่บอกว่าจะคืนสัญญาให้ในวันรุ่งขึ้น ผู้หญิงตรงหน้าก็ทำตาหลุกหลิกมีพิรุธจนคนรู้ทันต้องแสร้งทำเป็นมองพนักงานที่นำสปาร์กลิ้งไวน์มาเสิร์ฟ เพื่อไม่ให้ตนเองหลุดหัวเราะกับสีหน้าอ่านออกของยัยจิ้งจอกสาว
โอนิซึกะ เรย์หยิบแก้วทรงสูงบรรจุเครื่องดื่มสีซากุระมาสูดกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ แม้จะเป็นยี่ห้อที่ร้านใช้อยู่แล้ว ทว่ายากูซ่าหนุ่มกลับไม่เคยเห็นสีลักษณะนี้มาก่อนในเครื่องดื่มตัวไหน
“มันยังไม่ถูกวางขาย?”
“ใช่ค่ะ ฉันรู้จักกับเจ้าของแบรนด์ เลยรีบขอมาให้คุณชิมก่อนวันเปิดตัวในฤดูใบไม้ผลิ” คำพูดฉอเลาะเอาใจทำให้มุมปากหนายกยิ้ม
เธอพยายามพูดเหมือนกับเขาเป็นคนพิเศษ หนึ่งในกับดักที่ทำให้เหยื่อหลายรายลุ่มหลงจนยอมเซ็นทุกอย่างให้
“แล้วคุณเป็นอะไรกับเจ้าของแบรนด์?”
“คะ?” ดวงตากลมโตกะพริบตาถี่ๆ อีกครั้ง เธอคงกำลังคิดหาคำโกหกหรือลังเลว่าจะบอกความจริงเขาหรือเปล่า “เราเป็นเพื่อนกันค่ะ”
“เพื่อนแบบไหน?”
“แบบพาร์ตเนอร์ทำธุรกิจ วีกรุปเป็นหุ้นส่วนของลุกซ์ลิมิเต็ดค่ะ” รอยยิ้มหวานบนริมฝีปากแดงคลี่ยิ้มอวดฟันขาวหลังให้คำตอบ ซึ่งมันตรงกับข้อมูลที่เขามี
อย่างน้อยยัยจิ้งจอกก็ฉลาดพอที่จะไม่โกหกเขาทุกเรื่อง
“ทำไมถึงถามแบบนั้นคะ?” คราวนี้หน้าเล็กกว่าฝ่ามือของเขาเอียงคอถามราวกับเด็กไร้เดียงสา
ในเวลานี้แหละ ที่เขาควรแสดงออกว่ากระโจนลงไปในหลุมพรางที่เธอจุดเอาไว้ อยากรู้เหมือนกันว่าจะลึกจนทำให้ขาหักหรือเปล่า
“ผมเป็นคนขี้หึง”
“คิก~”
ยัยตัวแสบหัวเราะเสียงใสออกมากหลังจากเรย์พูดจบประโยค เธอปิดปากหัวเราะจนตาหยี บ่งบอกว่ากำลังขบขันกับสิ่งที่เขาเพิ่งพูดออกไปจริงๆ
มีอะไรตลก หรือเขาแอ็กติ้งแย่?
“ขอโทษค่ะ ฉันแค่ตลกที่คุณคิดว่าฉันกับคลาวด์มีความสัมพันธ์แบบนั้นกัน” คนตัวเล็กสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พร้อมกับยกก้านนิ้วมาเช็ดน้ำหูน้ำตาที่ไหนจากหางตา ยากูซ่าหนุ่มจึงคว้ากล่องทิชชูมาให้เธอหยิบใช้ซับหน้าแทน “ขอบคุณค่ะ ฉันกับคลาวด์...เจ้าของลุกซ์ลิมิเต็ดเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กค่ะ ครอบครัวเราสนิทกัน จะเรียกว่าเพื่อนก็คงไม่ถูกเพราะฉันชอบข่มเขา คลาวด์เลยไม่ค่อยชอบฉัน”
ไข่หวานพูดจบก็หยิบแก้วแอลกอฮอล์มาถือบ้าง ปลายจมูกรั้นก้มสูดกลิ่นอย่างพิถีพิถันจนอารมณ์ครึกครื้นเมื่อครู่สงบลงจึงหันมาโปรยยิ้มหวานให้
“ดื่มให้กับมิตรภาพของเราที่เริ่มต้นขึ้นดีไหมคะ?” มือเรียวข้างที่ถือแก้วยื่นออกมารอเขาเล็กน้อย ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ได้อิดออดที่จะชนแก้วกับแม่จิ้งจอกสาวตรงหน้า
เคร้ง!
ทั้งคู่ยกเครื่องดื่มสีซากุระเข้าปากพร้อมกับ ดวงตาเฉี่ยวของมาเฟียสาวเหลือบมองคนตัวโตเห็นของเหลวในแก้วของเขาค่อยๆ หายลงคอไปจนหมดก็ทำตามอย่างว่าง่าย
เธอมันพวกใจถึงอยู่แล้ว
“ชอบไหมคะ?”
“ชอบมาก...”
คำว่าชอบของเขาคงสะท้านไปถึงในคนฟัง ยัยปีศาจจิ้งจอกถึงได้ยิ้มออกมาราวกับชนะศึกครั้งนี้ไปแล้ว แต่แบบนั้นก็ดี ยิ่งปล่อยให้ลำพองใจว่าเขากินง่ายเธอยิ่งระวังตัวน้อยลง
“ฉันดีใจที่คุณชอบนะคะ” มือนุ่มเอื้อมมาแตะลงบนยูกาตะสีครามแผ่วเบา เพียงแค่เธอขยับแขน ยากูซ่าหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นกายหอมฟุ้งมาปะทะจมูก
เธอตัวหอมเหมือนอาบน้ำวันละสิบรอบ สะอาดเหมือนเพิ่มอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ตลอดเวลา ไหนจะริมฝีปากเป็นกระจับน่าลิ้มลองนั่นอีก หากเขาโง่กว่านี้อีกนิดเดียวคงถูกภาพมายาตรงหน้าหลอกจับมือเซ็นสัญญาจริงๆ
เพียงแค่คิดบางอย่างอยู่ในหัว มือบางก็ค่อยๆ เลื่อนจากท่อนแขนแกร่งมายังมือหนาซึ่งเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนบนหลังมือ ไซซ์ของเธอและเขาต่างกันลิบลับ มือเล็กๆ นั่นน่าจะขนาดสามในสี่ของฝ่ามือเขาด้วยซ้ำ
ไข่หวานลูบหลังมือหนาอย่างย่ามใจเมื่อเห็นว่าเขาไม่ปัดป้อง ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นการสอดนิ้วเข้าไปประสานกับง่ามนิ้วของโอนิซึกะ เรย์ทั้งที่ตายังเอาแต่จ้องตากัน
ดูออกว่ากำลังพยายามสร้างจินตนาการลามกในหัวเขา แผนขั้นต่อไปของยัยจิ้งจอกเก้าหางคือการทำให้เขาอยากลากเธอขึ้นเตียง...
“คุณมือใหญ่มาก มือเดียวของคุณกำสองแขนของฉันรอบเลย” กิจกรรมที่ใช้มือเดียวกดและกำสองแขนผู้หญิงเอาไว้ คงไม่ต้องอธิบายเพิ่มว่าทำกันตอนไหน
“ลองดูไหมล่ะ”
ฝ่ามือหนากำยำไปด้วยเส้นเอ็นและเส้นเลือดปูดโปนกางมือออก ส่วนเจ้าของมือเล็กไม่อิดออดที่จะวางของแขนตนเองขนานกันในแนวนอนแล้วโน้มตัวลงจนเห็นร่องอกสวย นัยน์ตาเฉี่ยวช้อนตาขึ้นมามองเขาอย่างมีจริตจะก้าน ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเบาๆ คล้ายกับกำลังถูกบดจูบ
พรึ่บ!
“อ๊ะ! อื้อ...”