“เอาคนของกูคืน”

1509 คำ
บรรยากาศเริ่มอึดอัดจนเหมือนอากาศรอบตัวหนืดขึ้น วีนัสกำมือแน่น สูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะรีบแทรกขึ้นเพื่อกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย “เอ่อ…คือ…” เธอพยายามยิ้ม แม้ใบหน้าจะตึงจนปวดแก้ม “ถ้าวีนัสให้ไลน์พี่… พี่ทิศเหนือกับเพื่อน ๆ พี่ จะเซ็นลายเซ็นให้ใช่ไหมคะ? ถ้าเซ็นครบ วีนัสยอมให้ค่ะ” คำพูดนั้นทำให้ทั้งกลุ่มชะงัก บัวอ้าปากค้าง จีโน่กับกายเบิกตากว้าง ส่วนวิศวะขยับหน้าเหมือนจะพูดอะไร แต่ก็กลืนคำลงคอเหมือนถูกช็อกจนพูดไม่ออก ทิศเหนือมองวีนัสนิ่ง ๆ แววตาเหมือนกำลังประเมินเธอ ไม่ใช่แค่เพราะข้อเสนอ แต่เพราะเธอกำลัง “ยอมลดศักดิ์ศรีของตัวเอง” เพื่อช่วยเพื่อนในกลุ่ม เขาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ สั้น แต่คมพอจะบอกว่าเจ้าตัวกำลังสนุกกับสถานการณ์นี้ “หึ…” เขาเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางสบาย ๆ เหยียดรอยยิ้มบาง ๆ ที่ดูทั้งกวนและทั้งมีเสน่ห์จนหงุดหงิด “ไม่ละ” ทิศเหนือพูดชัดถ้อยชัดคำ “พี่ไม่เอาละ” ทุกคนเผลอกะพริบตาเหมือนถูกปาดหน้าเฉย ๆ วิศวะเองก็ขมวดคิ้วทันที ต่างจากเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด ทิศเหนือยักไหล่เหมือนเรื่องทั้งหมดเป็นแค่เกมเล่นสนุกของเขา ก่อนจะหยิบสมุดลายเซ็นจากมือจีโน่มาเปิดด้วยนิ้วเดียว เขาก้มลงเซ็นชื่อ “ทิศเหนือ” อย่างลวก ๆ แต่ลายมือกลับสวยกว่าที่คิด จากนั้นก็โยนสมุดไปให้เพื่อนคนอื่น ๆ ในกลุ่มเซ็นตาม แบบไม่รอคำขอบคุณ ไม่รอคำถาม ไม่อธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงเปลี่ยนใจ รอบตัวมีแต่เสียงปากกาเขียนลงบนกระดาษ แต่ภายในกลุ่มของวีนัส ความเงียบมันดังยิ่งกว่าเสียงปืนแตก และคำถามเดียวที่ค้างในใจทุกคนคือ… ทิศเหนือ “เปลี่ยนใจ” เพราะอะไร? หลังจากหลุดออกจากกลุ่มพี่ทิศเหนือไปได้ จีโน่ไม่ปล่อยให้ใครหยุดยืนแม้เสี้ยววินาที เขารีบจ้ำพาทุกคนเดินมาจนถึงมุมตึกคณะที่ไม่มีคนพลุกพล่าน ก่อนทุกคนจะถอนหายใจออกมาพร้อมกันราวกับเพิ่งรอดจากสนามรบ บัวจับหน้าอกตัวเองด้วยความตกใจ “พี่เขาน่ากลัวจัง… บัวไม่ชอบพี่เขาเลยอ่ะ…” กายที่ยืนพิงเสาอยู่ข้าง ๆ หันมามองด้วยสีหน้าจริงจัง “ไม่ชอบก็เก็บไว้ในใจ อย่าพูดลอย ๆ แบบนั้น เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน เอาไปพูดต่อแล้วมีปัญหาตามมาอีก” ลมอุ่น ๆ พัดแรงจนผมของวีนัสปลิวผ่านแก้ม เธอยืนเงียบ มองพื้นด้วยหัวใจที่ยังเต้นแรงจากเหตุการณ์เมื่อครู่ จีโน่ขยับคอเสื้อแล้วบ่นยาว “โคตรอึดอัด…กูไปซื้อน้ำก่อนนะ พวกมึงเอาไรไหม” ทุกคนส่ายหน้า ขี้เกียจเดิน ขี้เกียจขยับ เหมือนพลังชีวิตโดนพี่ทิศเหนือดึงออกไปครึ่งหนึ่ง บัวชูนิ้ว “งั้นบัวไปเข้าห้องน้ำนะ วีนัสไปด้วยป๊ะ?” วีนัสเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “ไม่อ่ะ… บัวไปเลย เดี๋ยวเรานั่งรอตรงนี้แหละ” กายพยักหน้า “งั้นเราไปด้วย จะเข้าห้องน้ำเหมือนกัน” ทั้งสามคนเดินแยกไปทเหลือแค่ วีนัสกับวิศวะ สองคน สองโลก สองหัวใจ ที่ถูกทิ้งไว้ร่วมกันในมุมเงียบของลานคณะ ลมเหมือนพัดช้าลง เสียงรอบตัวเหมือนจางไป แต่บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กลับแน่นขึ้นเหมือนอากาศถูกอัดในกระป๋อง วิศวะยืนกอดอก มองไปอีกทางทใบหน้าเขาเรียบ แต่คิ้วเริ่มขมวด กรามเกร็ง ไหล่ตึง เหมือนคนที่กำลังระงับบางอย่างในอกไม่อยู่ สุดท้ายเขาก็พูด น้ำเสียงต่ำและหงุดหงิดจนสัมผัสได้ถึงความร้อนที่พุ่งขึ้นเหนือผิวหนัง “เธอคิดจะให้ไลน์มันจริง ๆ ดิ” ประโยคเดียวทำให้วีนัสชะงัก เธอหันขวับไปมองเขาด้วยความงงและไม่พอใจปนกัน “อะไรของนาย?” วิศวะหันมามองเธอเต็มตา ดวงตาคมคู่นั้นสั่นวูบด้วยความโกรธลึก ๆ ที่เขาไม่อยากยอมรับ “ฉันถามว่าเธอจะให้ไลน์ไอเหี้ยทิศเหนือจริงดิ” น้ำเสียงของเขากระแทกเหมือนก้อนหิน วีนัสเม้มปาก เธอพยายามอธิบายด้วยเสียงที่ยังสั่นเล็ก ๆ จากอารมณ์ค้างเมื่อครู่ “ก็ให้ทำยังไงล่ะ! นายก็เห็นสถานการณ์ตอนนั้น พี่เขาจะต่อยนายอยู่แล้วนะ!” “ก็ให้มันต่อยมาดิ!” วิศวะตวัดเสียงกลับแรงจนวีนัสสะดุ้ง เขาก้าวเข้ามาใกล้นิด ๆ ราวกับลืมไปแล้วว่าตรงนี้มีคนเดินผ่าน “โดนต่อยมันก็เจ็บที่ฉัน ไม่ใช่เธอ!” “นี่ฉันช่วยนายไว้นะวิศวะ!” วีนัสเผลอปะทุเสียงเช่นกัน หน้าเธอแดงทั้งโกรธทั้งเสียใจ วิศวะหัวเราะเบา ๆ แบบไม่ตลก เสียงหัวเราะเหมือนมีมีดซ่อนอยู่ข้างใน “ช่วย…เหรอ?” เขาก้มลง กระซิบคำต่อมาช้า ๆ ราวกับตั้งใจให้แทงใจที่สุดท“หรือจริง ๆ เธอถนัดกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว?” วีนัสจ้องหน้าเขา หัวใจเธอหล่นวูบ “หมายความว่ายังไง… นายจะพูดอะไร” วิศวะไม่หลบทสายตาคมกริบเหมือนคนเจ็บปวดแต่ทำแข็งขืน “ก็ทำตัวร่านเหมือนตอนมอปลายไง” น้ำเสียงแข็งเป็นหิน “เธอถนัดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอเรื่องแบบนี้” คำว่า ร่านทเหมือนฟาดใส่หน้าเธอเต็ม ๆ วีนัสถอยหลังไปครึ่งก้าว ดวงตาสั่น น้ำตาแทบไหลด้วยความเจ็บและเสียศักดิ์ศรี “วิศวะ! นายพูดเกินไปแล้วนะ!” เขายังไม่หยุดทเสียงคงที่ทแต่ดวงตานั้นทเจ็บยิ่งกว่ายามที่เขาถูกบอกเลิกเสียอีก “ก็จริงไหมล่ะ? รับไม่ได้เหรอ?” ลมที่พัดผ่านในวินาทีนั้น เหมือนเอาความอุ่นทั้งหมดไปจากร่างวีนัส คนที่เคยเป็นที่พึ่ง… วันนี้กลายเป็นคนที่พูดแทงใจเธอที่สุด และทั้งสองคน ยืนมองกันด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าคำว่า “เพื่อนร่วมกลุ่ม” จะอธิบายได้ “ฉันไม่อยากคุยกับนายแล้ว” วีนัสพูดเสียงสั่น เธอหันหลังจะเดินหนีทันที รู้สึกเหมือนทุกคำของเขาเมื่อกี้ยังทิ่มแทงอยู่ในอก แต่ยังไม่ทันได้ก้าวพ้น พรึ่บ! มือใหญ่ของวิศวะก็คว้าข้อมือเธอไว้แน่นจนเธอต้องหยุดกลางอากาศ “ทนฟังไม่ได้หรอ?” เสียงเขาเย็นจนลมรอบตัวเหมือนนิ่งสนิท “ก็เรื่องจริงทั้งนั้น… เธอมัน ร่าน จริง ๆ นั่นแหละ” คำนี้ทำให้หัวใจของวีนัสเหมือนถูกบีบแรง ๆ จนหายใจไม่ออก แต่เขายังไม่หยุด “ฉันคบกับเธอไปได้ไงวะ…” เขาขบกราม “ฉันโคตรขยะแขยงตัวเองเลยว่ะ ที่เคยรักผู้หญิงแบบเธอ” พูดจบ มือของเขายังคงจับข้อมือเธอแน่นกว่าเดิม แรง…แต่สั่นเล็กน้อยเหมือนคนที่ทั้งโกรธ ทั้งเจ็บ ทั้งไม่อยากยอมรับความจริงในใจตัวเอง วีนัสกัดฟัน หยาดน้ำตาคลอจนโลกพร่าไปหมด ในอกของเธอเหมือนมีไฟลุก ทั้งเจ็บ ทั้งโกรธ ทั้งรัก ทั้งเสียเกียรติในเวลาเดียวกัน เธอสะบัดแขนแรง ๆ จนเขายอมปล่อย วีนัสหันขวับกลับมา ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตาที่เธอพยายามกลืนไว้ไม่ให้ไหล “เออ…” น้ำเสียงเธอสั่นแต่คมเหมือนกระจกแตก “ขยะแขยงมากใช่ป่ะ? งั้นฟังกูให้ดีนะ วิศวะ” เธอจิ้มเท้าขยับเข้าไปใกล้เขา ใกล้จนแทบได้ยินเสียงหายใจแรง ๆ ของเขา “คนอย่างมึงอ่ะ จะมีใครเขาอยากเอาวะ นอกจากกู?” วีนัสหัวเราะเบา ๆ แบบเจ็บลึก “มองรอบตัวดิ มึงคิดว่ามึงจะเจอใครรักมึงแบบที่กูรักไหม?” วิศวะนิ่งไป แววตาเขาสั่นวูบ จาง ๆ ในส่วนลึกสุดที่เขาไม่อยากให้ใครเห็น แต่วีนัสไม่ให้โอกาสเขาพูด เธอยกคางขึ้นอย่างท้าทาย “ถ้าขยะแขยงกูมาก…” เธอพูดช้า ๆ ชัด ๆ เหมือนประกาศสงคราม “งั้นมึงก็เตรียมตัวไว้ให้ดี ๆ” วีนัสก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ดวงตาแดงก่ำแต่แน่วแน่ที่สุดในชีวิต “เพราะกูจะเอาคนของกูกลับคืนมา ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม” น้ำเสียงเธอหนักแน่น “และมึง… ก็จะเป็นคนที่รับมือกูไม่ไหวเอง” ประโยคนั้นคมพอจะทำให้วิศวะนิ่งค้าง หัวใจเหมือนโดนทุบแรง ๆ จนเขาหายใจไม่ทัน ลมร้อนพัดผ่าน ใบไม้ปลิวผ่านระหว่างทั้งสอง แต่ไม่มีใครขยับ สองคนยืนมองกัน ด้วยแผลเดิม ความรักเก่า ความเจ็บที่ยังไม่จบ และคำประกาศของวีนัส… มันทำให้วิศวะรู้ว่า สงครามยังไม่จบแน่ และเขาคือเป้าหมาย
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม