คิรินทร์กลับขึ้นห้องได้ไม่นาน ศิวัชก็โทรหาเขา
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันกลับออกไปเลยนะ” ดร.หนุ่มบอก
“เดี๋ยวด็อก ฉันมีอะไรจะบอกแก ออกมาคุยกันหน่อยได้ไหม”
ศิวัชเหลือบตามองอรุณีมาลาที่หลับไปแล้ว เขาจึงตกลงออกไปพบเจ้าของฟาร์ม
“มีอะไร” ผู้มาเยือนถาม
“เมื่อวาน ฉันโทรคุยกับผู้กองเขาบอกว่าพิณไปเยี่ยมไอ้แทนไท” คิรินทร์เล่า
“แล้ว...” ศิวัชถามต่อ
“มันขู่พิณว่าจะออกมาแก้แค้น นายก็ระวังน้องออแล้วกัน ถ้าพวกมันแค้น น่าจะแค้นทั้งคู่” คิรินทร์พูดเสียงเรียบ
“อืมม เดี๋ยวฉันหาวิธีดูแลออเอง อาจจะต้องให้มีพวกอะไรติดตามตัวหรือให้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือได้” ศิวัชครุ่นคิด
“ช่วงที่พิณอยู่ที่นี่ ฉันจะดูแลให้เอง” นายหัวหนุ่มบอก ไม่มีทีท่าอะไรที่มีพิรุธ
“ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้พิณจะไประนองกับพวกฉันด้วยไหมนะ ไม่เห็นออบอกว่าพิณจะไม่ไป เดี๋ยวพรุ่งนี้ว่ากันอีกที” ศิวัชลุกขึ้นยืน เขาง่วงเต็มทีพรุ่งนี้ต้องขับรถอีกไกลด้วย
##################
เช้าวันรุ่งขึ้น อรุณประภารับโทรศัพท์จากอิงควัตแต่เช้าว่าจะมีสถาปนิกกับฝ่ายกฎหมายเข้าไปที่ภูริดารีสอร์ท
“ได้ค่ะพี่อิง เดี๋ยวพิณอยู่คุยเอง” เธอรับปากพอดีกับที่อรุณีมาลาเคาะประตูเรียก หญิงสาวเปิดรับให้น้องสาวเข้ามา
“ยังไม่แต่งตัวเหรอพิณ เอาไงไปด้วยกันไหม” น้องสาวถาม
“ไปไม่ได้ พี่อิงโทรมา” เธอบอกว่าต้องอยู่คุยงาน
“งั้นให้อออยู่ด้วยดีกว่า”
“ไม่เป็นไรหรอก ไม่น่ามีอะไรมาก ออไปเถอะ แต่ขอให้คุณวัชไปส่งเราที่โรงแรมกับหารถเช่าสักคันก็พอ”
“เอางั้นเหรอ พิณไม่อยู่ที่นี่ล่ะรถพี่คินก็น่าจะขอยืมใช้ได้” อรุณีมาลาออกความเห็น
“ไม่ดีกว่า เกรงใจเขา” อรุณประภาพูดสั้นๆ อยู่นานกว่านี้เห็นทีเธอไม่รอดแน่ เธอคิดในใจ
เมื่อเก็บของกันหมดแล้วและไปลาเจ้าของบ้าน
“จะไปกันเลยเหรอด็อก” คิรินทร์ถาม มองไปที่อรุณประภา เธอไม่ได้มองเขาเลย
“อือต้องไปส่งคุณพิณก่อนที่ภูริดา คุณพิณจะไปหารถเช่าไว้ใช้สักคันด้วย” ศิวัชตอบ ลอบมองสีหน้าของคิรินทร์ซึ่งฝ่ายนั้นทำหน้าไม่เข้าใจทันที
“น้องพิณไม่ไปบ้านไอ้ด็อกมันเหรอครับ” หญิงสาวที่ถูกถามพยักหน้า
“ค่ะ พอดีว่าต้องรอคุยกับคุณคมกริช เลยว่าจะไปพักที่ภูริดากับหารถไว้ใช้สักคันค่ะ” เธอพูดไม่สบตาเขา
“คุยกับไอ้กริชก็รอที่นี่ได้นี่ครับ มันก็มาที่นี่บ่อย เรื่องรถที่นี่ก็มีหลายคันน้องพิณจะเช่าทำไม” คิรินทร์พูด เขารู้สึกโกรธขึ้นมาที่เธอผิดสัญญา
“ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ รบกวนคุณหลายวันแล้วไปพักที่ภูริดาน่าจะดีกว่า จะได้ดูรายละเอียดงานถนัดๆ” เธอปฎิเสธทำให้คิรินทร์ไม่พูดอะไรอีก ศิวัชจึงต้องจัดการตามที่พี่สาวฝาแฝดของอรุณีมาลาต้องการ
หญิงสาวแจ้งความประสงค์กับทิพย์ธาราขอห้องพักที่ภูริดารีสอร์ทและได้รับการตอบรับทันที เธอได้เข้าห้องพักก่อนเที่ยงของวันนั้น อรุณประภาทิ้งตัวลงนอนกับที่นอนอย่างโล่งอกที่ออกจากฟาร์มของคิรินทร์มาได้ แต่ความสบายใจอยู่กับเธอได้ไม่นาน โทรศัพท์ของเธอมีข้อความถูกส่งมา
“เย็นนี้พี่จะไปกินข้าวด้วย ถ้าพิณไม่ลงมารอที่ล็อบบี้พี่จะขึ้นไปรับบนห้อง”
พี่คิน
เย็นนั้นเธอชั่งใจอยู่นานว่าจะลงไปดีไหม
สิบแปดนาฬิกาตรงเวลาเป๊ะ มีข้อความจากคิรินทร์ถูกส่งเข้ามาอีกว่า
'พี่มาถึงแล้ว รออยู่ข้างล่างครับ'
เธอไม่เปิดอ่านข้อความ ไม่เกิน 2 นาทีมีข้อความใหม่เข้ามา
'ถึงน้องพิณจะไม่เปิดอ่าน พี่ก็รู้ว่าน้องพิณรู้ว่าพี่มาแล้ว อีกสามนาทีถ้าพิณไม่ลงมาพี่จะขึ้นไปรับหน้าห้อง'
อรุณประภาอยากจะร้องกรี๊ด แต่เธอทำไม่ได้นอกจากรีบลงไปข้างล่างก่อนที่เขาจะบ้าขึ้นมาจริงๆ
อีกสามนาทีหญิงสาวลงไปยืนหอบข้างล่าง มองเขาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อแต่คิรินทร์ยิ้มให้เหมือนไม่รู้สึกอะไร
“ตรงเวลาเป๊ะเลยครับ น้องพิณวิ่งลงมาน่าจะหิวแล้ว เราไปทานอะไรกันดีวันนี้”
“ไปไหนไม่ได้ค่ะ พิณมีนัดพี่กริชเขากำลังมา” เธอรีบบอก
“พี่รู้ พี่บอกไอ้กริชไว้ว่าให้ตามไปที่ร้านอาหาร” เขาพูดหน้าตาเฉย ทำให้หญิงสาวยิ่งโมโห
“พี่คินจะมาถือวิสาสะยุ่งเรื่องของพิณมากไปรึเปล่าคะ” เธอถามอย่างหมดความอดทน
“พี่มีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้ที่เห็นว่าสมควร เพราะตอนนี้น้องพิณอยู่ในความดูแลของพี่” คิรินทร์เปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจังขึ้นมาฉับพลัน เขาพูดต่อว่า
“ก่อนพิณจะมาที่นี่ได้ไปเยี่ยมไอ้แทนไทมาไม่ใช่เหรอ”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรคะ”
“มันกำลังให้นายมันวิ่งเต้นประกันตัวให้ คุณอิงควัตฝากให้พี่ดูแลพิณ ดังนั้นพิณควรจะทำตัวว่านอนสอนง่ายให้พี่ดูแลนะครับ”
“ถ้ามันต้องทำให้ใครลำบากขนาดนั้น พิณกลับกรุงเทพฯ ก็ได้ค่ะ” เธอเหลืออดมากแล้ว
“พี่เพิ่งรู้ว่าพิณเป็นคนหนีปัญหาจนทิ้งงานได้” เขาย้อนมาจนเธอสะอึก
คิรินทร์ฉวยข้อมือเธอให้ก้าวตาม เขาเปิดประตูรถจับตัวเธอใส่รถก่อนจะไปยังร้านอาหารที่นัดคมกริชไว้
เมื่อไปถึงคมกริชมาถึงแล้ว
“สวัสดีครับน้องพิณ” หัวหน้าทีมกฎหมายของฉัตรอรุณทักทายเธออย่างคุ้นเคย
“สวัสดีค่ะพี่กริช เอกสารมีปัญหาไหมคะ” เธอมุ่งเข้าเรื่องงานทันที
“ไม่มีครับ ดูเหมือนว่าทางนั้นเขาอยากขายมากอยู่แล้ว แต่พี่อยากให้ฝ่ายตรวจสอบตรวจบัญชีดีๆ เหมือนว่าจะมีอะไรหมกเม็ด” คมกริชออกความเห็น ในขณะที่ส่งร่างสัญญาให้อรุณประภาตรวจดู
คิรินทร์ไม่เห็นด้วย “ทำไมต้องให้พิณทำอะไรที่สร้างศัตรูแบบนั้น”
คมกริชหัวเราะเมื่อได้ยินคำถามจากญาติหนุ่ม
“คุณพิณกับคุณออนี่ล่ะ ฝ่ายสร้างศัตรูของฉัตรอรุณ เป็นทีมตรวจสอบที่ละเอียดที่สุด”
“อันนี้พี่อิงดูแล้วใช่ไหมคะ คงไม่มีปัญหาอะไร” เธอส่งคืนให้คมกริช ทั้งสองคนนั่งคุยเรื่องงานกันอีกราวครึ่งชม. คมกริชจึงขอตัวกลับ
“ไม่ทานอะไรด้วยกันเหรอคะ” อรุณประภาถาม
“โอกาสหน้าดีกว่าครับ เดี๋ยวถ้ามีอะไรผมเข้าไปหาน้องพิณที่ฟาร์มมุก เห็นคุณอิงว่าน้องพิณจะอยู่ที่นั่นช่วงนี้ใช่ไหมครับ”
“เอ่อ..เดี๋ยวค่ะ” เธอกำลังจะค้านแต่คิรินทร์ตัดบท “ตามนั้นล่ะกริช”
เมื่อคมกริชไปแล้ว หญิงสาวหันมาทางคิรินทร์
“พิณไม่ได้บอกว่าจะย้ายกลับไปที่ฟาร์ม”
“ใช่ครับพิณไม่ได้บอก แต่พี่กำลังจะบอกว่าพิณต้องกลับไปอยู่ที่ฟาร์ม” เขาพูดด้วยท่าทีสบายๆ ขัดตาเธออย่างยิ่ง
“คุณคิรินทร์..” เธอกระชากเสียง
“เรียกพี่ดีกว่า เพราะถ้าน้องพิณใช้สรรพนามที่ฟังดูห่างเหิน พี่อาจจะต้องทำอะไรที่ทำให้เราสนิทสนมกันมากกว่านี้” เมื่อเห็นแววตาเธอที่ลุกวาบ ชายหนุ่มยิ้มอย่างพอใจ เขาจะเป็นคนเจาะกำแพงน้ำแข็งของเธอเอง เขาพูดเสียงเบาราวเสียงกระซิบ
“ความจริงน้องพิณไม่ควรกลัวการไปอยู่บ้านพี่ เพราะเรื่องเมื่อคืนก็น่าจะพิสูจน์แล้ว ว่าพี่ไม่ได้บังคับ พี่..จะไม่เอาอะไรที่พิณไม่อยากให้”