“แค่ชื่อยังเกลียด”

1405 คำ
ระหว่างทางที่กำลังเดินไปโรงอาหาร… วิศวะเดินนำเป็นคนแรกเหมือนทุกที วีนัสเดินตามหลังห่างไปไม่กี่ก้าว แต่จู่ ๆ เธอก็ต้องชะงักเท้า เมื่อเห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งมายืนดักรออยู่ตรงหน้าเขา ผู้หญิงคนนั้น…สวยสะดุดตา ขาวผ่อง ผมสีน้ำตาลอ่อนดัดลอนหลวม ๆ ริมฝีปากสีชมพูดูมีเสน่ห์ แถมยังแต่งตัวเรียบแต่หรูจนสะดุดสายตาทั้งทางเดิน วีนัสถึงกับหยุดนิ่งไปทันทีโดยไม่รู้ตัว ขณะที่บัวซึ่งเดินตามมาติด ๆ ก็ทำตาโต “ใครหรอ?” บัวกระซิบถามพลางจ้องไม่กะพริบ “ไม่รู้ดิ…ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย” วีนัสตอบเบา ๆ แต่แววตายังจับจ้องภาพตรงหน้า “อ่ออ นั่นพี่เจ้าฟ้า ดาวมหาลัยปีสาม” เสียงของจีโน่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาทั้งบัวและวีนัสหันไปมองพร้อมกัน “จีโน่รู้จักด้วยหรอ?” บัวถามอย่างสงสัย “รู้ดิ!” จีโน่พูดพร้อมยกคิ้วขึ้นสองข้าง “กูตามอยู่ในไอจี พี่เขาโคตรแซ่บเลยนะเว้ย แค่เปิดฟีดก็เจอบิกินี่เด้งกว่าหน้าอีก โพสต์ทีไลค์กระฉูดเลย” บัวถึงกับกลอกตา “โอ๊ยยย จีโน่นี่มันก็ไม่พ้นเรื่องนี้” แต่วีนัสกลับไม่ได้ขำตามเลยสักนิด เพราะภาพตรงหน้า พี่เจ้าฟ้า ดาวมหาลัย กำลังยืนยิ้มหวานให้วิศวะอยู่… แล้วเขาเองก็ดันยิ้มตอบกลับไปด้วย “ไม่ได้การละ…” วีนัสพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะก้าวขาเหมือนจะเดินเข้าไปยืนข้างวิศวะ แต่ยังไม่ทันแตะปลายเท้าถึง ระยะห่างนั้น… พี่เจ้าฟ้า สาวสวยผิวขาวใสระดับดาวคณะ ก็ถอยออกจากวิศวะไปก่อน เธอเดินสง่างามราวกับรู้ว่าตัวเองเป็นจุดสนใจของครึ่งมหาลัย วีนัสชะงักไปหนึ่งจังหวะ หน้าเธอตึงขึ้นนิด ๆ แบบคนที่ไม่พอใจแต่พยายามเก็บอาการ บัวที่ยืนข้าง ๆ ก็เลิกคิ้วให้เหมือนถามว่า ยังไงต่อดี วีนัสไม่รอให้ใครยุ เธอก้าวเข้าไปหาวิศวะทันที “เมื่อกี้เขามาคุยอะไรกับนายอ่ะ” น้ำเสียงเธอฟังดูนิ่ง แต่สายตาไม่ปิดบังว่าอยากรู้จริง วิศวะหันมามองเธอผ่านหางตา สายตาคมกริบแบบไม่แยแส “อยากรู้ไปทำไม” “ก็ฉันตามจีบนายอยู่นะ” วีนัสกอดอก “นายก็ควรสนใจฉันบ้างสิ” เหมือนคำพูดนั้นทำให้เขาชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหัวเราะหึ ๆ เบา ๆ คล้ายดูแคลน “ตามจีบ…ไม่ได้แปลว่าฉันต้องเลือกเธอหรอกนะ” น้ำเสียงเย็นเฉียบจนบัวที่ยืนห่างยังขนลุก แต่วีนัสไม่ถอย เธอก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าว “พูดแบบนั้นหมายความว่าไง วิศวะ” เขาหันมามองเต็มตา แววตาเฉียบจนเหมือนกรีดได้ “ก็หมายความตามนั้น อย่ามั่นใจไปหน่อยเลย…ว่าฉันจะกลับไปคบผู้หญิงแบบเธอ” วีนัสเหมือนถูกตบกลางหน้า เธอรีบคว้าแขนเขาไว้ก่อนที่เขาจะเดินหนี “ผู้หญิงแบบฉัน…มันทำไม” วิศวะหยุด เงียบไปเสี้ยววินาที เหมือนกำลังชั่งใจว่าจะพูดดี ๆ หรือจะพูดให้เจ็บให้สุด สุดท้ายเขาเลือกอย่างหลัง เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้ เสียงทุ้มต่ำ นิ่ง แต่โคตรเจ็บ “ผู้หญิงแบบเธอ…ก็ผู้หญิงร่านไง” วีนัสใจหายวาบ เจ็บจี้ดเหมือนโดนมีดบาง ๆ เฉือนทีละนิด บัวเบิกตา สะกิดจีโน่กับกายให้ดู แต่ไม่กล้าเข้าไปห้าม แต่เขายังไม่หยุด ยังไม่ยอมให้เธอหายใจ “เลิกกับฉันยังไม่ถึงนาที…” เขายิ้มเหยียดเล็กน้อย แบบไม่อยากยิ้ม แต่สมเพชจนต้องยิ้ม “ก็มีผู้ชายใหม่มารับส่งละ” คำพูดแทงทะลุเข้าอกวีนัสเต็ม ๆ หูเธอร้อนผ่าว ใบหน้าแดงขึ้นทั้งโกรธ ทั้งอาย ทั้งเจ็บ เขายักคิ้วเล็ก ๆ ปิดท้ายด้วยคำคมเฉียบเหมือนคมมีดฟาด “ถ้าไม่เรียกร่าน…จะให้เรียกว่าอะไร” วีนัสเม้มปากแน่น พยายามกลืนก้อนความโกรธลงคอเหมือนกลืนคมมีด เธอสูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนตอบเสียงเรียบจนเหมือนไม่รู้สึกอะไร “แล้วไง…มันผ่านมาแล้วป่ะ” น้ำเสียงเธอดูสบาย ๆ แต่ท่าทางนั้นขืนมาก คอเกร็ง ไหล่แข็ง คำว่า ผ่านมาแล้ว เหมือนคำแก้ตัวมากกว่าความจริง วิศวะหัวเราะในลำคอ เสียงขำที่ไม่มีความสุขเลยสักนิด เขายืนตรงหน้าวีนัส มองลงมาจากความสูงที่ต่างกันเล็กน้อย แววตาเหมือนมีแต่ไฟกับบาดแผลเก่า ๆ ที่ยังไหม้ไม่ดับ “พูดมาได้ไงว่ะ…ผ่านมาแล้ว” คำว่า “ผ่านมาแล้ว” ถูกเขาเน้นเหมือนกำลังสมน้ำหน้า “เธอเป็นคนเดินหายไปเอง…ก็เลยไม่รู้สึกเจ็บสินะ” วีนัสชะงัก ราวกับถูกดึงอดีตที่เธออยากลื้อมากที่สุดกลับมาทับหัวใจอีกครั้ง แต่เขายังไม่หยุด ไม่คิดจะให้เธอได้หายใจเลยด้วยซ้ำ “งั้นก็ลองเจ็บดูบ้างดีไหมวะ” เสียงเขาแผ่วลง แต่แรงกว่าตะโกนพันเท่า ดวงตาคู่นั้นมองเธอเหมือนกำลังมองบาดแผลที่ถูกกรีดใหม่สด ๆ “เพราะฉันโครตเกลียดผู้หญิงแบบเธอเลย วีนัส” ชื่อเธอถูกเขาพูดช้า ๆ ชัด ๆ เหมือนคำด่า เหมือนเสี้ยนในใจที่เขาดึงออกไม่หมดสักที เขาก้าวเข้ามาใกล้จนวีนัสต้องถอยหลังหนึ่งก้าว ใบหน้าทั้งคู่ห่างกันแค่ลมหายใจเดียว “แค่ชื่อเธอ…ฉันยังไม่อยากได้ยินด้วยซ้ำ” หัวใจวีนัสเหมือนถูกบีบแรงจนเจ็บจี๊ด เธอไม่พูด ไม่เถียง ไม่ร้องไห้ แต่ตาเธอแดงขึ้นช้า ๆ เหมือนคนที่ถูกตบด้วยคำพูดซ้ำ ๆ จนชา เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามตั้งตัว พยายามไม่ให้เขาเห็นเธอพัง “เห้ย วิศวะ! มึงพูดแรงไปปะวะ อย่างน้อยวีนัสก็เป็นผู้หญิงนะเว้ย” เสียงจีโน่ดังขึ้นทันทีหลังจากยืนดูเหตุการณ์เงียบ ๆ มาตลอด บัวรีบพุ่งเข้ามายืนข้างวีนัส ลูบหลังเธอเบา ๆ เหมือนกลัวว่าเพื่อนจะใจสั่นจนยืนไม่อยู่ แต่วิศวะกลับปรายตามองจีโน่แค่เสี้ยววินาที ก่อนเอ่ยเสียงเย็นชาเหมือนเดิม “งั้นมึงก็โอ๋มันแทนกูแล้วกัน” จบคำ เขาก็หมุนตัวเดินออกไปทันที ไหล่กว้าง ๆ ของเขาดูแข็งเกร็งเหมือนคนที่กำลังพยายามหนีอะไรบางอย่างมากกว่าหนีคน กายรีบเดินเข้ามาแทนที่เขา สีหน้าดูเป็นห่วงชัดเจน “โอเคไหมวีนัส?” วีนัสเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มสดใสถูกวาดขึ้นบนหน้าอย่างสวยงาม แต่ทั้งสามคนเห็นได้ชัดว่า…ดวงตาเธอไม่ยิ้มด้วยเลยสักนิด “โอเค สบายมาก พวกมึงไม่ต้องเป็นห่วงเลย” น้ำเสียงของเธอสดใสเกินจริง เหมือนพยายามกลบความแสบลึกในอก เหมือนยืนยันกับโลกทั้งใบว่าตัวเองไม่เป็นไร ทั้งที่ในใจว่างเปล่าจนเสียงสะท้อนดังชัดเจน วีนัสสูดลมหายใจแล้วหันไปยิ้มให้บัวอีกครั้ง ก่อนพูดเสียงเบาและเรียบผิดปกติ “พวกมึงไปกินข้าวกันก่อนนะ กูขอเข้าห้องน้ำแป๊บเดียว” ไม่รอให้ใครทัก ไม่รอให้ใครขวาง เธอหมุนตัวเดินไปทันที หลังตรง แต่ไหล่ตกนิด ๆ แบบที่มีแค่เพื่อนสนิทเท่านั้นจะสังเกตเห็น บัวกับกายมองตามเธออย่างเป็นห่วง ส่วนจีโน่ยืนนิ่งเหมือนคิดไม่ออกว่าจะปลอบใครก่อนดี ส่วนวีนัส… หลังจากยิ้มกลบเกลื่อนให้เพื่อนจบ เธอก็หมุนตัวเดินออกมาจากกลุ่มทันที ก้าวขาของเธอเร็วและตรงไปยังห้องน้ำแบบไม่ลังเล เหมือนอยากหาที่เงียบ ๆ ให้หายใจสักหน่อย เพราะหากอยู่ต่ออีกนาทีเดียว…เธอรู้ดีว่าตัวเองจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เสียงรองเท้ากระทบพื้นทางเดินดัง กึก…กึก… สม่ำเสมอ แต่ยิ่งเดิน ไหล่เธอก็ยิ่งตกลงทีละนิด เมื่อประตูห้องน้ำอยู่ตรงหน้า วีนัสก็รีบผลักเข้าไปโดยไม่มองอะไรทั้งนั้น เหมือนอยากปิดประตูทุกความรู้สึกไว้ข้างนอกให้เร็วที่สุด
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม