“เหตุผลที่ไม่กล้าบอก”

1614 คำ
วีนัสเข้ามานั่งพิงผนังในห้องน้ำแคบ ๆ ทันทีที่ประตูปิดลง เสียงหัวใจเธอก็ดังชัดกว่าเสียงรอบข้างอีก เธอกอดเข่าตัวเองแน่น ริมฝีปากเม้มเพื่อพยายามขืนทุกอย่างไว้ แต่สุดท้าย… แหมะ… หยดแรกก็ตกลงบนขาขาวของเธอ ตามด้วยหยดต่อมา และต่อมา… จนกลายเป็นน้ำตาที่หยุดไม่อยู่ วีนัสเงยหน้าขึ้นสบเพดาน สูดลมหายใจสั่น ๆ เหมือนคนหมดแรง ก่อนจะล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ออกมา มือสั่นนิด ๆ เธอเปิดแกลเลอรี่ เลื่อนผ่านภาพเรียน ภาพเพื่อน ภาพครอบครัว… จนหยุดที่รูปภาพหนึ่ง รูปที่เธอถ่ายคู่กับวิศวะสมัยม.ปลาย ภาพสองคนยืนเคียงกัน เขาโอบไหล่เธอ เธอยิ้มกว้างแบบที่ไม่คิดแม้แต่จะเก๊ก แววตาทั้งคู่ตอนนั้น…มันชัดมากว่า เคยรักกันขนาดไหน ปลายนิ้วเธอไล้เบา ๆ บนใบหน้าของวิศวะในภาพ ขณะที่น้ำตาไหลลงอีกรอบอย่างห้ามไม่อยู่ “…เรานี่มันโง่ฉิบหายเลยเนอะ” เสียงเธอเบามาก จนเหมือนกระซิบกับตัวเองมากกว่าพูด ใครจะไปรู้… ว่าวีนัสยอมเลิกกับเขาไม่ใช่เพราะหมดรัก ไม่ใช่เพราะอยากมีคนใหม่ แต่เพราะเหตุผลที่เธอไม่มีวันกล้าบอกเขาเลย… จนถึงวันนี้ หลังจากที่วีนัสนั่งทำใจจนหายใจได้ทั่วท้องขึ้น เธอปาดน้ำตาออกลวก ๆ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วลุกขึ้นจากชักโครก มือเรียวจัดชายกระโปรงให้เข้าที่ พยายามบังคับใบหน้าให้เป็นปกติเหมือนคนไม่เคยร้องไห้ ก่อนจะเอื้อมมือไปกดชักโครก ทว่า… เสียงผู้หญิงสองคนดังลอดเข้ามาจากหน้าห้องน้ำ “น้องเขาชื่อวิศวะเว้ยย!” เสียงแหลมตื่นเต้นจนวีนัสชะงักค้าง หัวใจที่เพิ่งสงบเมื่อกี้เต้นแรงขึ้นมาอีกรอบอย่างไม่ตั้งใจ ตามด้วยเสียงเพื่อนอีกคน “แหมม อีดอก ใจเย็นค่ะ รู้ว่าตรงสเปกมาก แต่เช็กก่อนมั้ยว่าเขามีแฟนแล้วเปล่า?” “ไม่มีนะ น้องเขาบอกเอง ไม่ได้มีใคร” “แน่ใจ? หรือแอบกินกันเงียบ ๆ อยู่แล้ว เลยไม่พูด?” “โอ๊ย มึงเชื่อกูดิ!” เสียงนั้นหัวเราะเบา ๆ แต่ฟังดูมั่นหน้าแบบสุด ๆ “นี่ใครคะ นี่ เจ้าฟ้า ดาวมหาลัยนะคะ จะมีผู้ชายคนไหนกล้าแอบกินกูเงียบ ๆ วะ? ถ้าจะคบ ก็ต้องเปิดเผยปะล่ะ ไม่ใช่แอบ ๆ ซ่อน ๆ เหมือนได้เศษกระดูกกัน” เสียงอีกรอบดังขึ้นชัด ๆ เหมือนย้ำความมั่นใจในตัวเอง “สรุป…จะเอาน้องวิศวะให้ได้ใช่ไหม” “เออดิวะ!” น้ำเสียงเธอมั่นใจแบบไม่มีลังเล “น้องเขาโครตตรงสเปก กูโครตอยากได้!” คำว่า อยากได้ มันดังสะท้อนในหัววีนัสเหมือนมีคนเอาไมค์มาตะโกนอยู่ในห้องน้ำแคบ ๆ ปึ้ง! วีนัสกดชักโครกทันทีแบบไม่รีรอ ราวกับต้องการกลบเสียงทุกอย่างที่ได้ยินออกจากหัว แล้วเปิดประตูห้องน้ำผลัวะออกไป ทั้งเจ้าฟ้าและเพื่อนที่ยืนส่องลิปหน้ากระจกอยู่ถึงกับสะดุ้งหันขวับ สีหน้าตกใจชัด…เพราะไม่ทันเช็กเลยว่ามีคนอยู่ด้านใน ทว่า… เจ้าฟ้ากลับยิ้มบาง ๆ แบบมั่นใจจัด แถมยังมองตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับสำรวจคู่แข่ง “อ้าวว น้อง…” เธอทำเสียงหวานใส “เพื่อนน้องวิศวะใช่ปะ?” วีนัสตอบนิ่ง ๆ ใบหน้าไร้อารมณ์ “ค่ะ” “พี่ชื่อเจ้าฟ้านะ” เจ้าฟ้ายื่นหน้าเข้ามาเล็กน้อย ยิ้มเหมือนรู้ว่าตัวเองสวย “น้องสนิทกับวิศวะมากป๊ะ?” วีนัสไม่ได้ยิ้ม ยืนตรงเหมือนคนพร้อมจะฟาด “มีอะไรคะ” เจ้าฟ้าไม่สะทกสะท้าน ยังยิ้มแบบนางพญาเหมือนเดิม “คือ…พี่อยากถามว่า วิศวะเขามีแฟน หรือมีผู้หญิงคุยอยู่รึเปล่าอ่ะ?” น้ำเสียงที่ถามนุ่มนะ แต่แววตาแพรวพราวคือไม่ได้ตั้งใจถามเฉย ๆ แน่นอน วีนัสตอบทันที สั้น คม และไม่แคร์ “ไม่รู้ค่ะ อยากรู้ก็ไปถามเขาเองดิค่ะ” เพื่อนเจ้าฟ้าหรี่ตามองก่อนจะเบะปาก “อ้าว น้อง… เพื่อนพี่ถามดี ๆ จะตอบแบบกวนตีนทำไมวะ” วีนัสยิ้มมุมปาก…รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขแม้แต่นิดเดียว มันเป็นรอยยิ้มที่ทั้ง เย็น, ดูถูก, และ ท้าทาย ในเวลาเดียวกัน เธอยืนหลังตรง ไม่ถอยแม้ก้าวเดียว แผ่นหลังสะท้อนในกระจกห้องน้ำแวววาวราวกับตั้งใจให้ทั้งคู่เห็นอารมณ์ชัดเจนขึ้น “วิศวะมันไม่เอาพี่หรอกค่ะ” วีนัสเอ่ยเสียงนิ่งเหมือนอ่านสคริปต์ แต่คมเหมือนดาบ “มันไม่ชอบผู้หญิงแรด” เสียง แรด กระแทกพื้นกระเบื้องเหมือนระเบิดเล็ก ๆ ในห้องน้ำ เพื่อนเจ้าฟ้าหันมาแทบจะทันที “เห้ย ปากดีจังว่ะ” แต่เจ้าฟ้ากลับยกมือขึ้นกันเพื่อนเบา ๆ ปลายนิ้วเรียวแตะต้นแขนเพื่อนราวกับจะบอกว่า ปล่อยกูจัดเอง จากนั้นเธอก็หันมาทางวีนัสด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนกำลังถ่ายรูปโปรไฟล์มากกว่ามีเรื่อง “น้องพูดไม่น่ารักเลยนะคะ” น้ำเสียงเธอหวาน แต่ดวงตาแข็งจนเหมือนจะข่วนคนได้ พูดพลางขยับผมตัวเองให้เข้าที่เหมือนกำลังเตรียมขึ้นเวทีประกวด “จริง ๆ พี่ก็ไม่ได้ซีเรียสหรอกว่าน้องวิศวะเขาจะมีแฟนหรือมีคนนู้นนี่อะไร… พี่แค่สนใจเขาเฉย ๆ” สรรพนาม “พี่” ที่เน้นทุกคำ ทำให้มันดูยั่วโมโหมากขึ้น วีนัสเลิกคิ้วทีเดียวเหมือนโดนตั้งใจยั่วกลับ ก่อนจะตอบแบบช้า ๆ ชัด ๆ ไม่เร่งรีบ ไม่หลบสายตา “ไม่เหนื่อยหรอคะ…ทำตัวเฟคแบบนี้” คำว่า เฟค ทำให้ในอากาศมีไฟฟ้าสถิตพุ่งขึ้นชัดเจน เพื่อนเจ้าฟ้าแทบจะพุ่งเข้าใส่ แต่เจ้าฟ้าก็ยื่นแขนกันไว้ คราวนี้เจ้าฟ้าหัวเราะเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่…ไม่ใช่ของคนอารมณ์ดี แต่เป็นคนกำลัง ขุ่น และพยายามไม่หลุดลุค “ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ” เธอเอียงคอนิด ๆ ยิ้มสวยเกินเหตุ “แต่คนที่เหนื่อย…น่าจะเป็นน้องนะ” พูดจบ เธอก็เดินพุ่งเข้าไปชนไหล่วีนัส แรงพอที่จะให้ใครอีกคนเจ็บจริงจัง ร่างของวีนัสที่ไม่ได้ตั้งตัวเสียหลักชนเข้ากับเครื่องเป่ามือดัง ปั่ก! เสียงกระแทกดังสะท้อนรอบห้องน้ำจนเพื่อนเจ้าฟ้าหัวเราะคิก เจ้าฟ้าหันมายิ้มหวานอีกที รอยยิ้มที่ถ้าไม่รู้จัก จะคิดว่าเป็นมิตร แต่ความจริงคือเหมือนมีเขาซ่อนอยู่ข้างหลัง “อุ๊ย ขอโทษนะคะ ไม่ได้ตั้งใจเลยค่ะ~” น้ำเสียงใส ๆ แต่ฟังแล้วเสแสร้งจนแทบทะลุเพดาน เธอหันไปเรียกเพื่อน “ไปเถอะ ปลา” ก่อนจะเดินออกไปจากห้องน้ำโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้ประตูห้องน้ำแกว่งตามแรงปิดจนเกิดเสียง ปัง! สะท้อนในใจวีนัสแรงกว่าอะไรทั้งหมด —— ตกเย็น… เป็นช่วงเลิกคลาสพอดี เฟรชชี่ปิดหนังสือกันแทบพร้อมกัน ทั้งห้องมีเสียงเก้าอี้ขยับดังไปทั่ว เด็กหลายคนยืดเส้นยืดสายเหมือนกำลังปล่อยลมหายใจที่กลั้นไว้ทั้งวัน บางคนรีบคว้ากระเป๋าเหมือนรอเวลานี้มานาน วีนัสเองก็เช่นกัน เช้านี้เธอนั่งข้างวิศวะ แต่ตอนนี้กลับขยับมานั่งถัดออกมาหนึ่งที่ โดยมีจีโน่นั่งคั่นกลางราวกับกำแพงมนุษย์ จีโน่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองโดนใช้เป็นบัฟเฟอร์ วีนัสกำลังจะเก็บของตามปกติ แต่ก็ต้องหยุดทันที เมื่อเสียงแจ้งเตือนไลน์ดัง ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง แบบต่อเนื่องไม่เว้นช่วง จนคนรอบ ๆ ยังเหลือบตามอง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วหัวแม่มือสั่นน้อย ๆ ตั้งแต่ยังไม่ทันเปิดหน้าจอ พอเห็นข้อความ…หัวใจของเธอก็เหมือนหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะ “กูอยู่บ้านพ่อมึง” ตามด้วยภาพพ่อของเธอ นั่งอยู่บนโซฟา ท่าทางหวาดกลัว เหมือนถูกบังคับให้ถ่ายส่งมา ตามด้วยอีกข้อความ “ให้เวลาหนึ่งชั่วโมง ถ้าไม่มากูจะซ้อมพ่อมึง” โลกของวีนัสเหมือนหยุดหมุน เสียงคนในห้องเรียนหายไปหมด มีแค่เสียงหัวใจเธอที่เต้นดังขึ้นเรื่อย ๆ อย่างควบคุมไม่ได้ ตึง… ตึง… ตึง… เธอลุกพรวดจากเก้าอี้ทันที แรงจนเก้าอี้ขยับลั่นพื้น ทุกคนในกลุ่มรวมถึงวิศวะก็หันมามองแบบงง ๆ “เรากลับก่อนนะ” เสียงเธอสั่นจนฟังออก แม้พยายามเก็บอาการเต็มที่ เธอยัดของลงกระเป๋าเร็วมาก มือไม้สั่นจนซิปแทบรูดไม่เข้า แล้วก็รีบก้าวขายาว ๆ พุ่งออกไปจากโต๊ะโดยไม่รอใครทั้งนั้น เพราะความรีบ…ขาเธอสะดุดขาโต๊ะตัวเองอย่างจัง เพล้ง! เธอล้มลงกับพื้นดังจนทั้งห้องสะดุ้ง บัวอุทาน “วีนัส!” จีโน่ผงะลุกขึ้น วิศวะเองขมวดคิ้วแน่น เหมือนจะลุกตามโดยไม่รู้ตัว แต่วีนัส ไม่มองใคร ไม่ตอบ ไม่สนใจแม้คนมองเต็มห้อง เธอดันตัวลุกแบบรวดเร็วเจ็บ ๆ แล้วพุ่งออกจากประตูห้องไปเลย จีโน่มองตามงง ๆ “มันจะรีบไปไหนวะ…” บัวเม้มปากแน่น ก่อนพูดออกมาเสียงเบา แต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล “…พวกนายว่า วีนัสจะเจ็บไหมอ่ะ” แต่ไม่มีใครตอบได้เลย โดยเฉพาะวิศวะ ที่ตอนนี้ลุกขึ้นยืนเต็มตัวแล้ว สีหน้าดูไม่ดี…แบบไม่ดีมาก ๆ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม