เปิดเรียนวันแรก…
ทันทีที่วีนัสขับรถเข้ามาจอดในโรงจอดรถของคณะวิศวกรรม เสียงเครื่องยนต์ยังไม่ทันดับดีด้วยซ้ำ
สายตาผู้ชายเกือบครึ่งโซนก็หันขวับมามองแทบพร้อมกัน
ไม่ใช่เพราะเธอขับรถหรู
ไม่ใช่เพราะเธอสวยโดดเด่นอย่างเดียว
แต่เพราะ
เสื้อนักศึกษาที่เธอกำลังใส่ เสื้อตัวเล็กจนกระดุมตรงกลาง ตึงจนแทบทะลุ ขนาดพอดีกับเจนนิสเพื่อนตัวบางสุดของกลุ่ม
แต่พอมาอยู่บนตัววีนัส…
แทบบอกวิถีหายใจของเธอออกมาทั้งหมด
กระดุมปรินิด ๆ เหมือนพร้อมจะดีดใส่หน้าผู้ชายแถวนั้นได้ตลอดเวลา ยิ่งเธอยกมือขึ้นสะพายกระเป๋าสะพายข้าง
ผ้าตรงอกก็ยิ่งตึงจนหลายคนแอบกลืนน้ำลายดัง เอื๊อก
จริง ๆ แล้วเสื้อตัวนี้ไม่ใช่ของวีนัสเลย มันเป็นของ เจนนิส สมาชิกแก๊งชีสเค้ก เพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่ยังใส่ชุดนักเรียน
เรียกว่ามองหน้ากันจนเบื่อก็ยังไม่เลิกคบ
สาเหตุที่วีนัสต้องหยิบเสื้อเจนนิสมานั้นง่ายมาก…
เพราะเมื่อคืน
เธอเมาหัวราน้ำแบบไม่เหลือสติ จนเจนนิสต้องลาก แขน ลากขา พาเธอไปนอนที่ห้องตัวเอง และตอนเช้าก็จับวีนัสแต่งชุดของตัวเองส่งมาเรียนแทน
วีนัสถอนหายใจเบา ๆ มือดึงชายเสื้อให้ลงแต่ก็ยังตึงเหมือนเดิม
“เจนนิสเอ๊ย… มึงจะไซส์จิ๋วไปไหน…”
แต่แทนที่จะทำให้เธอดูแย่ กลับทำให้เธอโดดเด่นกว่าใครในลานจอดรถเสียอีก
เสียงกระซิบจากกลุ่มผู้ชายดังตามหลังมาไม่หยุด
“โห…มองไม่ไหวแล้วเว้ย”
“เด็กคณะนี้หรือเด็กคณะนางฟ้าวะเนี่ย”
“กระดุมนั่น…ไหวเรอะ…”
วีนัสกวาดตามองผู้ชายพวกนั้นนิ่ง ๆ ก่อนจะยักคิ้วขึ้นนิด ๆ ราวกับบอกว่า : มองได้…แต่ห้ามแตะ
แล้วจึงเดินตรงไปยังตึกเรียนด้วยท่าทางมั่นใจที่เป็นเอกลักษณ์
เมื่อวีนัสเดินเข้ามาในตึกเรียน
สายตาเธอก็เหลือบไปเห็น “แผ่นหลังคุ้น ๆ” ของใครบางคนที่กำลังก้มดูโทรศัพท์อยู่ตรงโถงทางเดิน
ไหล่กว้าง ๆ นั่น…
ท่ายืนแบบนั้น…
ทรงผมนั่น…
จะไม่ให้จำได้ยังไง
วิศวะชัด ๆ
หัวใจวีนัสกระตุกหนึ่งที ก่อนที่ขาจะก้าวออกไปอย่างไว ก้าวยาวขึ้นเรื่อย ๆ จนเกือบเป็นจังหวะวิ่งไล่หลังเขา
และทันทีที่ระยะเหลือแค่ไม่กี่ก้าว
เสียงแหลมใส ๆ ของเธอก็พุ่งออกไปโดยไม่สนว่าคนทั้งตึกหันมามอง
“วิศวะะะะ!!”
เธอทั้งโบกมือ ทั้งกระโดดนิด ๆ อย่างดีใจ ราวกับไม่ได้เพิ่งทะเลาะกันแทบเป็นแทบตายเมื่อไม่กี่วันก่อน
วิศวะเงยหน้าขึ้น ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนขมวดคิ้ว เหมือนโดนเรียกผิดกาลเทศะ
“อะไรของเธอ…”
น้ำเสียงยังคงนิ่งและรำคาญตามสไตล์
วีนัสยิ้ม ยิ้มจนตาหยี “ก็เรียกไง ทำไมอะ เรียกแล้วผิดหรือไง”
ยังไม่ทันที่เขาจะตอบ สายตาของวิศวะก็ไล่ต่ำลงไปมองเสื้อของวีนัสที่ ตึงจนกระดุมแทบปริ
คิ้วเขากระตุกทันที
“แล้วใส่ชุดบ้าอะไรของเธอเนี่ย”
เขามองตั้งแต่ไหล่จนถึงช่วงอกแบบคนหงุดหงิดจัด “คิดว่าตัวเล็กมากหรือไง”
วีนัสก้มมองตัวเองหนึ่งรอบ ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“ก็เสื้อนักศึกษา เห็นเป็นชุดพละหรือไงล่ะ”
คำตอบนั้นทำให้วิศวะขบกรามกรึบ
เขาเหลือบมองผู้ชายอีกสาม สี่คนที่เดินผ่านแล้วแอบมองอกเธอแบบไม่ปิดบัง
ยิ่งทำให้เขาโมโหหนักกว่าเดิม เขาเบือนหน้าไปทางอื่นแล้วพูดเสียงเรียบแต่ดุ
“เดินออกห่างฉันไปเลย”
วีนัสกระพริบตาปริบ ๆ งงปนงอแง
“อะ…ทำไมอ่ะ ฉันทำอะไร”
วิศวะมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง สบตาเธอแล้วพูดเสียงนิ่งโคตรเจ็บ
“ไม่อยากเดินใกล้คนจนใส่เสื้อผ้าไม่ดูไซส์ตัวเอง”
เหมือนมีค้อนปอนด์ฟาดลงกลางอกเธอ
แต่ในเวลาเดียวกัน…
หัวใจวิศวะเองก็เต้นแรงแบบที่เขาไม่ยอมให้เธอรู้
วีนัสยืนอ้าปากค้างทันที
ดวงตาเบิกกว้างเหมือนไม่เชื่อหูตัวเองว่า “วิศวะ” จะกล้าว่าเธอแรงขนาดนี้ต่อหน้าคนทั้งตึก
แต่ยังไม่ทันจะเถียง เขาก็หมุนตัวเดินหนีไปไวอย่างกับลมพัด ไวซะจนกระโปรงของวีนัสปลิวตาม
“เดี๋ยวสิ!”
เธอรีบก้าวขายาว ๆ ไล่ตามหลังเขาไปทันที แต่ขาน้อย ๆ ของเธอสู้ช่วงขายาวจัดของเขาไม่ได้เลย
หนึ่งก้าวของวิศวะ = ห้าก้าวย่ำเท้าเร็ว ๆ ของเธอ
วีนัสถึงกับหายใจฟึดฟัด รองเท้าคัชชูแทบจะปริเพราะเจ้าตัวเดินเร็วแบบลืมภาพลักษณ์
“โห่… คนบ้าอะไรเนี่ย ขายาวเป็นยีราฟ!”
เธอบ่นงึมงำกับตัวเอง แต่ยังคงไล่ตามไม่หยุด และเมื่อเข้าใกล้หลังเขามากขึ้นก็เผลอตะโกนออกไปดัง ๆ จนหลายคนหันมามอง
“เป็น เปรต หรือไง เดินเร็วชะมัด!!”
เสียงสะท้อนก้องไปทั่วโถงตึก ทำเอานักศึกษาหลายคนหัวเราะคิกคัก บางคนแอบกระซิบเพื่อน บางคนแอบถ่ายสตอรี่ว่ามีคู่รักทะเลาะกันแต่ยังเดินตามกันไม่เลิก
วิศวะชะงักไปหนึ่งวินาที ไหล่กว้าง ๆ กระตุกนิด ๆ เหมือนหงุดหงิด แต่ปากแอบยกขึ้นนิด ๆ แบบไม่อยากให้ใครเห็น
เขายังคงไม่หันหลังกลับมามอง
แต่เสียงทุ้มต่ำของเขาก็ดังออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
“ใครจะตัวเตี้ยเป็นหมาแคะแบบเธอล่ะ”
พูดจบ เขาก็เดินหนีไปอีกเหมือนจงใจยั่วโมโห
วีนัสยืนค้างไปหนึ่งวินาที หน้าเหวอ ปากอ้า เหมือนโดนเขาตบด้วยคำพูดรอบที่สามของเช้านี้
เธอพึมพำเบา ๆ แต่เสียงก็ดังพอให้คนที่เดินผ่านได้ยิน
“สองรอบ… สองรอบแล้วนะที่ด่า เชี่ยเอ๊ย…”
แม้จะโวยวายในใจ แต่ขาของเธอก็ยังเดินตามวิศวะไปอยู่ดี เหมือนมีแม่เหล็กมัดไว้ ไม่ว่าจะโกรธแค่ไหนก็ยังอดตามไม่ได้ ทางเดินในตึกคณะเสียงดังเซ็งแซ่
นักศึกษาปีหนึ่งกับปีสองเดินสวนกันไปมา
แต่สายตาหลายคู่ก็แอบมอง “คู่กัด” ทั้งสองที่เดินไล่หลังกันไม่ห่าง
เมื่อถึงหน้าห้องเรียน
วิศวะเดินเข้าไปก่อนแบบไม่สนใจใคร
สายตากวาดหาที่นั่งว่างเพียงแวบเดียวเขาก็เดินตรงไปนั่งโต๊ะหลังริมหน้าต่างที่ยังว่างอยู่
ไม่พูด ไม่มอง ไม่เว้นที่
ตามนิสัยเดิม
นั่งตามใจ ไม่แคร์โลก
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะนั่งตัวตรงดี เสียงเก้าอี้อีกตัวก็ขยับตามมาติด ๆ
วีนัสลากเก้าอี้ข้างเขาแล้วนั่งลงทันที
โดยไม่ถาม
ไม่บอก
เหมือนเป็นตำแหน่งประจำแบบไม่ต้องสงสัย
วิศวะเหลือบมองเธอจากหางตา คิ้วกระตุกนิด ๆ “ทำไม… โต๊ะมันเต็มหรือไง”
วีนัสยักคิ้วตอบ ทิ้งตัวนั่งเหมือนจงใจนั่งใกล้กว่าเดิมอีกนิด กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของเธอลอยมากระทบจมูกเขาเต็ม ๆ
“ไม่รู้สิ” เธอพูดเสียงเบาแต่กวน “แต่ฉันอยากนั่งตรงนี้”
วิศวะหันหน้ากลับไปมองกระดาน แต่ปลายหูเขาแดงนิด ๆ แบบคนที่ไม่อยากให้ใครเห็น
ในขณะที่วีนัสยิ้มบาง ๆ เหมือนพอใจที่ได้กวนเขาในตอนเช้า
และทั้งคู่…
ก็เริ่ม “วันแรกของเรียนมหา’ ลัย”
ด้วยการนั่งติดกันแบบนี้อีกครั้ง ต่อหน้าทั้งห้องที่ลุ้นจนกลั้นหายใจ